'ETDA' ปิดฉาก Craft Idea 6 'มีสุขฟาร์ม' ระยอง คว้าแชมป์ใช้ AI ต่อยอดธุรกิจ ก่อนขยายผลปี 70 สู่อีก 120 ชุมชน ตั้งเป้ายอดขายผู้เข้าร่วมแตะ 20-25 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 20 ส.ค.69 นายมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เตรียมขยายการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้กับวิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้นในปี 2570 ทั้งในด้านจำนวนชุมชนและผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยตั้งเป้ายกระดับเพิ่มเติมอีก 120 ชุมชน และต้องการให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 20-25 ล้านบาท จากปี 2569 ที่คาดว่าจะสร้างยอดขายได้ประมาณ 15 ล้านบาท รวมถึงเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อให้วิสาหกิจชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดโครงการ ETDA Local Digital Coach (ELDC) ซึ่งที่ผ่านมา ETDA พัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลแล้วมากกว่า 5,000 ราย และทำงานร่วมกับชุมชนมากกว่า 700 แห่งทั่วประเทศ โดยในปี 2569 ได้ยกระดับกิจกรรม Craft Idea ครั้งที่ 6 ให้ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลและกลุ่มลูกค้า การพัฒนาสินค้า การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการทำตลาดและการขาย
นายมีธรรม กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการไม่ได้วัดเพียงว่าชุมชนสามารถใช้เครื่องมือ AI ได้หรือไม่ แต่ต้องสะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดย ETDA จะเก็บข้อมูลยอดขายก่อนเข้าร่วมโครงการ และติดตามหลังจากนำองค์ความรู้ไปใช้ รวมทั้งประเมินต้นทุนที่ลดลง ซึ่งสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นกำไรให้กับผู้ประกอบการได้
"เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มยอดขายให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดย ETDA จะเก็บข้อมูลยอดขายก่อนเข้าร่วม เพื่อเปรียบเทียบผลหลังจากนำองค์ความรู้และ AI ไปประยุกต์ใช้ รวมถึงพิจารณาต้นทุนที่สามารถลดลงได้ ซึ่งส่วนต่างดังกล่าวสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรให้กับผู้ประกอบการได้" นายมีธรรม กล่าว
สำหรับ Craft Idea ครั้งที่ 6 มีชุมชนสนใจเข้าร่วมมากกว่า 119 ชุมชน ก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้การใช้ AI ผ่านหลักสูตร AI to Action 4 หลักสูตร ครอบคลุมการวิเคราะห์ความต้องการลูกค้า การสร้างคอนเทนต์ การวางกลยุทธ์ขาย และการใช้ AI ต่อยอดธุรกิจ จากนั้นคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการ Business Pitching และการแข่งขันระดับภูมิภาค ก่อนเหลือ 12 ชุมชนเข้าสู่รอบ Final Pitching
ผลการแข่งขันรอบสุดท้าย ทีมมีสุขฟาร์ม จ.ระยอง จากแผนธุรกิจ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรผลิตไม้กฤษณา คว้ารางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 100,000 บาท จากการนำ AI มาใช้ทั้งระบบการตลาดและการขาย ตั้งแต่รวบรวมและวิเคราะห์ฐานข้อมูลเพื่อหากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย วิเคราะห์ Persona และ Pain Point วาง Content Pillar เขียน Caption, Script และ Ads สร้างภาพและวิดีโอสินค้า รวมถึงใช้ Chatbot แนะนำสินค้าและช่วยปิดการขาย เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดกฤษณาสูตรเย็นและน้ำหอมกฤษณาอโรมาพกพา
ส่วน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมบ้านปางแดงใน จ.เชียงใหม่ จากแผนธุรกิจ ชุมชนบ้านปางแดงใน รับเงินรางวัล 50,000 บาท และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมว้าว! mushroom จ.พัทลุง จากแผนธุรกิจ วิสาหกิจชุมชนเกษตรพัฒนาบ้านตะโหมด รับเงินรางวัล 30,000 บาท ขณะที่อีก 9 ชุมชนได้รับรางวัลชมเชย ชุมชนละ 5,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งหมด 225,000 บาท โดยต้นฉบับไม่ได้ระบุรายชื่อทั้ง 9 ชุมชนที่ได้รับรางวัลชมเชย
นอกจากนี้ ETDA จะคัดเลือก 50 ชุมชน ชุมชนละ 2 ผลิตภัณฑ์ รวม 100 ผลิตภัณฑ์ พัฒนาเป็นร้านค้าต้นแบบ พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การจัดทำข้อมูลสินค้า สร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงนำสินค้าเข้าสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ตลอดจนทำตลาดผ่าน Facebook, Social Commerce, e-Marketplace และช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มการมองเห็น ขยายฐานลูกค้า และสร้างยอดขาย
ขณะเดียวกัน ETDA จะติดตามผลทั้ง 12 ชุมชนหลังจบการแข่งขันเป็นระยะ หากพบข้อจำกัดด้านเงินทุนจะเชื่อมต่อกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ส่วนการพัฒนาสินค้าและบริการสามารถประสานต่อไปยังมหาวิทยาลัยในเครือข่าย พร้อมติดตามว่ายอดขายเพิ่มขึ้นหรือไม่ และองค์ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้จริงได้มากน้อยเพียงใด
ในด้านการใช้ AI ของชุมชน นายมีธรรมมองว่า ปัจจุบันเครื่องมือเข้าถึงง่ายขึ้นและช่วยลดต้นทุนได้จริง โดยเฉพาะงานด้านการตลาด เช่น การทำคลิปวิดีโอสั้น อินโฟกราฟิก และคอนเทนต์ ซึ่งเดิมอาจต้องจ้างผู้ผลิตภายนอก ขณะที่บางชุมชนเริ่มเก็บบัญชีลูกค้า ค่าใช้จ่าย และต้นทุนผ่านเครื่องมืออย่าง Google Sheet เพื่อนำข้อมูลกลับมาวิเคราะห์ รวมถึงใช้ AI วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและพฤติกรรมตามช่วงเวลา
อย่างไรก็ตาม ETDA ยังนำเรื่องจริยธรรมและ AI Governance เข้าไปอยู่ในกระบวนการ Upskill และ Reskill เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจทั้งประโยชน์ ข้อจำกัด และสิ่งที่ต้องระมัดระวังในการใช้ AI โดยเฉพาะเมื่อชุมชนเริ่มเก็บและนำข้อมูลมาใช้มากขึ้นในอนาคต
"ในอนาคต การใช้ AI จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับภาคธุรกิจ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่การเลือกใช้ให้เหมาะสม ทั้งในด้านระดับการใช้งานและรูปแบบที่สอดคล้องกับความพร้อมของแต่ละธุรกิจ" นายมีธรรม กล่าว
ทั้งนี้ ETDA ไม่ได้กำหนดให้ชุมชนต้องใช้ AI รายใดรายหนึ่ง ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกเครื่องมือตามความเหมาะสมของตนเอง และสอบถามทีมงานเมื่อมีปัญหาหรือต้องการเรียนรู้เครื่องมือเฉพาะด้าน โดยนายมีธรรมมองว่า การเข้ามาของ AI ทำให้ชุมชนมีความกระตือรือร้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีก่อน และการใช้งานไม่ได้จำกัดเฉพาะคนรุ่นใหม่ เนื่องจากผู้สูงอายุก็เริ่มนำ AI มาใช้งานเพิ่มขึ้นเช่นกัน


