นักวิจัยด้านความปลอดภัย Kaspersky ชี้ จากจุดเริ่มต้นในการใช้ AI ตรวจพบช่องโหว่อัลกอริธึมของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet) จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภัยไซเบอร์ในยุค AI ที่จะมีการพุ่งเป้าโจมตีมากขึ้น ทำให้ทุกคนต้องร่วมกันปรับตัวเข้ากับภัยโจมตีรูปแบบใหม่นี้
เซอร์เกย์ ลอซคิน หัวหน้าทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลก (GReAT) ภูมิภาคตะวันออกกลาง ตุรกี แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ ระบุถึงภัยการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในยุคนี้ อย่างกรณีแฮกกระเป๋าเงินดิจิทัล ทำให้ผู้ที่ถือครองสกุลเงินดิจิทัลที่คิดว่าเก็บไว้อย่างปลอดภัยในอุปกรณ์ กลับสร้างความเสียหลายหลายพันล้านบาท
“การโจมตีเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลนี้ ใช้ช่องโหว่ของกระเป๋าเงินแบบฮาร์ดแวร์ที่ทุกคนต่างคิดว่าปลอดภัย 100% เพราะมีการเข้ารหัสในตัวฮาร์ดแวร์ ทำให้คนอื่นที่ไม่มีรหัสไม่สามารถเข้าถึงเงินดิจิทัลของเราได้ แต่กลายเป็นว่า AI ตรวจพบช่องโหว่ที่ร้ายแรงซึ่งมนุษย์อาจไม่สังเกตเห็น แต่ AI ตรวจจับได้”
สิ่งที่เกิดขึ้น เกิดจากความผิดพลาดของผู้ผลิตที่ไปใช้อัลกอริทึมในการสุ่มตัวเลขแบบซอฟต์แวร์แทนที่จะเป็นแบบฮาร์ดแวร์ ทำให้ AI สามาถรเรียนรู้ และคาดเดาชุดตัวเลขได้ จนกลายเป็นว่าจุดที่ทำให้เงินเก็บทั้งชีวิตหลายๆ แสนดอลดาร์หายไปกับตา เพียงเพราะเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่มั่นใจว่าปลอดภัยที่สุด
ในตอนนี้ เริ่มมีการนำ AI ไปใช้ในผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์แต่อาจเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป บัญชีธนาคาร ทำให้ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างล้วนมีช่องโหว่ และหากผู้โจมตีค้นพบช่องโหว่ได้เร็วกว่าผู้ป้องกัน ก็จะเกิดการโจมตีรูปแบบใหม่ขึ้นเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตาม ในมุมของนักพัฒนา ปัจจุบันเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง Google,Microsoft และ Apple พยายามค้นหาช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์ เพื่อป้องกันให้เร็วที่สุด ก่อนที่คนที่ไม่หวังดีจะใช้ช่องโหว่เหล่านั้นในการโจมตี ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็เหมือนการวิ่งแข่งขันกัน
“ในอนาคตหลายแวดวง จะต้องให้ความสำคัญกับการโจมตีรูปแบบใหม่ของ AI นี้ เพราะเป็นสิ่งที่อันตรายมากๆ และไม่ได้จำกัดเฉพาะการโจมตีองค์กรธุรกิจเท่านั้น แต่คนธรรมดาที่ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย”
สุดท้ายแล้ว ทีมนักวิจัยของ Kaspersky ระบุว่า การเก็บเงินอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าทางไหนก็มีความเสี่ยงที่จะโดนแฮกได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝากไว้ในกระดานเทรนด์ (Exchange) หรือแม้แต่เก็บไว้ในกระเป๋าเงินแบบ Hardware Wallet ก็ตาม หรือจะมีที่ปลอดภัยขึ้นก็คือ Bitcoin Core ที่ใช้งานยาก และดูไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่นับว่าเป็นช่องทางที่ปลอดภัยจนกว่าอัลกอริทคมของควอนตัมคอมพิวเตอร์จะเข้ามาถอดรหัสมันได้


