ร่างกติกา MVNO ปิดรับความเห็น วันนี้ (22 ก.ค.69) 'กสทช.' วางโจทย์ราคาขายส่ง-สิทธิเข้าถึงโครงข่าย ปลดล็อกผู้เล่นมือถือรายใหม่ เพิ่มทางเลือกผู้บริโภคในตลาดที่คู่แข่งเหลือน้อย ให้เป็นธรรมมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กสทช. ปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศว่าด้วยการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO) ในวันนี้ (22 ก.ค.69) หลังเปิดให้ผู้ประกอบการ นักวิชาการ หน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียร่วมเสนอความเห็นตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา โดยร่างกติกาดังกล่าวมีเป้าหมายปรับปรุงเงื่อนไขให้สอดคล้องกับตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน พร้อมลดอุปสรรคของผู้ประกอบการที่ไม่มีคลื่นความถี่และโครงข่ายเป็นของตนเอง
สำหรับ MVNO เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เช่าใช้โครงข่ายจากผู้ให้บริการรายหลัก (MNO) ก่อนนำมาออกแบบแพ็กเกจและให้บริการภายใต้แบรนด์ของตนเอง จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างเสาสัญญาณหรือถือครองคลื่นความถี่โดยตรง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับราคาขายส่ง เงื่อนไขการเข้าถึงโครงข่าย คุณภาพบริการ และอำนาจต่อรองกับเจ้าของโครงข่ายเป็นสำคัญ
ก่อนหน้านี้ ที่ประชุม กสทช.ครั้งที่ 15/2569 เมื่อวันที่ 19 พ.ค.69 มีมติเสียงข้างมากให้นำร่างประกาศดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 โดยฝ่ายเสียงข้างมากประกอบด้วย ประธาน กสทช., นายต่อพงศ์ เสลานนท์, พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร และ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัย ขณะที่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ไม่เห็นชอบให้นำร่างตามที่สำนักงานเสนอไปรับฟังความคิดเห็นในครั้งนั้น
ทั้งนี้ การปรับปรุงกติกาเกิดขึ้นหลัง กสทช.พบว่าประกาศ MVNO พ.ศ.2563 ไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดในปัจจุบัน โดยรายงานติดตามการดำเนินงานของ กสทช.ก่อนหน้านี้ระบุถึงปัญหาที่ผู้ประกอบการ MVNO บางรายได้รับข้อเสนอราคาขายส่งจากเจ้าของโครงข่ายสูงกว่าราคาขายปลีกในตลาด ส่งผลให้ไม่สามารถออกแพ็กเกจแข่งขันกับค่ายมือถือรายหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ข้อมูลสิ้นปี 2567 ระบุว่า มีใบอนุญาตให้บริการ MVNO ที่ยังมีสถานะอยู่สะสม 16 ใบอนุญาต ลดลงจาก 37 ใบอนุญาตในปี 2561 ขณะที่ผู้ได้รับใบอนุญาตจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ สะท้อนว่าการมีใบอนุญาตเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าจะเข้าสู่ตลาดได้จริง หากยังไม่มีต้นทุนขายส่งและเงื่อนไขเช่าใช้โครงข่ายที่เอื้อต่อการแข่งขัน
สำนักงาน กสทช.เคยแต่งตั้งคณะทำงานส่งเสริมการให้บริการ MVNO เมื่อวันที่ 15 ก.พ.67 เพื่อศึกษาการแก้ปัญหาอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งการแก้ไขประกาศและการกำหนดอัตราค่าบริการขายส่ง โดยมุ่งเพิ่มทางเลือกแก่ประชาชน ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการเดิมให้สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม จุดตัดสินของร่างกติกาฉบับใหม่ไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น แต่อยู่ที่การกำหนดกลไกให้เจ้าของโครงข่ายเสนอราคาขายส่งและเงื่อนไขการเข้าถึงโครงข่ายอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงการมีกระบวนการระงับข้อพิพาทที่รวดเร็ว หากการเจรจาระหว่างเจ้าของโครงข่ายกับ MVNO ไม่สามารถหาข้อยุติได้
ภายหลังปิดรับความคิดเห็น สำนักงาน กสทช.จะต้องรวบรวมและจัดทำรายงานสรุปข้อเสนอจากทุกฝ่าย พร้อมพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาร่างประกาศ ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช. พิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้ประสงค์เสนอความคิดเห็นยังสามารถส่งเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านอีเมลของสำนักการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม 2 หรือนำส่งด้วยตนเองและทางไปรษณีย์มายังสำนักงาน กสทช. เลขที่ 87 ถนนพหลโยธิน ซอย 8 เขตพญาไท กรุงเทพฯ ภายในกรอบเวลาที่กำหนด


