กูเกิล คลาวด์ (Google Cloud) ประกาศเปิดตัว “Gemini Enterprise for Financial Services” และ “Gemini Enterprise for Legal” โซลูชัน AI เฉพาะทางชุดแรกที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม ตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินและกฎหมายโดยเฉพาะ ชูจุดเด่นด้านมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยขั้นสูง และระบบธรรมาภิบาลข้อมูลที่รัดกุม
ทั้งนี้ โซลูชันดังกล่าวได้รับการออกแบบภายใต้แนวทางแบบครบวงจร (Full-stack approach) ตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน โมเดล ไปจนถึงแอปพลิเคชัน โดยมาพร้อม AI เอเจนต์ที่ปรับแต่งมาโดยเฉพาะ (Tailored agents), ทักษะขั้นสูง (Specialized skills) สำหรับลดทอนขั้นตอนเวิร์กโฟลว์อันซับซ้อน, ตัวเชื่อมต่อข้อมูลระดับองค์กร (Data connectors) และการปรับแต่งโมเดลให้ตรงตามเงื่อนไขเฉพาะ โดยมุ่งเน้นการเก็บรักษาข้อมูลสำคัญของลูกค้า กฎเกณฑ์ทางธุรกิจ และทรัพย์สินทางปัญญาไว้เป็นความลับเฉพาะภายในองค์กรอย่างสมบูรณ์
นายโทมัส คูเรียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Google Cloud กล่าวว่า คนทำงานในแวดวงการเงินต้องการแพลตฟอร์ม AI ที่ไม่ผูกขาดกับระบบนิเวศใดระบบหนึ่ง สามารถเชื่อมต่อกับระบบไอทีเดิมที่มีอยู่ได้อย่างปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับ
“Gemini Enterprise for Financial Services จะส่งมอบศักยภาพของ Agentic AI พร้อมระบบอธิบายเหตุผลและยืนยันความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้สถาบันการเงินเปลี่ยนนวัตกรรม AI ให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างมั่นใจ”
4 หลักขับเคลื่อน Gemini Enterprise for Financial Services
1.เอเจนต์ด้านการวิจัยทางการเงิน (Financial Research Agent) เอเจนต์อัจฉริยะสำหรับการวิจัยเชิงลึกแบบครบวงจร (End-to-end) มาพร้อมทักษะพื้นฐานมากกว่า 50 รูปแบบ แสดงคะแนนความน่าเชื่อถือ (Confidence scores) และการบันทึกภาพรวมข้อมูล (Data snapshots) เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Agent-to-Agent (A2A) APIs และ Model Context Protocol (MCP)
2.ทักษะทางการเงินเฉพาะทาง (Purpose-built financial skills) ลดเวลาการทำงานประจำที่ซ้ำซ้อน ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงด้านสินเชื่อ การติดตามพอร์ตลงทุน การสังเคราะห์ข่าวสารตลาด และงานวิจัยเชิงลึก รองรับกลุ่ม Private Equity ผู้จัดการกองทุนความมั่งคั่ง (Wealth managers) และฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance teams)
3.ตัวเชื่อมต่อข้อมูลชั้นนำ (Connectors) รองรับการเชื่อมต่อไปยังแหล่งข้อมูลทางการเงินที่ได้รับอนุญาต 13 รายการ อาทิ CoinDesk Data & Indices, Daloopa, Dun & Bradstreet, FactSet, Finnhub, Fiscal.ai, Guidepoint, LSEG, Moody’s, MSCI, PitchBook, S&P Global และ SEC Edgar
4.ระบบนิเวศพันธมิตรและเอเจนต์บุคคลที่สาม (Third-party agents) เชื่อมต่อโซลูชันเฉพาะทางจากพันธมิตร เช่น D&B สำหรับการทำความรู้จักลูกค้า (KYC), FlowX สำหรับเอกสารสินเชื่อ, Obin สำหรับวิเคราะห์ตลาดนอกตลาดหลักทรัพย์ และ S&P Global สำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก
ปัจจุบัน สถาบันการเงินชั้นนำอย่าง CME Group และ Deutsche Bank ได้ร่วมเป็นพันธมิตรร่วมออกแบบหลักและเริ่มนำร่องใช้งานแล้ว ขณะที่ BNY, Citi Wealth, Lloyds Banking Group, Macquarie Bank และ Signal Iduna ต่างเริ่มนำแพลตฟอร์มดังกล่าวไปปรับใช้ในองค์กร
ยกระดับงานกฎหมายด้วย Gemini Enterprise for Legal
ขณะเดียวกัน ในภาคธุรกิจกฎหมายที่มีข้อจำกัดด้านการรักษาความลับและการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน Gemini Enterprise for Legal ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนงานตรวจทานสัญญา การตรวจสอบสถานะ (Due diligence) และการจัดการคำร้องขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (DSAR) โดยระบบจะสืบทอดกำแพงกั้นข้อมูล (Ethical walls) จากระบบเอกสารเดิมขององค์กรโดยอัตโนมัติ
สำหรับองค์ประกอบหลักในส่วนงานกฎหมาย ประกอบด้วย ทักษะเฉพาะทางสำหรับเอเจนต์ (Purpose-built skills) เช่น การร่างคำคู่ความ (Legal brief drafting) และการตรวจสอบความถูกต้องของการอ้างอิง (Citation verification) ควบคู่กับ ตัวเชื่อมต่อข้อมูลผ่านโปรโตคอล MCP สู่แพลตฟอร์มกฎหมายชั้นนำ อาทิ Docusign, Everlaw, Harvey, iManage, NetDocuments, RelativityOne และ Thomson Reuters พร้อมเครือข่ายพันธมิตรผู้ให้บริการเทคโนโลยีและที่ปรึกษา เช่น Accenture, Deloitte และ KPMG
สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการ Gemini Enterprise for Financial Services และ Gemini Enterprise for Legal พร้อมเปิดให้ลูกค้าทั่วโลกเข้าใช้งานในรอบพรีวิว (Preview) ได้แล้วตั้งแต่วันนี้


