xs
xsm
sm
md
lg

AI พลิกเกมเกษตรกรไทย ขีดเส้นเปิดใช้ Agri-Map กลางก.ย. 69 ถามได้เลย ”ที่ดินผืนนี้ ปลูกอะไรดี?”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


  ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ได้เปิดเผยบนเวทีงาน TUC 2026 ว่าแพลตฟอร์ม Agri-Map ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะพร้อมเปิดใช้งานกลางกันยายน 2569
ภายในกลางเดือนกันยายน 2569 นี้ เกษตรกรไทยกำลังจะได้ใช้แพลตฟอร์ม Agri-Map ที่มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการหาคำตอบว่าที่ดินผืนไหนควรปลูกพืชอะไรดี? จะปลูกอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด? ปลูกเท่าไหร่ ปลูกเมื่อไหร่ มีน้ำเพียงพอหรือไม่ และตลาดรับซื้ออยู่ที่ไหน? มีแนวโน้มว่าจะตัดวงจรการแห่ไปปลูกพืชผลตามกันจนล่นตลาดและราคาเสียหาย ที่เป็นปัญหาเรื้อรังสร้างความผันผวนให้กับการเกษตรไทยมาตลอด

ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ได้เปิดเผยบนเวทีงาน Thai GIS User Conference 2026 (TUC 2026) ถึงความสำเร็จของแพลตฟอร์ม Agri-Map ในฐานะระบบภูมิสารสนเทศกลางภาคการเกษตร (MOAC One Map) ว่าแพลตฟอร์ม Agri-Map เวอร์ชั่นใหม่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพียงเพื่อการโชว์แผนที่สวยงามบนหน้าจอ แต่จะเป็นสมองอัจฉริยะ ที่แปลงนโยบายลงสู่การปฏิบัติจริงในระดับแปลงเกษตรกรรม เพื่อตอบคำถามสำคัญที่เกษตรกรไทยเฝ้าหาคำตอบมานาน ด้วยบิ๊กดาต้าการเกษตรไทยซึ่งบูรณาการ 22 หน่วยงาน ปิดฉากยุค "ต่างคนต่างทำ" ของประเทศ

"ระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้อมูลดิน น้ำ พืชพรรณ ประมง และปศุสัตว์ ตลอดจนปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เข้าสู่การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการประเมินความเหมาะสมของพื้นที่และวางแผนบริหารจัดการภาคการเกษตรในมิติต่าง ๆ ได้อย่างตรงจุด พร้อมนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ผลผลิตพืชเศรษฐกิจล่วงหน้า รวมถึงประเมินความเสียหายจากภัยพิบัติ ช่วยให้หน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดสรรทรัพยากร รับมือความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน"

แพลตฟอร์ม Agri-Map เวอร์ชันเดิมอาจดูใช้งานยากสำหรับเกษตรกรบางราย
แพลตฟอร์ม Agri-Map จะดึงข้อมูลจาก 22 หน่วยงานเข้ามารวบรวมไว้เป็นหนึ่งเดียว ครอบคลุม 13 กลุ่มข้อมูล และมีระดับชั้นข้อมูลเชิงลึกมากกว่า 242 ชั้นข้อมูล ตั้งแต่ข้อมูลคุณภาพดิน แหล่งน้ำ พิกัดแปลงเพาะปลูก พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ ไปจนถึงพิกัดโรงงานและแหล่งรับซื้อผลผลิต

ที่น่าจับตาคือในอนาคตอันใกล้ ระบบกำลังเตรียมอัปเกรดฐานข้อมูลสำคัญขึ้นอีก 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ข้อมูลด้านการตลาด และภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งจะเข้ามาตอบโจทย์ว่าเกษตรกรควรปลูกพืชชนิดนั้นหรือไม่ จากสถานการณ์การตลาดและความต้องการจริงที่เปลี่ยนไป

***3 อาวุธลับ AI คาดการณ์อัจฉริยะ

ความโดดเด่นของ Agri-Map เวอร์ชันนี้คือการปฏิวัติตัวเองจากฐานข้อมูลแผนที่ทั่วไป (Core GIS) ให้กลายมาเป็นระบบบริหารจัดการอัจฉริยะ โดยการบูรณาการเทคโนโลยี AI ใน 3 ด้านหลัก ด้านแรกคือการสืบค้นด้วยภาษาพูด ซึ่งทำให้ปัญหาการใช้ระบบแผนที่ที่ซับซ้อนหมดไป เพราะผู้ใช้สามารถพิมพ์ถามด้วยภาษาธรรมดา เช่น "ตอนนี้มีน้ำท่วมตรงไหนของภาคเหนือบ้าง?" หรือ "บริเวณไหนเสี่ยงภัยเกษตรบ้าง?" AI จะแปลงคำถามนั้นไปค้นหาและประมวลผลเชิงพื้นที่ออกมาตอบทันที

ด้านที่ 2 คือการยกระดับภาพถ่ายดาวเทียมราคาแพง โดย AI จะเข้ามาช่วยปรับปรุงความละเอียดของภาพถ่ายดาวเทียม โดยสเกลภาพจากความละเอียดต่ำ ให้กลายเป็นภาพความละเอียดสูง ช่วยให้ประเมินแปลงเพาะปลูกได้แม่นยำขึ้นโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านกล้องดาวเทียมราคาแพง

Agri-Map Plus ทำงานแบบ Offline GIS วิเคราะห์ดิน น้ำ และแผนเพาะปลูกในสนามจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในพิกัดที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต
และด้านที่ 3 คือโมเดลทำนายเชิงพื้นที่ ระบบสามารถเรียนรู้และพยากรณ์การเพาะปลูกได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดขึ้นแล้วคือ โมเดลคาดการณ์พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดลำปาง โดย AI จะร่วมวิเคราะห์หลากหลายมิติ ทั้งสภาพดิน ความสมบูรณ์ของพืช ปริมาณน้ำ ความลาดชัน และประวัติการเพาะปลูกในอดีต เพื่อระบุระดับความเหมาะสมเชิงพื้นที่ เช่น เหมาะมาก เหมาะน้อย หรือไม่แนะนำเลย ตลอดจนการแนะนำฤดูเพาะปลูกที่เหมาะสมเพื่อให้พืชมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ

***ใช้ได้ในพื้นที่ไม่มีเน็ต

ดร.สุมิตราย้ำว่าสถาปัตยกรรมของ Agri-Map เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ ที่มีรากข้อมูลที่แข็งแกร่ง และแผ่กิ่งก้านเป็นแอปพลิเคชันที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่ต่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ 5 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกจะใช้งานผ่าน Agri-Map Executive เป็นระบบสำหรับผู้บริหารและผู้ตัดสินใจเชิงนโยบาย แสดงผลในรูปแบบกระดาน Dashboard ประกอบแผนที่ เพื่อให้เห็นภาพรวมและทิศทางการตัดสินใจที่รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์

กลุ่มที่ 2 จะใช้งานผ่าน Agri-Map Pro สำหรับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้าน GIS เต็มรูปแบบ ที่สามารถดึงศักยภาพของ Core GIS ออกมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาตามล่าหาไฟล์ข้อมูลข้ามหน่วยงานอีกต่อไป

กลุ่มที่ 3 ใช้งานผ่าน Agri-Map Plus สำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในพื้นที่ระดับภูมิภาค รองรับการทำงานแบบ Offline GIS เพื่อช่วยวิเคราะห์ดิน น้ำ และแผนเพาะปลูกในสนามจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในพิกัดที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต

กลุ่มที่ 4 ใช้งานผ่าน Agri-Map Online ช่องทางสาธารณะสำหรับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ให้สามารถค้นหาความเหมาะสมของที่ดินตนเอง ตรวจสอบพืชทางเลือกที่ได้ราคาดี และค้นหาแหล่งรับซื้อผลผลิตในพื้นที่ได้ฟรี

แพลตฟอร์ม Agri-Map จะดึงข้อมูลจาก 22 หน่วยงานเข้ามารวบรวมไว้เป็นหนึ่งเดียว ครอบคลุม 15 กลุ่มข้อมูล และมีระดับชั้นข้อมูลเชิงลึกมากกว่า 242 ชั้นข้อมูล
และกลุ่มที่ 5 ใช้งานผ่าน Agri-Map Mobile เครื่องมือบนสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตสำหรับเจ้าหน้าที่ภาคสนาม เพื่อใช้เก็บและอัปเดตข้อมูลพิกัดจริงจากไร่นา ส่งกลับคืนสู่ฐานข้อมูลส่วนกลางเพื่อให้ข้อมูลทันสมัยตลอดเวลา

***รับมือระเบียบการค้าโลก ดีงามคาร์บอนเครดิต

Agri-Map ยังไปได้ไกลกว่าการช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทย เพราะมีความพร้อมรับมือกับมาตรฐานสากลยุคใหม่ เช่น กฎระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป โดยใช้พิกัดแผนที่ภูมิศาสตร์อ้างอิงแหล่งที่มาของพืชผล เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือระดับสากล

นอกจากนี้ เทคโนโลยีดาวเทียมและ AI บนแพลตฟอร์มยังช่วยตรวจจับพฤติกรรมการเผาแปลงเกษตร เพื่อประเมินเกณฑ์มาตรฐานและรับรองมาตรฐานคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) รวมถึงเพิ่มความเร็วในการประเมินพื้นที่และมูลค่าความเสียหายเชิงเศรษฐกิจจากภัยพิบัติ เพื่อให้ภาครัฐเร่งเยียวยาเกษตรกรได้เร็วขึ้น

"การเปิดตัวระบบ Agri-Map ในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ จะไม่ใช่แค่การส่งมอบระบบปกติทั่วไป แต่คือการเริ่มต้นของ Community แพลตฟอร์มนี้จะฉลาดขึ้นแค่ไหน ขึ้นอยู่กับข้อมูลของทุกหน่วยงาน และโจทย์รวมถึงฟีดแบคจากผู้ใช้งานทุกคนในระบบ" ดร.สุมิตรากล่าวทิ้งท้าย

สำหรับงาน TUC 2026 นั้นเป็นงานที่บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัทซีดีจี ได้จัดขึ้นในฐานะเวทีด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 30 โดยงานปีนี้เน้นนำเสนอทิศทางการยกระดับการใช้ AI บนระบบภูมิศาสตร์หรือ GeoAI บนแพลตฟอร์ม ArcGIS ที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับข้อมูลเชิงพื้นที่ ผ่าน 3 ขีดความสามารถหลัก AI Tools & Models, AI Assistants และ Agentic AI ที่ปลดล็อกแพลตฟอร์มเชิงพื้นที่ยุคใหม่ โดย Agri-Map ได้ถูกยกมานำเสนอภายในงาน บนความเชื่อว่าจะเปิดโอกาสสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่เกษตรกรไทย.