xs
xsm
sm
md
lg

'ตาตั้ง' เกมใหม่ทรูไอดี ชิงตลาดซีรีส์แนวตั้ง ที่จีนรายได้แซง Box Office (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'ทรูไอดี' เปิดตลาดความบันเทิงบนจอมือถือผ่าน 'ตาตั้ง by TrueID' มินิแอปซีรีส์แนวตั้งแบบ Mobile-First พร้อมดึง DramaBox เข้ามาเป็นพันธมิตรด้านคอนเทนต์ นำซีรีส์ต่างประเทศมาแปลและพากย์ไทย ควบคู่กับการพัฒนา Thai Original การรีเมก และการผลิตร่วมกับผู้สร้างไทยในระยะต่อไป

รูปแบบความร่วมมือจึงไม่ได้จบแค่การนำเข้าซีรีส์ต่างประเทศ แต่ครอบคลุมทั้งการนำคอนเทนต์ระดับโลกมาสู่ผู้ชมไทย และการพาคอนเทนต์ไทยออกไปสู่ตลาดต่างประเทศผ่านเครือข่ายของ DramaBox ขณะที่ ทรูไอดีรับหน้าที่เชื่อมการรับชมเข้ากับฐานผู้ใช้งานของ TrueID, TrueMoney และแพลตฟอร์มในระบบนิเวศของเครือซีพี

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ซีรีส์แนวตั้งกำลังขยับจากคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มเข้าสู่ตลาดแมส โดย Omdia ประเมินว่าตลาด Microdrama ทั่วโลกอาจมีมูลค่าแตะ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2026 ส่วนไทยติด Top 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ Top 10 ของโลกด้านการดาวน์โหลดแอปซีรีส์แนวตั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น ธุรกิจละครแนวตั้งในจีนทำรายได้ 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 แซงรายได้ Box Office พร้อมฐานผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 700 ล้านคน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ซีรีส์แนวตั้งไม่ได้เป็นเพียงคอนเทนต์ฆ่าเวลา แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นธุรกิจบันเทิงกระแสหลักที่สร้างรายได้สูงกว่าตลาดโรงภาพยนตร์ในจีนแล้ว


จากยอดโหลด สู่คุณค่าผู้ชม

วินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี กรรมการผู้จัดการ ทรูไอดี มองว่า การแข่งขันของแพลตฟอร์มในวันนี้ไม่ควรวัดกันด้วยยอดดาวน์โหลดเพียงตัวเดียว เพราะจำนวนบัญชีที่เคยสมัครหรือเคยติดตั้งแอป ไม่ได้อธิบายว่าผู้ชมยังใช้งานจริงหรือสร้างคุณค่าให้ระบบมากเพียงใด

ดังนั้น ทรูไอดีจึงให้น้ำหนักกับชุดข้อมูลที่ลึกกว่า ทั้งจำนวนผู้เข้าชม ระยะเวลารับชม อัตราการกลับมา จำนวนเรื่องที่รับชมต่อเนื่อง ตลอดจนเส้นทางที่ผู้ใช้เข้ามาจากแต่ละแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะเมื่อ 'ตาตั้ง' อยู่ในรูปแบบมินิแอป ผู้ชมอาจเข้าถึงบริการผ่าน TrueMoney หรือช่องทางอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเปิด TrueID โดยตรง

"วันนี้เราไม่ได้โฟกัสแค่ยอดดาวน์โหลด แต่ดูว่าคนเข้าชมเท่าไร ใช้เวลาดูกี่นาที กลับมาดูหรือไม่ และดูต่อกี่เรื่อง เพราะโจทย์สำคัญคือทำให้แรงเสียดทานต่ำที่สุด" วินท์รดิศกล่าว

ฐานผู้ใช้งานเดิมของทรูไอดีถือเป็นแต้มต่อสำคัญ ข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า เครือข่ายมีผู้รับชมวิดีโอสั้นประมาณ 30 ล้านคนต่อเดือน ระบบ AI และ Recommendation Engine แนะนำวิดีโอรวม 3 พันล้านชิ้นต่อเดือน ขณะที่ TruePoint มีการหมุนเวียนเฉลี่ย 14.3 ล้านพอยต์ต่อวัน ในปี 2025 และเคยรองรับผู้ชมถ่ายทอดสดพร้อมกันสูงสุด 1.1 ล้านคนในช่วงฟุตบอลโลก 2022


พาคอนเทนต์ไทย ทะยานไกล

แม้ประสบการณ์ใช้งานของแพลตฟอร์มรุ่นใหม่จะได้รับอิทธิพลจาก TikTok, YouTube และ Instagram แต่วินท์รดิศระบุชัดว่า ทรูไอดีไม่ได้ตั้งเป้าสร้างแพลตฟอร์มเลียนแบบผู้เล่นรายใด เพราะประวัติศาสตร์ของธุรกิจเทคโนโลยีพิสูจน์แล้วว่า การคัดลอกคู่แข่งตรงๆ มักไม่ใช่เส้นทางสู่ชัยชนะ

แนวทางที่เลือกจึงเป็นการหยิบจุดแข็งของแต่ละแพลตฟอร์มมาปรับใช้ ทั้งความรวดเร็วของวิดีโอสั้น ระบบแนะนำคอนเทนต์ด้วย AI พื้นที่สร้างรายได้ของครีเอเตอร์ และประสบการณ์ด้านภาพ ก่อนนำมาปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนไทย ซึ่งแตกต่างทั้งจากผู้ใช้ในโลกตะวันตกและจีน

ขณะเดียวกัน การเปิดแพลตฟอร์มให้พันธมิตรเข้ามาเชื่อมบริการและข้อมูลจะต้องดำเนินการภายใต้ Consent Management โดยข้อมูลระดับบุคคลจะไม่ถูกส่งต่อให้ครีเอเตอร์ แต่แพลตฟอร์มสามารถให้ข้อมูลภาพรวม เช่น Engagement ลักษณะกลุ่มผู้ชม หรือพฤติกรรมที่เหมาะกับการพัฒนาธุรกิจ โดยใช้ข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตนเพื่อปรับปรุง Recommendation Engine

"Local Content ต้องเล่าเรื่องให้สร้างผลกระทบในประเทศ แต่ขณะเดียวกันต้องสามารถไปสู่ตลาดโลกได้ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด และเป็นตัวขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ที่แท้จริง" วินท์รดิศกล่าว


40,000 ตอน เปิดตลาดสองทาง

พรรษกร เลาห์เรณู หัวหน้าสายงานพัฒนาธุรกิจคอนเทนต์และมีเดีย เครือเจริญโภคภัณฑ์ อธิบายว่า 'ตาตั้ง by TrueID' เริ่มต้นด้วยซีรีส์แนวตั้งรวมกว่า 40,000 ตอนจากหลายแหล่งทั่วโลก โดยเรื่องของ DramaBox จะถูกจัดไว้ใน Brand Zone เฉพาะ ขณะที่คอนเทนต์ส่วนอื่นจะกระจายตามความสนใจของผู้ชมแต่ละกลุ่ม

ความร่วมมือกับ DramaBox ถูกออกแบบไว้มากกว่าการซื้อลิขสิทธิ์ เพราะทรูไอดีต้องการใช้เครือข่ายของพันธมิตรเป็นสะพานส่งเรื่องไทยไปต่างประเทศ รวมถึงนำข้อมูลความนิยมของเรื่องที่ประสบความสำเร็จมาพัฒนาเป็นฉบับภาษาไทย หรือร่วมกันสร้างทรัพย์สินทางปัญญาชุดใหม่

"ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่การซื้อขายคอนเทนต์ เราต้องการเป็นสะพานนำคอนเทนต์โลกมาหาคนไทยพาเรื่องไทยออกไปสู่ผู้ชมต่างประเทศ และร่วมกันผลิตงานใหม่ด้วยกัน" พรรษกรกล่าว

ในฝั่งการผลิตของไทย ขณะนี้มี Original มากกว่า 10 เรื่อง และทำงานร่วมกับสตูดิโอหรือครีเอเตอร์ไทยราว 15-16 ราย โดยมีแผนนำเสนอ Original ใหม่เฉลี่ยเดือนละ 2-3 เรื่อง อย่างต่อเนื่อง โมเดลนี้เปิดพื้นที่ตั้งแต่นักเขียน ผู้กำกับ นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ ไปจนถึงผู้ผลิตหน้าใหม่ที่เข้าใจภาษาการเล่าเรื่องบนสมาร์ตโฟน

ด้านข้อมูลพฤติกรรมระบุว่า อุตสาหกรรมซีรีส์แนวตั้งในอาเซียนสร้างยอดดาวน์โหลดราว 65 ล้านครั้งภายใน 6 เดือน ขณะที่จำนวนผู้ใช้งานรายเดือนเพิ่มขึ้น 2.3 เท่า ส่วนฐานลูกค้าทรูมากกว่า 12 ล้านคนมีการรับชมกระจายตลอดทั้งวัน โดยช่วงใช้งานต่อเนื่องสูงอยู่ระหว่างประมาณ 09.00-20.00 น. สะท้อนว่าคอนเทนต์รูปแบบนี้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะช่วงไพรม์ไทม์แบบโทรทัศน์


ผลิตไว แต่ลงทุนเกมยาว

โมเดลการผลิตซีรีส์แนวตั้งเปิดกว้างกว่ากระบวนการของละครแบบเดิม ตั้งแต่แพลตฟอร์มพัฒนาบทร่วมกับครีเอเตอร์ตั้งแต่ศูนย์ รับโครงการที่นำมา Pitch ร่วมลงทุนแบบ Co-production ไปจนถึงการนำ IP ที่มีข้อมูลยืนยันว่าประสบความสำเร็จมารีเมกให้เข้ากับบริบทของไทย

พรรษกรระบุว่า กระบวนการผลิตหนึ่งเรื่องอาจใช้เวลาประมาณ 2 เดือน โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่บทและการตัดต่อ เพราะพื้นที่จอแคบและเรื่องต้องเดินเร็ว หลังเผยแพร่แล้ว ทีมงานยังสามารถนำข้อมูลการรับชมกลับมาปรับจังหวะและพัฒนาเรื่องถัดไปได้แบบเกือบเรียลไทม์ ทำให้ทีมงานเรียนรู้จากข้อมูลจริง และนำผลตอบรับไปพัฒนาคอนเทนต์เรื่องถัดไปได้อย่างรวดเร็ว

"นี่เป็น Long Game ที่ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการสะสมองค์ความรู้และ Know-how ในหมู่ครีเอเตอร์ เพราะซีรีส์แนวตั้งเป็นฟอร์แมตใหม่ และคอนเทนต์ไทยยังมีปริมาณไม่มากพอ" พรรษกรกล่าว

แม้ต้นทุนต่อเรื่องจะแตกต่างตามประเภทงาน โดยเฉพาะแฟนตาซีหรือ Co-production ที่ต้องใช้ทรัพยากรมากกว่า แต่โครงสร้างการผลิตที่กระชับทำให้ผู้สร้างรายเล็ก นักศึกษา หรือครีเอเตอร์หน้าใหม่สามารถเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและ AI จะเข้ามาช่วยลดภาระบางส่วน ทว่าไม่สามารถแทนที่ความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจผู้ชมได้

ดังนั้น การลงทุนของทรูไอดีจึงถูกมองเป็นการสร้างฐานความรู้ให้คนทำงานตั้งแต่ต้นน้ำ มากกว่าการเร่งผลิตจำนวนเรื่องเพื่อเก็บรายได้ระยะสั้น เพราะหากไม่มีการลงทุนต่อเนื่อง ประเทศไทยจะไม่สามารถสะสมทักษะ บุคลากร และมาตรฐานการผลิตที่จำเป็นต่อการแข่งขันในตลาดซีรีส์แนวตั้งระดับโลกได้