เทนาเบิล (Tenable) ดาวรุ่งบริษัทบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ ชี้ 3 ปัจจัยอันตรายที่น่าเป็นห่วงของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทยในยุค Cloud First เผยทิศทางธุรกิจในไทยเน้นเดินหน้าผลักดัน Tenable One และ AI ผู้ช่วยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ "Hexa" รับมือความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นจาก AI Agent และอัตลักษณ์ที่ไม่ใช่มนุษย์
นายเจสัน เมอร์ริค รองประธานอาวุโส ฝ่ายบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ ของ Tenable กล่าวระหว่างการจัดงานประชุม Customer Advisory Board ว่าแนวทางสำคัญในการช่วยให้องค์กรรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน คือการสร้างโครงการบริหารจัดการความเสี่ยง (Exposure Management Program) ที่มุ่งเน้นการป้องกันก่อนเกิดการโจมตี (Pre-breach) แทนการรอรับมือหลังเกิดเหตุ เพื่อให้องค์กรมองเห็นและจัดการความเสี่ยงได้อย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง
Tenable มองว่านโยบาย Go Cloud First ของประเทศไทยเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งการยกระดับองค์กรสู่ยุคดิจิทัล ทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อระบบ แอปพลิเคชัน และข้อมูลจำนวนมากถูกย้ายไปอยู่บนระบบคลาวด์ ศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จำเป็นต้องได้รับการขยายขีดความสามารถตามไปด้วยเช่นกัน
ผู้บริหาร Tenable ย้ำว่าความเสี่ยงที่วิกฤตที่สุดมักเกิดขึ้นเมื่อจุดอ่อนหลายประการมารวมกัน จากงานวิจัยของ Tenable เรียกหนึ่งในรูปแบบการรวมตัวที่อันตรายเป็นพิเศษนี้ว่า "Toxic Cloud Trilogy" หรือ 3 ปัจจัยอันตรายบนคลาวด์
3 ปัจจัยนี้ประกอบด้วยเวิร์กโหลด (Workload) ที่เปิดให้เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ตสาธารณะ, การมีช่องโหว่ระดับวิกฤต และมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเกินความจำเป็น (Excessive Permissions) ซึ่งแม้แต่ละปัจจัยจะสร้างความเสี่ยงด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่เมื่อปัจจัยทั้ง 3 เกิดขึ้นพร้อมกัน ผู้โจมตีจะสามารถแทรกซึมและเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญหรือระบบหลักได้อย่างรวดเร็วกว่าปกติมาก
Tenable ระบุว่าหัวใจสำคัญของการป้องกันคือ "Visibility" หรือการมองเห็นระบบทั้งหมดอย่างรอบด้าน องค์กรต้องรู้ตลอดเวลาว่ามีระบบใดกำลังทำงานอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ ระบบ IT แบบดั้งเดิม ระบบจัดการอัตลักษณ์ผู้ใช้ (Identity) เทคโนโลยีการปฏิบัติงานในโรงงานหรืออุตสาหกรรม (Operational Technology หรือ OT) ไปจนถึงบริการจากผู้ให้บริการภายนอก
พร้อมทั้งต้องรู้ว่าใครหรืออะไรเข้าถึงระบบเหล่านั้นได้ สิทธิ์ที่มอบให้ยังเหมาะสมอยู่หรือไม่ และความเสี่ยงเล็กๆ ในแต่ละจุดสามารถเชื่อมโยงกันจนกลายเป็น "เส้นทางการโจมตี" (Attack Path) ได้อย่างไร
***AI Agent เพิ่มความซับซ้อนอีกขั้น
อีกปัจจัยที่ Tenable ระบุว่ากำลังทำให้ภาพความเสี่ยงขององค์กรซับซ้อนขึ้นไปอีกคือการมาของ AI ในรูปแบบต่างๆ เช่น AI Agent, Service Account และสิ่งที่เรียกว่า "Non-human Identities" หรืออัตลักษณ์ที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งหมายถึงบัญชีหรือระบบอัตโนมัติที่ไม่มีคนควบคุมโดยตรง แต่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มคลาวด์ แอปพลิเคชัน และข้อมูลสำคัญได้เช่นเดียวกับบัญชีของพนักงาน
Tenable ย้ำว่าอัตลักษณ์เหล่านี้ควรถูกจัดทำบัญชีรายชื่อ เฝ้าระวัง และบริหารจัดการภายใต้หลัก "Least-Privilege Principles" หรือหลักการให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เช่นเดียวกับที่ใช้ควบคุมบัญชีผู้ใช้ที่เป็นมนุษย์ซึ่งมีสิทธิ์สูง เพื่อไม่ให้กลายเป็นช่องโหว่ใหม่ที่มองไม่เห็น
แนวคิดที่ Tenable ผลักดันคือ "Go Cloud First" ต้องเดินไปพร้อมกับ "Secure First" นั่นคือการสร้างระบบมองเห็นภาพรวม การตั้งค่าความปลอดภัยที่ถูกต้อง การควบคุมอัตลักษณ์ และการบริหารจัดการช่องโหว่แบบต่อเนื่อง (Continuous Exposure Management) ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้คลาวด์ ไม่ใช่ค่อยมาตั้งรับทีหลัง
***เดินหน้าดัน Tenable One และ AI ผู้ช่วย "Hexa"
ในด้านทิศทางธุรกิจ Tenable มองว่าประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญ สอดคล้องกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของการใช้คลาวด์ การลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) และการทำ Digital Transformation ในประเทศ
แม้บริษัทจะไม่เปิดเผยตัวเลขรายได้หรือประมาณการผลประกอบการเฉพาะในไทย แต่กิจกรรมล่าสุดสะท้อนความสำคัญของตลาดนี้ชัดเจน โดยเมื่อไม่นานมานี้ Tenable ได้จัดงาน Asia-Pacific Customer Advisory Board ในไทย ซึ่งรวมลูกค้าประมาณ 30 รายจากทั่วภูมิภาค รวมถึงงาน Guardian Summit สำหรับพาร์ทเนอร์ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีตัวแทนจากไทย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเวียดนามเข้าร่วม
Tenable พบอีกว่าบทสนทนาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในไทยกำลังเปลี่ยนไป องค์กรต่างๆ ต้องการมองเห็นความเสี่ยงและพื้นผิวการโจมตี (Attack Surface) ทั้งหมดในภาพเดียว ครอบคลุมทั้งคลาวด์ อัตลักษณ์ผู้ใช้ แอปพลิเคชัน OT และ AI มากกว่าจะบริหารแยกส่วนแบบเดิม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้แพลตฟอร์ม Tenable One ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะเป็นโซลูชันที่รวบรวมข้อมูลความเสี่ยงจากทุกจุดมาไว้ในที่เดียว ช่วยให้องค์กรจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้ดีขึ้น
สำหรับปีที่จะถึงนี้ Tenable คาดว่าประเด็นความปลอดภัยของ AI และขีดความสามารถของระบบอัตโนมัติ (Agentic Capabilities) จะเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากขึ้น โดยชูฟีเจอร์ "Hexa" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Tenable One ที่ถูกออกแบบมาให้ทีมความปลอดภัยไซเบอร์วิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงจำนวนมาก ระบุประเด็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขก่อน และช่วยดำเนินการบางขั้นตอนโดยอัตโนมัติ ขณะที่การตัดสินใจสำคัญที่มีผลกระทบสูงยังคงอยู่ในมือของมนุษย์.


