แซนดิสก์ (Sandisk) เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ชี้ปริมาณความต้องการจากผู้ใช้งานในไทยทั้งการมาของ AI และกลุ่มครีเอเตอร์ ทำให้ตลาดเติบโตท่ามกลางการแย่งชิงสินค้าเข้ามาทำตลาดให้เพียงพอในไทย
ซูซาน พาร์ก รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคของ Sandisk กล่าวว่า จากความเชี่ยวชาญในตลาดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช Sandisk ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่าการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ SANDISK Optimus ที่เป็นอินเทอร์นัล เอสเอสดี (Internal SSD) จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค
จากความเคลื่อนไหวนี้ ทำให้ปัจจุบัน SANDISK มีอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลครบตั้งแต่ USB-C Flash Drive กลุ่มการ์ดหน่วยความจำ (SD Card) ไปจนถึงกลุ่ม Portable SSD สำหรับการพกพา และ Internal SSD ประสิทธิภาพสูง
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ SANDISK จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานยุคดิจิทัลที่หลากหลาย ตั้งแต่มืออาชีพ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ เกมเมอร์ ไปจนถึงผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย ด้วยนวัตกรรมและการออกแบบใหม่ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ ความสะดวกในการใช้งาน และการจัดการข้อมูลที่ครอบคลุม
ธนพัฒน์ เลาห์ขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซนดิสก์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า ความต้องการด้านอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับผู้บริโภคยังคงเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างต่อเนื่องในยุคของ AI
“การสร้างสรรค์คอนเทนต์ และเกมมิง พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของ Sandisk ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานทุกกลุ่มสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งาน เพื่อให้สามารถมุ่งเน้นกับการทำงานหรือการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่”
การเปิดแบรนด์ใหม่ของ SANDISK Optimus เกิดขึ้นหลังจากในช่วงต้นปีที่งาน CES 2026 ทาง SANDISK ได้แยกบริษัทออกมาจาก Western Digital (WD) อย่างชัดเจน ทำให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม SANDISK Optimus จะเข้ามาแทนที่ในกลุ่มของ SSD ของ WD Blue หรือ WD Black ที่ทำตลาดอยู่ก่อนหน้านี้
โดยแบ่งออกเป็น 3 ซีรีส์หลัก ได้แก่ SANDISK Optimus SSD มอบความสมดุลระหว่างความเร็วและประสิทธิภาพการทำงานทั่วไป ตามด้วย SANDISK Optimus GX SSD เพื่อกลุ่มเกมเมอร์ที่ต้องการเวลาโหลดไฟล์ที่รวดเร็วเป็นพิเศษ ความจุสูงขึ้น และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ปิดท้ายที่ SANDISK Optimus GX PRO SSDs สำหรับนักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ และเกมเมอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ผสานเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลที่ดีที่สุดในปัจจุบัน และกลายเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีความต้องการจากกลุ่มผู้ใช้ที่มีกำลังซื้อ
ขณะเดียวกัน ในกลุ่ม Portable SSD เจเนอเรชันใหม่ ได้รับการพัฒนาให้รองรับเวิร์กโฟลว์ดิจิทัลที่ซับซ้อนและไฟล์ขนาดใหญ่จาก AI โดยมีไฮไลท์ในรุ่น SANDISK Extreme Portable SSD สำหรับมืออาชีพและครีเอเตอร์ รองรับความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงสุด 2,000 MB/s มาพร้อมการรับประกัน 5 ปี มีจำหน่ายความจุ 1TB–4TB
ส่วน SANDISK Portable SSD ออกแบบมาสำหรับนักเรียน พนักงานออฟฟิศ และผู้ที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล มอบความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงสุด 1,000 MB/s พร้อมการรับประกันแบบจำกัด 3 ปี ในรุ่นความจุ 1TB–2TB
พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัว SANDISK Extreme Fit USB-C Flash Drive ซึ่งนับเป็น USB-C Flash Drive ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ติดตั้งแนบสนิทกับพอร์ตอุปกรณ์หลังเสียบใช้งาน รองรับความจุสูงสุด 1TB ทำความเร็วในการอ่านข้อมูลสูงสุด 400 MB/s ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้แก่แล็ปท็อปและแท็บเล็ตได้อย่างลงตัว
ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ไลน์อัปใหม่ทั้งหมดจะทยอยวางจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกชั้นนำทั้งออนไลน์และออฟไลน์ทั่วประเทศไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยราคาจำหน่ายปลีกแนะนำจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อใกล้กำหนดวางจำหน่าย


