จุดเริ่มต้นของ บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ โสมาภา ไอที เกิดขึ้นจากการพัฒนาระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า APPS (Advance Passenger Processing System) ในประเทศไทย ในช่วงหลังเหตุการณ์ 911 ที่ทำให้ทั่วโลกตื่นตัว ถึงภัยทางความมั่นคงที่เกิดขึ้น
ส่งผลให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในการผลักดันให้แต่ละประเทศต้องทราบข้อมูลและรายชื่อผู้โดยสารก่อนเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อคัดกรองความเสี่ยงด้านการก่อการร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของ อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร
ดร.นำโชค โสมาภา ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า หมุดหมายสำคัญขององค์กรเกิดขึ้นในปี 2548 เมื่อบริษัทได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบตรวจคนเข้าเมือง
โดยเปลี่ยนผ่านสถาปัตยกรรมจากเมนเฟรมไปสู่ระบบ Client Server ซึ่งเป็นรากฐานของการต่อยอดระบบบริหารจัดการชายแดนอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบตรวจคนเข้าเมือง, ระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) และระบบข้อมูลการสำรองที่นั่งของผู้โดยสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
ขณะเดียวกัน ด้วยการมาของเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้การบริหารจัดการชายแดนไม่ได้มีบทบาทเพียงแค่การรักษาความมั่นคงของรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนการค้า การลงทุน และการเดินทางระหว่างประเทศ
สู่ระบบเชื่อมต่อกว่า 200 สายการบิน
นายศุภประเสริฐ วงศ์สุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทเป็นโสมาภาฯ เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีการบริหารจัดการชายแดน (Smart Border Solutions) แบบครบวงจรเพียงไม่กี่รายในโลก ที่มีการเชื่อมต่อระบบเข้ากับสายการบินมากกว่า 200 สายการบิน และดำเนินการตรวจสอบคัดกรอง ข้อมูลผู้โดยสารมากกว่า 100 ล้านรายการต่อปี
ขณะเดียวกัน จากความต้องการใช้งานระบบคัดกรองที่มีความจำเป็นเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ ทำให้มีการขยายบริการไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่เข้าพัฒนาระบบ Advance Passenger Processing System (APPS) และ Passenger Name Records (PNR) ให้กับกระทรวงป้องกันความสงบ
ส่วนประเทศปาปัวนิวกินี ได้เข้าไปออกแบบและติดตั้งระบบบัตรตรวจคนเข้าเมืองดิจิทัล Multi-Agency Digital Arrival Solution (PNGDAC) และประเทศไนจีเรีย พัฒนาและให้บริการระบบการเข้าออกประเทศ (Entry/Exit System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการชายแดน
“จุดแข็งของโสมาภาคือโฟกัสในความเชี่ยวชาญที่มี และมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเสริมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ และเชื่อว่าบริษัทเทคโนโลยีไทยก็สามารถทำตลาดไปทั่วโลกได้เช่นกัน”
AI Risk Scoring จากฐานข้อมูลระดับลึก
ในช่วงที่ผ่านมา โสมาภา ไอที ได้นำ AI เข้ามาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจอ โดยอาศัยความได้เปรียบจากองค์ความรู้เฉพาะทางตลอด 30 ปี ร่วมกับการประมวลผลข้อมูลจริงหลายพันล้านรายการในระดับธุรกรรมเชิงลึก ประกอบกับการที่ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านเข้าออกติดระดับท็อปของโลก ทำให้สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม
ภายใต้การพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งแอปพลิเคชัน InfoServe ระบบแชตบอทเฉพาะด้าน ที่เปิดให้บริการแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และระบบประเมินความเสี่ยงอัจฉริยะ (AI Risk Scoring) ที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการประเมินและคัดกรองความเสี่ยงของผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศได้อย่างแม่นยำ
นอกจากมิติด้านเทคโนโลยี บริษัทยังได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการห้องสมุดถวายแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี 2542, การสนับสนุนติดตั้งและบำรุงรักษาเครื่องช่วยหายใจพระราชทานกว่า 200 เครื่องในช่วงวิกฤตโควิด-19 และล่าสุดในวาระครบรอบ 30 ปี กับโครงการมอบทุนการศึกษา 30 ทุน ให้แก่โรงเรียนพระดาบส เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา


