xs
xsm
sm
md
lg

ยอดสั่งไอศรีมบน แกร็บ พุ่ง 70% รับกระแส ‘อัลตร้าสมูท’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แกร็บฟู้ด ชี้ความนิยมไอศรีมจากกระแส “อัลตร้าสมูท” ทำให้ตลาดไอศกรีมที่มีมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาทคึกคัก พบยอดสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มพุ่ง 70% ในช่วง 2 สัปดาห์ พร้อม GrabMart เติบโต 2 เท่าตัว ขณะที่สัดส่วนผู้ใช้บริการรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 40% สะท้อนอิทธิพลสื่อสังคมออนไลน์ต่อพฤติกรรมการบริโภคของคนเมือง

แกร็บฟู้ด (GrabFood) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึก ที่พบว่ายอดสั่งซื้อไอศกรีมผ่านแพลตฟอร์มเติบโตขึ้นกว่า 70% ในช่วงระหว่างวันที่ 15 - 29 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงฤดูฝนที่ตามปกติแล้วไม่ใช่ช่วงฤดูกาลนิยมของสินค้าในกลุ่มไอศรีม

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตครั้งนี้ มาจากกระแสความนิยมในสื่อสังคมออนไลน์อย่าง "Ultra Smooth" ซึ่งส่งผลกระทบเชิงบวกเป็นวงกว้าง ต่ออุตสาหกรรมไอศกรีมในประเทศไทยที่มีมูลค่ารวมกว่า 25,000 ล้านบาท ทั้งในกลุ่มแบรนด์รายใหญ่ ร้านค้าขนาดเล็ก ตลอดจนผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเดลิเวอรี

นายจิรกิตติ์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย (Grab Thailand) กล่าวว่า โดยปกติผลิตภัณฑ์ไอศกรีมมักจะได้รับความนิยมและมียอดขายเติบโตขึ้นในช่วงหน้าร้อนหรือช่วงเทศกาล ทว่าในปีนี้เทรนด์การบริโภคไอศกรีมทั้งแบบรับประทานที่ร้านและแบบซื้อกลับ พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนกรกฎาคม

"ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แกร็บพบว่ามีออเดอร์การสั่งไอศกรีมผ่านบริการ GrabFood เติบโตขึ้นถึง 70% ขณะที่ผู้ใช้บริการหันมาสั่งไอศกรีมแบบบรรจุภัณฑ์ผ่านบริการ GrabMart เพื่อไปรับประทานที่บ้านสูงขึ้นถึง 2 เท่าตัว”

ทั้งนี้ กว่า 40% ถือเป็นลูกค้าหน้าใหม่ที่ไม่เคยสั่งไอศกรีมมาก่อน ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของเทรนด์ในโลกโซเชียลที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนเมือง ซึ่งแม้จะไม่ได้มีโอกาสไปทดลองสินค้าหรือบริการที่อยู่ในกระแส แต่ก็พยายามหาผลิตภัณฑ์ทางเลือกมาทดแทนในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสทางธุรกิจให้กับแบรนด์อื่นๆ ที่อยู่ในตลาด

ขณะเดียวกัน แกร็บฟู้ด ได้รวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคและการแข่งขันในตลาดไอศกรีมผ่านแพลตฟอร์ม โดยแบรนด์หลักอย่าง สเวนเซ่นส์ (Swensen's), แดรี่ควีน (Dairy Queen) และ มี่เสวี่ย (MIXUE) ยังคงรักษายอดขายสูงสุดบนแพลตฟอร์ม อย่างไรก็ตาม กลุ่มร้านไอศกรีมเฉพาะทางหรือสเปเชียลตี้ (Specialty Ice Cream) เช่น Guss Damn Good, Molto Gelato, GERTO Gelato และ Daddy Don’t Know มียอดขายรวมพุ่งขึ้นถึง 2 เท่าตัว (100%)


ส่วนรสชาติ "ช็อกโกแลต" ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดกว่า 70% ตามมาด้วยวานิลลา และมัตจะ ขณะที่รสชาติ "พิสตาชิโอ" กลายเป็นรสชาติดาวรุ่งที่มีอัตราการเติบโตแรงที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว

ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีการสั่งซื้อซ้ำสูงถึง 60% ขณะที่มีกลุ่มลูกค้าใหม่ เข้ามาถึง 40% โดยมีมูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ยต่อตะกร้า (Basket Size) อยู่ระหว่าง 150 - 300 บาท และปริมาณการค้นหา เช่น "Gelato" และ "เจลาโต้" ทั้งบนบริการ GrabFood และ GrabMart ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติกว่า 6 เท่าตัว

ทั้งนี้ 5 จังหวัดที่มีปริมาณการสั่งซื้อไอศกรีมผ่านแพลตฟอร์มสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, เชียงใหม่, ภูเก็ต และขอนแก่น ซึ่งสะท้อนถึงการกระจายตัวของกำลังซื้อในศูนย์กลางเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างชัดเจน