นูโวล่า มีเดีย (Nuvola Media) เปิดตัวแพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อการบริหารจัดการเมืองแบบผสานรวมในไทย ชูเทคโนโลยีดิจิทัลทวิน (Digital Twin) ช่วยรัฐติดตามสภาพอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน ชี้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถวิเคราะห์ภาพวิดีโอรอยแตกร้าว-สนิม ได้ต่อเนื่อง กว่าการประเมินจากข้อมูล ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ฟีลิกซ์ ตัน (Felix Tan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nuvola Media กล่าวระหว่างการเปิดตัวแพลตฟอร์มดำเนินงานอัจฉริยะสำหรับเมืองอัจฉริยะและสิ่งปลูกสร้าง Synoptic Intelligence Platform ว่าผังเมืองรวมของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 ถือเป็นการพลิกโฉมผังเมืองที่ล้ำที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เมื่อเมืองเติบโตขึ้นและมีโครงข่ายเชื่อมต่อที่ซับซ้อนเป็นพิเศษ ข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจายและระบบที่แยกส่วนกันจะยิ่งส่งผลให้เกิดความไม่ต่อเนื่อง ความล่าช้าในการตอบสนอง และในหลายกรณีอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ
"การทำให้กรุงเทพฯ น่าอยู่ไม่ใช่แค่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นหรือทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถทำงานร่วมกันได้ ระบบปฏิบัติงานอัจฉริยะแบบเรียลไทม์คือสิ่งที่จะช่วยให้เมืองสามารถปกป้องดูแลประชาชน จัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตได้โดยไม่สูญเสียการควบคุมแม้เมืองจะมีความซับซ้อนมากขึ้นก็ตาม”
Nuvola Media นั้นเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน Agentic AI โดยการเปิดตัว Synoptic Intelligence Platform (SIP) นั้นเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุกันสาดอาคารถล่มย่านพระราม 4 ซึ่งมีต้นเรื่องจากอาคารเก่า-เหล็กเป็นสนิม-รอยต่อไม่แข็งแรง ช่วง มิ.ย. 2569 สำหรับ Nuvola เชื่อว่ากรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านระบบขนส่งมวลชน โครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยสาธารณะ เหตุการณ์อุทกภัย การหยุดชะงักของระบบขนส่ง และอุบัติการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในการบริหารจัดการเมืองของไทย
Synoptic Intelligence Platform (SIP) นั้นวางจุดขายเป็นแพลตฟอร์มดำเนินงานอัจฉริยะสำหรับเมืองอัจฉริยะและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาเร่งด่วนเหล่านี้ด้วยการรวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายมาไว้ในแดชบอร์ดแสดงข้อมูลภาพเพียงแห่งเดียว การผสานข้อมูลที่แยกส่วน จะนำไปสู่การจัดการเมืองแบบเรียลไทม์
นอกจากนี้ SIP ยังถูกชูว่าสามารถรับมือ "น้ำท่วม" และจัดการโครงสร้างพื้นฐานเดิมให้คุ้มค่า โดยแพลตฟอร์มสามารถจำลองการจัดการน้ำท่วม ซึ่งช่วยให้หน่วยงานต่างๆ สามารถจำลองสถานการณ์ คาดการณ์ความเสี่ยง และประสานงานตอบสนองได้ทันท่วงทีก่อนที่สถานการณ์จะย่ำแย่ลง
นอกจากนี้ กรุงเทพฯ มีโครงข่ายกล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบ IoT ติดตั้งไว้อยู่แล้ว แพลตฟอร์ม SIP จะทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานเดิมเหล่านี้โดยไม่ต้องลงทุนใหม่ซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการลงทุนด้านเมืองอัจฉริยะที่กรุงเทพฯ มีอยู่เดิม
*** Digital Twin จัดการตึกเก่า
เมื่อถามว่า Digital Twin สามารถช่วยสนับสนุนการตรวจสอบและบริหารจัดการการเสื่อมสภาพของอาคารเก่า เช่น การเกิดสนิม การแตกร้าว หรือการเสื่อมสภาพขององค์ประกอบคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยเฉพาะอาคารที่มีอายุ 50–100 ปีขึ้นไป ซึ่งพบเป็นจำนวนมากในพื้นที่เมืองเก่าของกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารชี้ว่า Digital Twin ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถติดตามสภาพของอาคารและโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบ “Living Model” หรือแบบจำลองดิจิทัลที่ได้รับการปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แทนการประเมินจากข้อมูล ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งเพียงอย่างเดียว
"ระบบจะบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง ได้แก่ ภาพถ่ายจากโดรน กล้อง CCTV เซ็นเซอร์ IoT ระบบ GIS ประวัติการตรวจสอบ และ AI Video Analytics เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสภาพอาคารในระยะยาว รวมถึงช่วยระบุสัญญาณเริ่มต้นของความเสื่อมสภาพที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านโครงสร้าง ทั้งนี้ Digital Twin ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนการประเมินของวิศวกร แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจพบปัญหา สนับสนุนการวางแผนตรวจสอบเชิงลึก และช่วยให้การตัดสินใจด้านการบำรุงรักษามีความแม่นยำและมีข้อมูลรองรับมากขึ้น"
เมื่อทำงานร่วมกับ LiveInspect.AI ของ Nuvola ผู้บริหารชี้ว่าระบบสามารถยกระดับกระบวนการตรวจสอบสภาพอาคารผ่านการประยุกต์ใช้ AI Video Analytics โดย AI สามารถช่วยวิเคราะห์ภาพจากวิดีโอเพื่อระบุความผิดปกติ เช่น รอยแตกร้าว สนิม หรือความเสียหายบนพื้นผิวอาคาร และเชื่อมโยงตำแหน่งของข้อบกพร่องเหล่านั้นเข้ากับแบบจำลอง Digital Twin ทำให้การตรวจสอบมีความรวดเร็ว เป็นระบบ และลดข้อจำกัดจากการประเมินด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว
Nuvola Media ยังมีแนวคิดในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการตรวจสอบแบบตอบสนองต่อปัญหา (Reactive Inspection) ไปสู่การบริหารจัดการสินทรัพย์เชิงคาดการณ์ (Predictive Asset Management) โดย LiveInspect.AI ซึ่งพัฒนาบนแพลตฟอร์ม SIP สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสภาพอาคารเข้ากับบริบทของเมือง เช่น ประวัติการบำรุงรักษา ข้อมูลพื้นที่ และปัจจัยแวดล้อม เพื่อช่วยให้หน่วยงานสามารถประเมินระดับความเสี่ยง จัดลำดับความสำคัญของอาคารที่ควรได้รับการตรวจสอบหรือซ่อมบำรุง และบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Nuvola Media ย้ำว่า SIP จะช่วยรวบรวมและบูรณาการข้อมูลเมืองจากหลากหลายแหล่งเข้าสู่แพลตฟอร์มเดียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ GIS ฐานข้อมูลอาคาร ภาพถ่ายจากโดรน รายงานการตรวจสอบ กล้อง CCTV ข้อร้องเรียนจากประชาชน ข้อมูลสิ่งแวดล้อม และเซ็นเซอร์ IoT เข้าสู่ศูนย์กลางเดียว การรวมข้อมูลดังกล่าวช่วยสร้างภาพรวมสถานการณ์ของเมือง (Common Operating Picture) ทำให้หน่วยงานสามารถติดตามสถานะของอาคาร ประเมินสถานการณ์ และประสานงานระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันและมีบริบทประกอบการตัดสินใจ
"จุดเด่นของการผสาน Synoptic Intelligence Platform เข้ากับ Digital Twin คือการช่วยให้ภาครัฐสามารถเปลี่ยนจาก "การบริหารจัดการเชิงรับไปสู่การบริหารจัดการเชิงคาดการณ์” โดยระบบสามารถประยุกต์ใช้ AI และการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) เพื่อประมวลผลข้อมูลจากหลายมิติ และสร้างระดับความเสี่ยงของอาคารแต่ละแห่งที่ปรับเปลี่ยนตามข้อมูลล่าสุด"
Nuvola ย้ำว่าการประเมินดังกล่าวสามารถพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น สภาพโครงสร้าง ประวัติการตรวจสอบ ความหนาแน่นของประชากรโดยรอบ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยให้หน่วยงานสามารถจัดลำดับความสำคัญในการตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และจัดสรรทรัพยากรไปยังอาคารที่มีระดับความเสี่ยงสูงได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้การบริหารจัดการความปลอดภัยของประชาชนมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และใช้ทรัพยากรภาครัฐได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น.


