xs
xsm
sm
md
lg

5G แรงไม่พอ! Huawei ผนึกกำลังรอบใหม่ เข็นไทยสู่ยุค Mobile AI ด้วยเครือข่าย 5G-Advanced

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หัวเว่ย (Huawei) ผนึกกำลังหน่วยงานใหญ่ ดันไทยสู่ยุค AI-Native Mobile ด้วย 5G-Advanced เตรียมพร้อมรับมือทราฟฟิก AI มหาศาล ปลดล็อกโมเดลธุรกิจและบริการอัจฉริยะแห่งอนาคต

นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคมและสารสนเทศ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงาน 5G-Advanced x Mobile AI Forum ว่า อนาคตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การผสานพลังระหว่างการเชื่อมต่อและการประมวลผลอัจฉริยะ และการพัฒนาจากการสร้างรายได้บนพื้นฐานของประสบการณ์การใช้งาน (Experience Monetization) ไปสู่บริการ AI-to-X และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าผ่านระบบ Token ภายใต้โมเดลธุรกิจ Model-as-a-Service (MaaS) จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเร่งพัฒนาโครงข่ายมือถือและโครงสร้างพื้นฐาน ICT ยุคใหม่ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น

"โทรคมนาคมยุคใหม่กำลังเชื่อมโยงโลกของการเชื่อมต่อ (Connectivity) และการประมวลผล (Computing) เข้าด้วยกัน โดย 5G-Advanced จะทำงานร่วมกับ Mobile AI ขณะที่การผสมผสานกันของ Byte และ Token จะสร้างโอกาสใหม่ด้านโซลูชั่นการบริการ นวัตกรรม และการสร้างรายได้จากรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ"

นายเสน่ห์ สายวงศ์ วิศวกรเชี่ยวชาญพิเศษ
วิสัยทัศน์นี้ของหัวเว่ยเกิดขึ้นเพื่อเดินหน้าผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ยุคโทรคมนาคมที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ผ่านการจัดงาน 5G-Advanced x Mobile AI Forum ภายใต้ Huawei Digital & AI Summit 2026 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 โดยระดมผู้แทนจากภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับทิศทางเครือข่ายมือถือของไทยในอนาคต

***5G-A ต้องมา

หัวเว่ยย้ำว่าทุกวันนี้การใช้งาน AI บนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นแชทบอท ผู้ช่วยอัจฉริยะ หรือแอปสร้างคอนเทนต์ด้วย AI กำลังเพิ่มปริมาณการรับส่งข้อมูล (ทราฟฟิก) บนเครือข่ายมือถืออย่างก้าวกระโดด โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลกตอนนี้คือ เครือข่ายแบบเดิมจะรองรับความต้องการนี้ได้อย่างไร นี่จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยีที่เรียกว่า "5G-Advanced" (5G-A) ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่พัฒนาต่อยอดจาก 5G ให้ฉลาดและรองรับงาน AI ได้ดีขึ้น

หัวเว่ยย้ำอีกว่าเมื่อผนวกกับ "Mobile AI" หรือการประมวลผล AI บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ทั้งสองเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำหนดอนาคตของบริการดิจิทัลในไทย

นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์
รองศาสตราจารย์ ดร. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ระบุว่าการคาดการณ์อนาคตของปริมาณทราฟฟิก AI จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และเวทีความร่วมมือเช่นนี้ เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มความต้องการใช้งาน Mobile AI บนพื้นฐานข้อมูลที่ชัดเจน

"ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลใดสามารถคาดการณ์อนาคตของปริมาณทราฟฟิก AI ได้เพียงลำพัง และการคาดการณ์ของภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ควรเป็นปัจจัยเดียวในการกำหนดทิศทาง เราต้องการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และเวทีความร่วมมือเช่นนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมบนพื้นฐานของข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการใช้งาน Mobile AI ในอนาคต"

ด้านนายเสน่ห์ สายวงศ์ วิศวกรเชี่ยวชาญพิเศษจากสำนักงาน กสทช. ได้นำเสนอทิศทางนโยบายของไทย โดยเน้นย้ำความสำคัญของการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz เพื่อรองรับปริมาณการใช้งาน AI บนมือถือที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีประสิทธิภาพและใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

***แนวคิด "Byte + Token" เศรษฐกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่

หัวเว่ยได้ใช้งานนี้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจ นั่นคือเศรษฐกิจดิจิทัลจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Byte) เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะรวมถึง "Token" หรือหน่วยการประมวลผลของบริการ AI อัจฉริยะด้วย

รศ. ดร. สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช
นายอัลเลน ถัง ประธานฝ่าย Wireless and Cloud Core Networks and Solutions ของ Huawei Technologies กล่าวว่า การบรรจบกันของ AI Agent และโครงข่ายยุคใหม่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจรูปแบบนี้ และยกระดับนิยามของการเชื่อมต่ออัจฉริยะขึ้นไปอีกขั้น

ในมุมเทคนิค ดร. หลิว จิ่นซาน ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านการตลาดของ Huawei Technologies ได้อธิบายแนวคิด "Triple-A" สำหรับ 5G-Advanced ซึ่งประกอบด้วยสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ การเพิ่มความเร็วขาลง (Amplified Downlink) การเร่งความเร็วขาขึ้น (Accelerated Uplink) และการรับประกันคุณภาพบริการที่แตกต่าง (Assured Differentiation) พูดง่ายๆ คือทำให้ทั้งการดาวน์โหลดและอัปโหลดข้อมูลทำงาน AI ได้เร็วและเสถียรขึ้น เพื่อรองรับประสบการณ์ดิจิทัลระดับพรีเมียม

จุดนี้เองที่หัวเว่ยเชื่อว่า โทรคมนาคมยุคใหม่กำลังหลอมรวมโลกของการเชื่อมต่อ (Connectivity) เข้ากับการประมวลผล (Computing) โดยรูปแบบการสร้างรายได้จะพัฒนาจากการเก็บค่าบริการตามประสบการณ์การใช้งานแบบเดิม ไปสู่บริการ AI-to-X และโมเดลธุรกิจ Model-as-a-Service (MaaS) ที่สร้างมูลค่าผ่านระบบ Token

นายอัลเลน ถัง (Allen Tang) ประธานฝ่าย Wireless and Cloud Core Networks

ดร. หลิว จิ่นซาน (Dr. Liu Jinshan) ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส
สำหรับผู้บริโภคทั่วไป การพัฒนานี้หมายถึงการใช้งานแอปพลิเคชัน AI บนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ (Intelligent Agent) การไลฟ์สตรีมด้วย AI (AI Live Streaming) คอนเทนต์ที่สร้างโดย AI (AIGC) หรือแม้แต่แว่นตาอัจฉริยะ (AI Glasses) จะทำงานได้ลื่นไหลและตอบสนองเร็วขึ้นในอนาคต ขณะที่ภาคธุรกิจไทยจะมีโอกาสต่อยอดโมเดลรายได้ใหม่ๆ จากบริการ AI บนโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ส่วนภาครัฐและ กสทช. เองก็ได้รับข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยวางแผนจัดสรรคลื่นความถี่และโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง

สำหรับงาน 5G-Advanced x Mobile AI Forum ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเวทีแรกๆ ของไทยที่รวมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ อุตสาหกรรม และภาคการศึกษา (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) มาหารือเรื่องนี้อย่างจริงจัง สะท้อนความมุ่งมั่นของหัวเว่ยที่จะร่วมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ICT ของไทย และสนับสนุนเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ชั้นนำของอาเซียน.