บริษัทภายใต้กลุ่ม ปตท. "นูออโว พลัส" (Nuovo Plus) เผยสถานการณ์ราคาแบตเตอรี่โลกแพงขึ้นระยะสั้น 20% จากแรงกดดันด้านต้นทุนแร่ลิเธียมที่พุ่งสูงและการยกเลิกมาตรการคืนภาษีส่งออกของจีน ชี้ภาวะนี้หนุนเสริมกลยุทธ์การประกอบแบตเตอรี่ภายในประเทศและการตั้งเป้าใช้วัตถุดิบในไทยถึง 40% ของบริษัท ให้เป็นทางออกเรื่องพลังงานที่มั่นคง รับแนวโน้มแบตเตอรี่ที่จะต่ำลงในระยะยาว
ปัจจุบัน Nuovo Plus มองเห็นข้อจำกัดของโครงข่ายไฟฟ้าไทยแบบขายคนเดียวหรือ Single Buyer ที่ยังปิดกั้นการซื้อขายไฟเสรีระหว่างบ้าน ว่าทำให้โมเดลบริการพลังงานหรือ Energy as a Service (EaaS) ที่เข้าไปลงทุนและประกอบระบบโซลาร์พ่วงแบตเตอรี่ในมิเตอร์เดียวกันกลายเป็นคำตอบยอดนิยมของโรงงานอุตสาหกรรมในยุคนี้ โดยระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ หรือ BESS (Battery Energy Storage System) ที่เก็บไฟฟ้าไว้ใช้ในช่วงที่ค่าไฟแพงหรือไฟฟ้าไม่เสถียร จะเป็นพระเอกแก้ปมเส้นกราฟรูปหลังเป็ด (Duck Curve) ของไทย ได้ด้วยการเพิ่มการประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจากการใช้ระบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่รักษาสมดุลกริดไฟช่วงหัวค่ำ เหมือนการขับรถยนต์ด้วยความเร็วคงที่เพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงสุด
ที่ผ่านมา Nuovo Plus รับอานิสงส์เต็มที่บนนโยบายสนับสนุน EV 3.0 และ 3.5 นำไปสู่ยอดผลิตที่พุ่งกระฉูดของโรงงานร่วมทุน NV Gotion จังหวัดระยอง ชี้ดีมานด์โตโดยเฉพาะแบตเตอรี่รถบัสไฟฟ้าที่ 1 คันใช้แบตเตอรี่มากกว่ารถเก๋ง พร้อมเดินหน้านำเสนอโมเดลยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์หลังพ้นระยะประกันต่อได้ยาวนาน 15-20 ปีในอาคาร มั่นใจแบตเตอรี่ไม่เป็นขยะตัวร้ายเพราะมีวงจรจัดการและรีไซเคิลได้ครบวงจร ต่างจากกลุ่มพลังงานฟอสซิลที่สร้างคาร์บอนสะสมไว้ในชั้นบรรยากาศแบบกู้กลับคืนมาไม่ได้
***เปิดยุทธศาสตร์ Nuovo Plus ครึ่งปีหลัง
Nuovo Plus ถือเป็นผู้ถือธงนำทัพด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน ภายใต้กลุ่ม ปตท. ดำเนินธุรกิจ 2 ด้านหลักคือด้านโซลูชัน BESS สำหรับภาคธุรกิจ/อุตสาหกรรม มีให้บริการวิเคราะห์การใช้ไฟฟ้า ออกแบบติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานร่วมกับโซลาร์เซลล์ บริหารจัดการผ่าน EMS ของตัวเอง พร้อมโมเดล Energy-as-a-Service (EaaS) แบบไม่ต้องลงทุนก้อนแรก และอีกด้านคือการผลิตและประกอบแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านการร่วมทุนกับบริษัทโกชั่นไฮเทค (Gotion High-tech) ผู้ผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำระดับโลก จนมีการตั้งเป็นบริษัท NV Gotion เพื่อประกอบแบตเตอรี่ EV คุณภาพสูงในไทย
นายดรุณพร กมลภุส กรรมการผู้จัดการ บริษัท นูออโว พลัส จำกัด กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในประเทศไทยในปี 2026 ว่าตลาดพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีแบตเตอรี่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในขณะนี้มองหาทางออกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับและสนับสนุนค่านิยมด้านความกรีนขององค์กร ท่ามกลางปัจจัยลบที่แฝงอยู่
"ท่ามกลางภาวะสงครามที่ทำให้ราคาพลังงานฟอสซิลพุ่งสูงจนคุมไม่ได้ ซึ่งควรจะเป็นโอกาสทองของฝั่งพลังงานสะอาด แต่เมื่อมีคนแห่กันเข้ามาใช้เทคโนโลยีนี้มากขึ้น ราคาทั้งในส่วนของโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่จึงขยับตัวสูงขึ้นตาม ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นรายใหญ่ที่เป็นต้นน้ำของทั้งสองอุตสาหกรรมนี้เกือบทั้งหมดคือประเทศจีน ทำให้ราคาในช่วงนี้อาจไม่สะท้อนกลไกตลาดที่แท้จริงเนื่องจากผลกระทบทางอ้อมจากสงคราม"
สำหรับทิศทางโดยรวม แม้จะมีปัจจัยลบแฝงอยู่ แต่เชื่อว่าปัจจัยลบไม่ได้ใหญ่ไปกว่าปัจจัยบวก ภาพรวมเทรนด์ของพลังงานหมุนเวียน กับระบบกักเก็บพลังงานจะยังคง เติบโตไปคู่กันอย่างมีนัยสำคัญ
ดรุณพรชี้ว่าเรื่องยากที่จะประเมินเป็นเปอร์เซ็นต์ความผันผวนของราคาอุปกรณ์ในตลาดพลังงานสะอาดช่วงนี้ เนื่องจากราคามีการขึ้นลงตามกลไกตลาดทั่วไป เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการแย่งกันซื้อ ราคาก็จะปรับตัวสูงขึ้นตาม เบื้องต้นเชื่อว่าปัจจัยราคาพุ่งนี้จะไม่ได้อยู่ยั่งยืนถาวร เนื่องจากประเทศจีนมีกำลังการผลิตมหาศาล ที่สามารถปั๊มสินค้าเข้ามาเพิ่มปริมาณในตลาดได้ โดยจีนอาจจะยอมปล่อยให้ตลาดมีการแย่งชิงเพื่อดันราคาให้ดีขึ้นสักเล็กน้อยก่อนที่จะกลับคืนสู่ระดับปกติในระยะยาว ซึ่งแนวโน้มหลักของโลกคือราคาของทั้งแผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่จะมีแนวโน้ม ปรับตัวลดลงเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในระยะสั้นอาจจะมีช่วงที่ราคาขยับตัวขึ้นบ้างก็ตาม
"จากสถานการณ์ตลาดที่มีความต้องการที่ขยายตัวขึ้นแบบก้าวกระโดด โอกาสทางธุรกิจของ Nuovo จึงเปิดกว้างอยู่แล้วอย่างมหาศาล แม้ในตลาดจะมีผู้เล่นรายหลักเดิมอยู่แล้ว แต่ Nuovo จะสามารถเข้าไปชิงส่วนแบ่งทางการตลาดมาได้ในระดับหนึ่ง เพื่อเติบโตไปพร้อม ๆ กับกระแสการขยายตัวของตลาดในประเทศ คาดว่าไทยจะมีจำนวนผู้เล่นเข้ามาในตลาดมากขึ้น โดยผู้เล่นรายหลักก็ยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ ซึ่ง Nuovo อาจไม่ได้เป็นผู้เล่นหลักที่อยู่ระดับแถวหน้าสุดของตลาด แต่ก็ ไม่ใช่ผู้เล่นท้ายแถว Nuovo จะมีฐานตลาดของตัวเอง และมีการเตรียมพร้อมเชิงรุกเพื่อขับเคลื่อนไปกับตลาดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน"
***แบตเตอรี่ผลิตไทย
นายสุทธิภูมิ พุ่มหิรัญ ผู้อำนวยการ - กลยุทธ์และธุรกิจองค์กร บริษัท นูออโว พลัส จำกัด กล่าวถึงเป้าหมายและพันธกิจหลักของ Nuovo Plus ใน 3 มิติหลัก โดยหนึ่งในนั้นคือเป้าหมายด้านการผลิตและการพึ่งพาตนเองในประเทศ (Localization) เพื่อลดการนำเข้าและใช้วัตถุดิบในประเทศ ถือเป็นเป้าหมายที่มุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานระดับสูงในไทย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตในประเทศร่วมส่งมอบชิ้นส่วนโครงสร้างแบตเตอรี่ เช่น งานโลหะ งานพลาสติก และสายไฟประกอบ
"ปัจจุบัน ชิ้นส่วนและการประกอบเซลล์แบตเตอรี่ยังคงพึ่งพาการนำเข้าจากจีนเป็นหลัก เป้าหมายสำคัญของบริษัทในฝั่งการผลิตคือการพยายามจัดหาและทดแทนด้วยวัตถุดิบภายในประเทศไทยเพื่อสร้างความมั่นคงทางซัพพลายเชน บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างสัดส่วนมูลค่าชิ้นส่วนในประเทศให้ได้ถึง 40% เพื่อให้แบตเตอรี่แพ็คที่ผลิตจากโรงงานร่วมทุน NV Gotion ณ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ได้รับการรับรองมาตรฐานสัญชาติไทย เป็น Origin Thailand สำหรับใช้ส่งออกไปยังต่างประเทศได้"
มิติที่ 2 คือเป้าหมายระดับประเทศและสิ่งแวดล้อม (Net Zero 2050) ที่สอดคล้องกับทิศทางของกลุ่ม ปตท. และแนวโน้มระดับโลกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ตามประเทศไทยที่มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ให้สำเร็จภายในปี 2050 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายทั่วไปของประเทศอื่น ๆ โดย Nuovo Plus จะมุ่งทำหน้าที่จัดหาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เพื่อช่วยลดความไม่เสถียรของพลังงานหมุนเวียน และผลักดันให้โครงข่ายไฟฟ้าสีเขียวเกิดขึ้นได้จริง
และมิติที่ 3 คือเป้าหมายด้านการให้บริการและโซลูชันพลังงาน โดยในฝั่งพลังงาน บริษัทตั้งเป้าในการมอบโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดได้อย่างมีเสถียรภาพ
ขณะเดียวกันก็จะมุ่งบุกเบิกโมเดล Energy as a Service (EaaS) เพื่อลดอุปสรรคสำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงในการลงทุนเอง เบื้องต้น Nuovo Plus ตั้งเป้าขยายบริการผ่านโมเดลธุรกิจหมุนเวียน เช่น PPA (Power Purchase Agreement) หรือบริการพลังงาน (EaaS) โดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พ่วงระบบแบตเตอรี่ในพื้นที่เดียวกันของโรงงานให้ก่อน แล้วเก็บค่าบริการเป็นหน่วยไฟฟ้าทดแทน
ที่สำคัญ Nuovo Plus ยังพร้อมรองรับดีมานด์ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าทุกเซกเมนต์ ทั้งตลาดแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลและตลาดขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ โดยผลิตและส่งมอบแบตเตอรี่แพ็คเพื่อตอบรับการเติบโตอย่างร้อนแรงของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย โดยสอดรับกับนโยบายสนับสนุน EV 3.0 และ 3.5 ของรัฐบาลที่ระบุเงื่อนไขให้ค่ายรถยนต์ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ประกอบในประเทศ
สำหรับตลาดขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ บริษัทตั้งเป้าหมายส่งมอบแบตเตอรี่สำหรับรถบัสไฟฟ้าให้ได้ประมาณ 500 คันในปีนี้ ซึ่งเป็นสเกลการใช้พลังงานที่สูงมาก เนื่องจากรถบัสไฟฟ้าเพียง 1 คัน ต้องการปริมาณความจุแบตเตอรี่มหาศาลเทียบเท่ากับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหลายคัน
"ที่ผ่านมา โรงงาน NV Gotion มียอดการประกอบและส่งมอบแบตเตอรี่แพ็คอยู่ที่ 3,000 - 4,000 แพ็คต่อปี แต่ในปีปัจจุบันนี้ เพียงแค่ระยะเวลาครึ่งปีแรก ก็สามารถส่งมอบแบตเตอรี่แพ็คไปแล้วมากกว่า 10,000 แพ็ค และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปี ยอดขายของโรงงานจะพุ่งทะยานเติบโตสูงถึง 6 เท่าตัว จากปีที่ผ่านมา"
***แก้ปม Duck Curve ไทย
Nuovo Plus ยังอธิบายถึงปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Duck Curve" (กราฟรูปเป็ด) ซึ่งเป็นภาวะที่ความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าจากระบบส่วนกลางลดฮวบลงอย่างน่าใจหายในช่วงกลางวันที่มีแสงแดดจัด เพราะทุกคนหันไปผลิตไฟจากโซลาร์เซลล์ใช้เอง แต่ในทันทีที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าในช่วงเวลาหัวค่ำ 19:00 - 21:00 น. ความต้องการใช้ไฟจากระบบสายส่งหลักกลับพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลัน เกิดเป็นรูปคอเป็ดและหลังเป็ดที่ชันอย่างน่ากลัว ส่งผลให้โรงไฟฟ้าฟอสซิลดั้งเดิมต้องเร่งกำลังการผลิตอย่างกะทันหัน ซึ่งทั้งสิ้นเปลืองและบั่นทอนเสถียรภาพระบบไฟฟ้า
สุทธิภูมิชี้ว่าระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ BESS คือพระเอกขี่ม้าขาวที่จะเข้ามาสยบความผันผวนนี้ โดยจะทำหน้าที่ชาร์จกระแสไฟฟ้าส่วนเกินจากระบบโซลาร์เซลล์เก็บเอาไว้ในช่วงกลางวัน แล้วนำมาจ่ายกระแสไฟฟ้าคืนกลับสู่ระบบในช่วงค่ำที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ช่วยเกลี่ยเส้นกราฟความต้องการให้ราบเรียบที่สุด
"เราต้องนึกภาพการขับรถยนต์ ถ้าเราสามารถขับรถด้วยความเร็วที่คงที่และนิ่งที่สุด นั่นจะเป็นจุดที่ประหยัดน้ำมันและมีประสิทธิภาพสูงสุด การผลิตไฟฟ้าก็คล้ายกัน หากเราสามารถใช้แบตเตอรี่ BESS เข้ามาปรับและเกลี่ยเส้นกราฟความต้องการใช้ไฟฟ้าให้นิ่งเปรียบเสมือนเส้นตรงได้ ประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าหลักก็จะสูงที่สุดและประหยัดที่สุดเช่นกัน"
สำหรับประเทศไทย ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 230,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ต่อปี ปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์และรถบรรทุกในภาคขนส่งของไทยซึ่งอยู่ที่ประมาณ 22,000 ล้านลิตรต่อปีนั้น เมื่อนำมาคำนวณแปลงหน่วยเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้ว จะพบว่ามีปริมาณความต้องการพลังงานที่ใกล้เคียงกันกับปริมาณไฟฟ้าที่คนทั้งประเทศใช้ในปัจจุบัน โดยหากในอนาคตประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อเป้าหมาย Net Zero ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ BESS ย่อมทวีความสำคัญขึ้นอย่างมหาศาล เพื่อมารองรับความไม่แน่นอนของแหล่งพลังงานธรรมชาติ ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าระดับแสนล้านหน่วยนี้อย่างมีเสถียรภาพ
ผู้บริหาร Nuovo Plus ย้ำอีกว่าการนำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า มาใช้ในบ้าน นั้นเป็นแนวคิดที่สามารถทำได้จริง และกำลังเป็นเทรนด์สำคัญระดับโลกที่เรียกว่า "Second-Life ESS" หรือระบบกักเก็บพลังงานแบบใช้ซ้ำสอง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่และลดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเหตุที่แบตเตอรี่รถยนต์สามารถนำมาใช้ในบ้านได้ดี คือเพราะแบตเตอรี่รถยนต์ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูงมากเป็นพิเศษ ต้องรองรับการเหยียบคันเร่ง การชาร์จแบบรวดเร็ว และทนต่อแรงสั่นสะเทือนหรืออุณหภูมิที่ผันผวน
"การเอาแบตเตอรี่รถยนต์มาใช้ในบ้านจึงทำได้แน่นอน เพราะเป็นการนำแบตเตอรี่ที่ทนทานและมีสเปกสูงกว่ามาใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เบาลง (อยู่กับที่ ไม่สั่นสะเทือน) แต่ในทางกลับกัน เราไม่สามารถเอาแบตเตอรี่ที่ออกแบบมาสำหรับบ้านไปใส่ในรถยนต์ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และความหนาแน่นพลังงาน ที่รถยนต์ต้องการสูงกว่ามาก"
ผู้บริหารชี้ว่าโดยทั่วไปเมื่อใช้รถยนต์ไฟฟ้าไปประมาณ 8 ปี ประสิทธิภาพการเก็บประจุของแบตเตอรี่อาจจะลดลงมาเหลือประมาณ 70% ซึ่งทำให้ระยะการวิ่งของรถลดลง ทว่าแบตเตอรี่เหล่านี้ไม่ได้กลายเป็นขยะในทันที แต่สามารถนำไปผ่านกระบวนการตรวจสอบ และทดสอบระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานอย่างเข้มงวด
เมื่อแบตเตอรี่ผ่านการรับรองความปลอดภัยแล้ว จะถูกนำมาประกอบเป็นระบบกักเก็บพลังงานสำหรับใช้ในบ้านเรือนหรืออาคารสำนักงาน ซึ่งในมิตินี้ขนาดและน้ำหนักไม่ได้เป็นอุปสรรคสำคัญเหมือนตอนอยู่ในรถยนต์ ส่งผลให้แบตเตอรี่สามารถทำหน้าที่กักเก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ในช่วงกลางวันเพื่อจ่ายไฟใช้ในบ้านช่วงค่ำต่อได้อีกยาวนานถึง 15 ถึง 20 ปีอย่างปลอดภัย
***แบตเตอรี่ ไม่ใช่ขยะ
เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์และความกังวลใจของสังคมบางส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า ในอนาคตแบตเตอรี่ลิเธียมเหล่านี้จะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์มหาศาลที่เป็นภาระแก่โลกหรือไม่? ผู้บริหาร Nuovo Plus ชี้แจงว่าแท้จริงแล้ววัสดุภายในเซลล์แบตเตอรี่ยังประกอบไปด้วยแร่ธาตุล้ำค่าราคาแพง เช่น ลิเธียม ทองแดง และอลูมิเนียม ซึ่งสามารถนำไปผ่านกระบวนการสกัดและรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างคุ้มค่าเชิงพาณิชย์เกือบ 100% ซึ่งต่างจากสินค้าในอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิล
"ผมอยากถามกลับไปยังบรรดาอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิลที่ใช้งานกันมานานกว่า 100 ปี ว่าแก๊สและคาร์บอนไดออกไซด์มหาศาลที่คุณปล่อยทิ้งสะสมเอาไว้ในชั้นบรรยากาศ คุณมีเทคโนโลยีหรือวิธีที่จะไปเก็บมันกลับคืนมาได้แล้วหรือยัง? มันดูไม่แฟร์นักที่เทคโนโลยีใหม่อย่างพลังงานสะอาดและแบตเตอรี่เพิ่งเกิดขึ้นมา กลับถูกตั้งคำถามสารพัดเพื่อพยายามจะเบรกมัน ทั้งที่สิ่งที่เราทำคือการช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน และขยะจากแบตเตอรี่ก็เป็นเศษขากทางกายภาพที่เรามีโอกาส มีช่องทาง และมีเทคโนโลยีที่จะบริหารจัดการ จัดเก็บ และนำมันมารีไซเคิลกลับมาหมุนเวียนใช้งานใหม่ได้ทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์" ดรุณพร ทิ้งท้าย.


