xs
xsm
sm
md
lg

TikTok จับมือ ดีอี-13 ภาคี สานต่อ #คนไทยรู้ทัน ปีที่ 3

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



TikTok สานต่อโครงการ #คนไทยรู้ทัน ซีซัน 3 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “คนไทยรู้ทัน ระวังไว้ก่อนภัยจะไวกว่า” โดยดึงสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เข้ามาเสริมทัพเป็นพันธมิตรรายล่าสุด ร่วมกับ 12 หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมเดิม รวมเป็น 13 องค์กรหลัก เพื่อร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลที่เท่าทันต่อภัยไซเบอร์ยุคใหม่อย่างครอบคลุม

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมาของโครงการ #คนไทยรู้ทัน มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในซีซันแรก (ปี 2567) มีพันธมิตร 8 หน่วยงาน ยอดการสร้างวิดีโอกว่า 3 ล้านคลิป และยอดการรับชม 3,400 ล้านครั้ง ก่อนจะขยายเป็น 12 พันธมิตรในซีซันที่ 2 (ปี 2568) ซึ่งมียอดสร้างวิดีโอกว่า 5 ล้านคลิป และยอดรับชมพุ่งทะยานสู่ 17,000 ล้านครั้ง

ขณะที่ซีซัน 3 ในปี 2569 นี้ แพลตฟอร์มตั้งเป้าส่งต่อองค์ความรู้เชิงรุกให้เข้าถึงผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 50 ล้านคน ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ การรู้เท่าทันภัยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลโกงภาพเสมือนจริง (Deepfake), การยกระดับความปลอดภัยบนระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) และการสกัดกั้นกลลวงทางการเงิน


นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า อาชญากรรมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลงทุน บัญชีม้า หรือการใช้เทคโนโลยี AI ปลอมแปลงข้อมูล สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจหลายพันล้านบาทต่อปี

“การสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันและปกป้องสิทธิ์ของตนเอง ถือเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และแพลตฟอร์ม ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สถิติจำนวนผู้เสียหายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และสอดคล้องกับแนวทางความร่วมมือในเวทีระดับโลก”

นางชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐสัมพันธ์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ TikTok ระบุว่า TikTok วางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงภารกิจของหน่วยงานกำกับดูแลเข้าสู่กลุ่มผู้ใช้งานในวงกว้าง โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการแลกเปลี่ยนคำค้นหาสำคัญ และแนวโน้มกลโกงใหม่ๆ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อนำมาพัฒนาระบบอัลกอริทึมและทีมตรวจสอบเนื้อหาให้สามารถตัดวงจรภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ จากข้อมูลรายงานความโปร่งใส พบว่า เนื้อหาที่ละเมิดข้อกำหนดและนโยบายชุมชน บนแพลตฟอร์มกว่า 99.2% ถูกตรวจจับและนำออกจากระบบก่อนที่จะมีผู้ใช้งานมองเห็น ขณะเดียวกัน ในฝั่งระบบการค้าออนไลน์ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสุ่มตรวจและคัดกรองสินค้าปลอมหรือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม นางชนิดาชี้ว่า จุดอ่อนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์ มักเกิดจากความต้องการผลประโยชน์เฉพาะหน้า เช่น กรณีมิจฉาชีพชักชวนให้ติดต่อซื้อขายสินค้านอกแพลตฟอร์มเพื่อแลกกับส่วนลด ซึ่งทำให้ผู้ซื้อหลุดออกจากกลไกการคุ้มครองธุรกรรมของระบบ เช่น การขอคืนเงิน (Refund) หรือการตรวจสอบผ่านระบบชำระเงินปลายทาง (COD) ส่งผลให้การติดตามเงินคืนผ่านกระบวนการทางกฎหมายทำได้ยากขึ้น แพลตฟอร์มจึงมุ่งเน้นกระตุ้นเตือนภายใต้หลักการ ‘Stop, Think, Decide, Act’ หรือการหยุดคิดและตรวจสอบก่อนตัดสินใจทำธุรกรรม

สำหรับโครงการ #คนไทยรู้ทัน ซีซัน 3 ได้มีการบูรณาการความเชี่ยวชาญของ 13 องค์กรพันธมิตร ผ่านกลยุทธ์ "เกราะคุ้มกันดิจิทัล 3 ชั้น" เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติความเสี่ยง

เกราะชั้นที่ 1 คิดให้ดีก่อนเชื่อ (รู้ทันกลโกงยุค AI): มุ่งสร้างความตระหนักรู้และสกัดกั้นภัยคุกคามเทคโนโลยี AI และ Deepfake พร้อมระบบตัดวงจรหลอกลวง ขับเคลื่อนโดยกระทรวงดีอี, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) และศูนย์ AOC 1441

เกราะชั้นที่ 2 เช็กให้ชัวร์ก่อนโอน (ช้อปออนไลน์ปลอดภัย) ให้แนวทางประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ขาย การตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (มอก.) และการรักษาสิทธิผู้บริโภค เพื่อสกัดกั้นสินค้าปลอมและสินค้าผิดกฎหมาย ขับเคลื่อนโดย สมอ., สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC)

เกราะชั้นที่ 3 รู้ทันภัยก่อนตกเป็นเหยื่อ (ภูมิคุ้มกันทางการเงิน): ตีแผ่กลไกการหลอกลงทุนออนไลน์ (Investment Scam) และการหลอกโอนเงิน ขับเคลื่อนโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และโครงการโคแฟค (Cofact)

พร้อมกันนี้ แคมเปญยังได้นำกลยุทธ์เกมมิฟิเคชัน ผ่านฟิลเตอร์ควิซตอบคำถาม "Safe or Scam" ร่วมกับกลุ่มครีเอเตอร์ เพื่อจำลองสถานการณ์ให้ผู้ใช้งานทุกช่วงวัยได้ฝึกสังเกตและตัดสินใจรับมือภัยไซเบอร์ในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการบังคับใช้มาตรการทางเทคนิคเพื่อปกป้องเยาวชน เช่น การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวโดยอัตโนมัติ และการจำกัดระยะเวลาการใช้งานหน้าจอ (Screen Time) สำหรับผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนโลกออนไลน์อย่างยั่งยืน