xs
xsm
sm
md
lg

Synology ยก ISO 27001 รากฐานใหม่องค์กรไทยรับมือภัยไซเบอร์ยุค AI

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รหัท บุญตันจีน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด หรือ Synology
ซินโนโลจี้ (Synology) บุกตลาดอุปกรณ์และโซลูชันด้านการจัดเก็บข้อมูลรอบใหม่ กระตุ้นองค์กรไทยปรับตัวหลังองค์กรชั้นนำทั่วโลกได้นำ ISO 27001 มาใช้เป็นแนวทางเพิ่มความปลอดภัย-บริหารความเสี่ยง-วางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ ปูทางสร้างความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในทุกมิติ

นายรหัท บุญตันจีน ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท บริษัท ซินโนโลจี้ จำกัด หรือ Synology กล่าวว่าในอดีต หลายองค์กรอาจมอง ISO 27001 เป็นเพียงใบรับรองมาตรฐาน แต่ปัจจุบัน องค์กรชั้นนำทั่วโลกได้นำ ISO 27001 มาใช้เป็นแนวทางในการเชื่อมโยงการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในทุกมิติ

"ISO 27001 กำลังเปลี่ยนบทบาทจากมาตรฐานที่มุ่งเน้นการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) ไปสู่กรอบการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร ที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างทั้ง Cyber Resilience และ Business Continuity"


Synology คือบริษัทไต้หวันที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2000 โดยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะผู้นำด้าน NAS (Network Attached Storage) หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลผ่านเครือข่าย ทั้งสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง (SMB) และองค์กรขนาดใหญ่ ล่าสุด Synology เชื่อว่า ISO 27001 คือรากฐานใหม่ของ Cyber Resilience องค์กรไทยในยุค AI

Synology ชี้ว่าผลสำรวจ Global Cybersecurity Outlook 2025 ของ World Economic Forum ชี้ว่า 72% ขององค์กรทั่วโลกมองว่าความเสี่ยงด้านไซเบอร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ 71% ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยง (CROs) คาดการณ์ว่าภัยคุกคามไซเบอร์จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า Cyber Resilience กำลังกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก และเป็นเหตุผลที่ทำให้มาตรฐาน ISO 27001 ถูกยกระดับจากเครื่องมือด้านการกำกับดูแล ไปสู่รากฐานของการบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ

Synology มองว่าเหตุการณ์ระบบไอทีล่มทั่วโลกจากกรณี CrowdStrike ในปี 2024 ซึ่งกระทบสายการบิน โรงพยาบาล และธนาคารจำนวนมาก เป็นตัวอย่างที่ตอกย้ำว่าความเสียหายไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์นั้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความไม่สามารถกู้คืนระบบและกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วต่างหาก ด้วยเหตุนี้ ความสามารถในการฟื้นตัวจึงมีความสำคัญไม่แพ้การป้องกันการโจมตี และผลสำรวจ OpenText Global Ransomware Survey 2025 พบว่า 52% ขององค์กรทั่วโลกมีแผนเพิ่มการลงทุนด้าน Backup Technologies ในปี 2026 เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเทคโนโลยีอย่าง Immutable Backup, Air-gapped Protection และ Cyber Recovery กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ปกป้องข้อมูลยุคใหม่


ในอีกด้าน Synology ชี้ว่าการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ใน 2 มิติสำคัญ มิติแรกคือ AI ช่วยให้ผู้ไม่หวังดีสร้างและขยายการโจมตีได้รวดเร็ว แม่นยำ และซับซ้อนขึ้น ส่วนมิติที่ 2 ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นคือการใช้งาน Agentic AI หรือระบบ AI ที่ตัดสินใจและดำเนินงานได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติธุรกรรม การเจรจาสัญญา หรือการบริหารซัปพลายเชน ซึ่งกำลังสร้างความเสี่ยงรูปแบบใหม่ภายในองค์กร

ภายใต้แนวคิด ISO 27001 ยุคใหม่ Synology ชี้ว่าองค์กรควรมองว่า AI Agent เป็น "ผู้ใช้งานประเภทใหม่" ที่ต้องได้รับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยไม่ต่างจากผู้ใช้งานที่เป็นมนุษย์ เพราะหากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม AI อาจเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ควรเข้าถึง ใช้ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน หรือดำเนินการผิดพลาดจนกระทบต่อธุรกิจได้ องค์กรจึงควรใช้ ISO 27001 เป็นกรอบกำกับดูแล AI ใน 4 ด้าน ได้แก่ การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทของ AI Agent (Identity & Access Boundaries) การรับรองความถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับได้ของข้อมูลที่ AI ใช้งาน (Data Provenance & Integrity) การเตรียมความพร้อมย้อนคืนระบบหาก AI ทำงานผิดพลาดหรือถูกโจมตี (Systemic Recovery) และการปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับพฤติกรรมและความเสี่ยงใหม่ของ AI (Continuous Improvement)

นายรหัทระบุเพิ่มเติมว่า แม้องค์กรจำนวนมากจะได้รับการรับรอง ISO 27001 แล้ว แต่ใบรับรองไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าองค์กรจะพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง เพราะยังมีช่องว่างสำคัญระหว่างการผ่านการรับรองกับความพร้อมในการกู้คืนระบบเมื่อเกิดเหตุไซเบอร์ ปัญหาที่พบบ่อยคือระบบสำรองข้อมูลไม่ได้แยกออกจากระบบหลัก ทำให้ Backup อาจถูกโจมตีไปพร้อมกับระบบ Production ขาดการทดสอบการกู้คืนระบบอย่างสม่ำเสมอจนไม่มั่นใจว่าจะกู้คืนได้จริง และการฟื้นฟูระบบที่ใช้เวลานานเกินเป้าหมายทางธุรกิจ (Recovery Time Objective: RTO) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและรายได้


ด้วยเหตุนี้ องค์กรชั้นนำจึงให้ความสำคัญกับแนวทางปฏิบัติอย่าง Immutable Backup ที่ป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำรองถูกแก้ไขหรือลบโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในยุค Agentic AI เปรียบเสมือน "ตาข่ายนิรภัย" ที่ช่วยให้องค์กรย้อนคืนระบบกลับสู่ข้อมูลที่เชื่อถือได้หาก AI ทำงานผิดพลาด รวมถึง Air-gapped Protection ที่แยกสภาพแวดล้อมของข้อมูลสำรองออกจากระบบหลักทั้งเชิงกายภาพและเชิงตรรกะ การตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลสำรองอย่างต่อเนื่อง (Integrity Verification) และการทดสอบกระบวนการกู้คืนระบบเป็นประจำ (Active Testing) เพื่อยืนยันว่าองค์กรรับมือกับเหตุการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อช่วยองค์กรปิดช่องว่างด้านการกู้คืนระบบดังกล่าว Synology ได้พัฒนา ActiveProtect Appliance ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับแนวทาง Cyber Resilience อย่างครบวงจรตั้งแต่ต้น โดยผสานเทคโนโลยี Immutable Backup (WORM), Logical Air-gap และ Automated Backup Verification ไว้บนแพลตฟอร์มบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ ช่วยให้องค์กรรองรับข้อกำหนดของ ISO 27001 ได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างรากฐานข้อมูลที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้สำหรับการนำ AI มาใช้งาน นอกจากนี้ยังช่วยลดระยะเวลากู้คืนระบบเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทำให้องค์กรดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ที่สุดแล้ว องค์กรควรปรับมุมมองต่อ ISO 27001 จากการเป็นเพียง "ใบรับรองมาตรฐาน" ไปสู่การเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่รอดทางธุรกิจในระยะยาว เพราะในยุคที่ภัยไซเบอร์และความซับซ้อนจาก AI ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน การปกป้องข้อมูลและการกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ คือปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความได้เปรียบให้กับองค์กรในอนาคต เมื่อโลกไซเบอร์เปลี่ยนไป องค์กรก็ต้องเปลี่ยนตาม.