'BDI' ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับแรกของไทย หลัง ครม.รับทราบ ตั้งเป้าเศรษฐกิจข้อมูลโต 35% ดันไทยท็อป 25 โลก พร้อมปั้นบุคลากร AI 1.6 แสนคน ปี 2570 สู่ Data-Driven Nation
ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของการใช้ข้อมูล หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ก.ค.69 มีมติรับทราบ ร่างแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data พ.ศ. 2568-2570 ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสนอ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศมีกรอบทิศทางด้านข้อมูลขนาดใหญ่อย่างเป็นระบบ
ตลอดช่วงที่ผ่านมา ข้อมูลจำนวนมหาศาลของประเทศไทยถูกจัดเก็บแยกกันอยู่ในหลายหน่วยงาน แม้ข้อมูลเหล่านี้จะมีศักยภาพในการนำมาแก้ปัญหาประเทศ แต่กลับยังเชื่อมโยงและนำมาใช้ได้ไม่เต็มที่ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านบุคลากร Big Data และ AI ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย ตลอดจนมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
จากโจทย์ดังกล่าว BDI จึงจัดทำแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ขึ้น เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หรือ Data-Driven Nation โดยมุ่งนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของแผนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรวบรวมข้อมูลไว้ในระบบเท่านั้น แต่ยังมุ่งเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยภายในปี 2570 ตั้งเป้าให้มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่เติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 จากปีก่อนหน้า พร้อมผลักดันอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยในมิติการใช้ Big Data ให้ติด 25 อันดับแรกของโลก
สำหรับเส้นทางไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ประเทศไทยจะขับเคลื่อนผ่าน 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ เริ่มจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลระดับประเทศ ทั้ง Government Cloud, Government Data Catalog และ National Big Data Platform เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ สามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมการนำข้อมูลไปแก้ปัญหาในภาคส่วนสำคัญ เช่น สุขภาพ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม การเกษตร และเศรษฐกิจการค้า เพื่อให้การกำหนดนโยบายและการจัดบริการสาธารณะตอบโจทย์สถานการณ์จริงมากขึ้น
นอกจากนี้ แผนยังมุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้ AI ในภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนการสร้างโมเดล AI ภาษาไทย รวมถึงคลังข้อมูลที่จำเป็นต่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว
อีกด้านหนึ่ง การพัฒนาคนถือเป็นหัวใจสำคัญของแผน โดยตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรด้าน Big Data และ AI ไม่น้อยกว่า 160,000 คน ภายในปี 2570 เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานและสร้างกำลังคนที่สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้จริง
"แผนยุทธศาสตร์ Big Data ฉบับแรกของประเทศไทยจะทำหน้าที่เป็นเข็มทิศให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และประชาชน เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งแต่การจัดเก็บ เชื่อมโยง วิเคราะห์ ไปจนถึงการต่อยอดข้อมูลเป็นบริการและนวัตกรรมใหม่ พร้อมกันนี้ หากทุกหน่วยงานสามารถขับเคลื่อนแผนได้อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลที่เคยกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ จะถูกนำมาสร้างมูลค่าและใช้แก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอนาคต" ศ.ดร.ธีรณีกล่าว


