สรุปดราม่ารีวิว TH-AI Passport ม้วนเดียวจบ 'ภาวุธ' ขอโทษทำสังคมเข้าใจผิดลดน้ำหนักตรวจสอบ ย้ำเดินหน้าสอบ หลัง 'รักชนก' ตั้งคำถามท่าทีโยง Forex ฟาก 'ณัฐพงษ์' เชื่อไร้เจตนาหนุนแลกผลคดี
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความขอโทษต่อกรณีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบ AI Pass จนทำให้เกิดความเข้าใจว่า อาจลดน้ำหนักหรือปล่อยผ่านการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport พร้อมยืนยันว่า กระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้งบประมาณจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มงวดและละเอียดถี่ถ้วนในทุกขั้นตอน
นายภาวุธระบุว่า ต้องขอโทษทุกฝ่ายจากใจจริงสำหรับโพสต์ก่อนหน้านี้ เนื่องจากการมุ่งประเมินเฉพาะระบบบริการของ AI Pass มากเกินไป ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า จะปล่อยผ่านประเด็นการตรวจสอบ ทั้งที่ความโปร่งใสของงบประมาณเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนและนายภาวุธให้ความสำคัญ พร้อมขอบคุณทุกคำตักเตือนที่ช่วยดึงสติ และยืนยันว่า หลังจากนี้จะทำงานให้หนักและรอบคอบมากขึ้น เพื่อพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงาน
◉ โพสต์รีวิว จุดชนวนร้อน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของนายภาวุธอย่างกว้างขวาง หลังเจ้าตัวโพสต์ประเมินระบบ AI Pass ในเชิงบวกมากขึ้น โดยมองว่า เมื่อโครงการได้รับอนุมัติและเดินหน้าไปแล้ว ทุกฝ่ายควรช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากงบประมาณที่ถูกใช้ไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ นายภาวุธถือเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคประชาชนที่มีบทบาทตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเคยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท เพื่อจัดหาบริการปัญญาประดิษฐ์ให้ประชาชนประมาณ 5 ล้านสิทธิ์ รวมถึงข้อสังเกตเกี่ยวกับการกำหนดคุณสมบัติในขอบเขตงาน หรือ TOR การจัดซื้อผ่านผู้ให้บริการคนกลาง และความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของประเทศเอง
◉ 'รักชนก' วิจารณ์ท่าทีเปลี่ยนไป
อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายภาวุธโพสต์ว่า ในเมื่อโครงการผ่านการอนุมัติและเดินหน้าแล้ว จึงควรช่วยกันทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรง โดยตั้งข้อสังเกตว่า นายภาวุธเคยตั้งคำถามเรื่อง TOR และข้อสงสัยเกี่ยวกับการล็อกสเปกอย่างจริงจัง แต่โพสต์ล่าสุดกลับมุ่งกล่าวถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของระบบมากกว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
◉ ปม 'Forex' โยงข้อถกเถียง
นอกจากนี้ น.ส.รักชนกยังวิจารณ์ว่า ในฐานะฝ่ายการเมืองที่เคยตรวจสอบโครงการดังกล่าวมาโดยตลอด นายภาวุธไม่ควรเปลี่ยนน้ำเสียงภายหลังถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบกรณีเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายลงทุน Forex โดยมองว่า การประเมินว่าระบบสามารถใช้งานได้ ไม่ควรถูกนำมาใช้ลดทอนข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของกระบวนการก่อนหน้านั้น
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงท่าทีต่อโครงการ TH-AI Passport เข้ากับการตรวจสอบคดี Forex เป็นความคิดเห็นและข้อกล่าวหาของ น.ส.รักชนก ขณะที่นายภาวุธเคยยืนยันว่า ไม่ได้ประกอบธุรกิจ Forex ไม่ได้ชักชวนบุคคลอื่นมาลงทุน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่หรือสแกมเมอร์ โดยระบุว่า ธุรกรรมที่ถูกตั้งข้อสังเกตอาจเกี่ยวข้องกับการซื้อขายทองคำออนไลน์ของตัวเอง พร้อมยืนยันว่าจะรวบรวมเอกสารเข้าให้ข้อมูลต่อดีเอสไอ ดังนั้น การถูกตรวจสอบจึงยังไม่ถือเป็นข้อยุติว่า นายภาวุธกระทำความผิด
◉ เชื่อไร้เจตนาหนุนแลกผลคดี
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า เชื่อว่านายภาวุธไม่มีเจตนาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนโครงการเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลกระทบจากเรื่องคดี แต่อาจสื่อสารโดยไม่ระมัดระวังเพียงพอ จนทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด
นายณัฐพงษ์ย้ำว่า ประเด็นสำคัญของโครงการ TH-AI Passport ไม่ได้อยู่เพียงว่าระบบสามารถใช้งานได้ดีหรือไม่ แต่ยังรวมถึงข้อสงสัยเรื่องการกำหนดสเปก การนำเงินนอกงบประมาณมาใช้ และข้อกล่าวหาเรื่องการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนที่ใกล้ชิดรัฐบาล ซึ่งยังต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
◉ แยกผลงาน จากกระบวนการ
ขณะเดียวกัน นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท DomeCloud และผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีบล็อกเชน ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเพื่อคลี่คลายข้อถกเถียง โดยอธิบายว่า การประเมินว่าผลิตภัณฑ์สามารถใช้งานได้ ไม่ได้หมายความว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใส หรือควรยุติการตรวจสอบแต่อย่างใด พร้อมเสนอให้แยกประเด็นคุณภาพของระบบออกจากความถูกต้องของการจัดซื้อจัดจ้างอย่างชัดเจน
◉ จ่ายตามใช้จริงยังไร้ข้อสรุป
นายธนารัตน์ยังอธิบายว่า นายภาวุธอาจมองการปรับรูปแบบการจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริงเป็นผลสำเร็จส่วนหนึ่งจากแรงกดดันและการตรวจสอบ โดยประเมินว่า จำนวนบุคลากรภาครัฐ ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานรัฐวิสาหกิจที่หน่วยงานสามารถขอความร่วมมือให้เข้ามาใช้งานได้ อาจอยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านคน
ดังนั้น หากคิดค่าใช้บริการในอัตราประมาณ 300 บาทต่อคนต่อปี รัฐอาจจ่ายเงินประมาณ 510 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าวงเงินเดิมเกือบ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคำนวณภายใต้สมมติฐานของนายธนารัตน์ ไม่ใช่ตัวเลขยืนยันอย่างเป็นทางการจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือคณะกรรมการตรวจรับโครงการ
ต่อมา น.ส.รักชนกได้ตั้งคำถามเชิงเปรียบเทียบว่า หากการเข้าสู่ตำแหน่งหรือกระบวนการได้มาซึ่งโครงการมีความผิดปกติ แม้ภายหลังบุคคลหรือโครงการนั้นจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ควรปล่อยผ่านความผิดปกติในขั้นตอนแรกหรือไม่
ด้านนายธนารัตน์ตอบว่า คุณภาพของผลงานไม่สามารถลบล้างความผิดปกติของกระบวนการได้ โดยเปรียบเทียบว่า แม้ถนนที่สร้างขึ้นจากงบประมาณซึ่งอาจมีการทุจริตจะสามารถใช้งานได้สะดวก ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจะไม่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้น แม้ระบบ AI Pass จะมีประโยชน์หรือสามารถใช้งานได้จริง ประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างก็ยังต้องได้รับการตรวจสอบต่อไปอย่างถึงที่สุด
นอกจากนี้ นายธนารัตน์ยังสะท้อนความไม่สบายใจต่อบรรยากาศภายในพรรคประชาชน โดยระบุว่า ในกิจกรรมด้าน AI ที่พรรคจัดขึ้น ผู้เข้าร่วมได้รับการขอให้เสนอแนวทางเชิงสร้างสรรค์ว่า เมื่อโครงการเดินหน้าแล้วจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับประโยชน์ แต่เมื่อมีการแสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกันนอกเวที กลับถูกสมาชิกบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จึงทำให้บุคลากรในวงการเทคโนโลยีเกิดความสับสนต่อทิศทางการสื่อสารของพรรค
กรณีดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงความเห็นต่างว่า ระบบ AI Pass ใช้งานได้ดีหรือไม่ แต่ยังสะท้อนความแตกต่างระหว่างการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กับการหาแนวทางลดภาระงบประมาณและเพิ่มประโยชน์จากโครงการที่ได้ลงนามในสัญญาไปแล้ว
◉ 'ไชยชนก' ไม่แจง กมธ.รอบสาม
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในการตรวจสอบยังเผชิญคำถามเรื่องความร่วมมือจากฝ่ายบริหาร โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ค.69 น.ส.รักชนก ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการได้เชิญนายไชยชนก และนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าชี้แจงรายละเอียดโครงการ แต่ได้รับแจ้งว่า นายไชยชนกติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้
น.ส.รักชนกระบุว่า การไม่เข้าชี้แจงครั้งดังกล่าวถือเป็นครั้งที่ 3 ที่คณะกรรมาธิการไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ทั้งที่ยังมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขเงื่อนไขสัญญา วิธีคำนวณค่าใช้จ่าย และรูปแบบการจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริง
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังต้องการสอบถามถึงสาเหตุที่โครงการยังไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนตามช่วงเวลาที่เคยเข้าใจว่าจะเริ่มวันที่ 15 ก.ค.69 ขณะที่บุคคลในวงการเทคโนโลยี อินฟลูเอนเซอร์ และผู้สนใจบางส่วนได้รับสิทธิ์ทดลองใช้งานระบบก่อนแล้ว ซึ่ง น.ส.รักชนกมองว่า ความไม่ชัดเจนดังกล่าวยิ่งทำให้เกิดคำถามต่อความพร้อมและความโปร่งใสของโครงการ
พร้อมกันนี้ น.ส.รักชนกยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณสมบัติบางรายการใน TOR โดยเฉพาะจอแสดงผลที่บริษัทเอกชนเคยชี้แจงว่ามีมูลค่าไม่สูงมาก แต่ น.ส.รักชนกเห็นว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงราคาของอุปกรณ์ หากแต่อยู่ที่การกำหนดคุณสมบัติซึ่งอาจส่งผลต่อการแข่งขัน และอาจทำให้ผู้ประกอบการบางรายได้เปรียบในการเสนอราคา ทั้งนี้ ข้อสังเกตดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการต้องตรวจสอบกับหน่วยงานและคู่สัญญาเพิ่มเติม
น.ส.รักชนกกล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดยังต้องการให้รัฐบาลพิจารณายกเลิกโครงการ แต่หากฝ่ายบริหารยืนยันจะเดินหน้าต่อ สิ่งที่คณะกรรมาธิการสามารถดำเนินการได้ในขณะนี้คือ ทำให้โครงการมีความคุ้มค่า โปร่งใส และลดความเสียหายต่องบประมาณของรัฐมากที่สุด
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์วิจารณ์ว่า การที่นายไชยชนกไม่เข้าชี้แจงตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการ สะท้อนถึงปัญหาความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารต่อสภา ยืนยันว่า คณะกรรมาธิการหลายคณะ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ จะยังคงติดตามและตรวจสอบโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ฝ่ายกระทรวงดีอียังคงยืนยันว่า การเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินตามการใช้งานจริงจะช่วยลดความเสี่ยงที่รัฐต้องจ่ายเงินเต็มวงเงิน ทั้งที่จำนวนผู้ใช้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยข้อตกลงเพิ่มเติมจะต้องผ่านการเจรจากับคู่สัญญา และไม่สามารถแก้ไข TOR ที่ใช้ในการประกวดราคาไปแล้วได้โดยตรง
◉ จับตาสัญญาใหม่และยอดใช้จริง
ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่ยังต้องติดตามไม่ได้มีเพียงระบบ AI Pass จะมีผู้ใช้งานกี่คน หรือมีโมเดล AI ให้บริการมากน้อยเพียงใด แต่ยังรวมถึงรายละเอียดของสัญญาแนบท้าย เกณฑ์การนับผู้ใช้งานจริง วิธีตรวจสอบปริมาณการใช้บริการ อัตราการจ่ายเงินต่อคน ตลอดจนมาตรการป้องกันไม่ให้รัฐจ่ายเงินซ้ำซ้อนหรือจ่ายค่าบริการให้แก่บัญชีที่ไม่มีการใช้งานอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามว่า กระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเปิดเผยรายละเอียดการเจรจากับคู่สัญญาต่อสาธารณะมากน้อยเพียงใด รวมถึงนายไชยชนกจะเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการด้วยตัวเองเมื่อใด เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยทั้งเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การปรับเงื่อนไขการจ่ายเงิน และกำหนดการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้งาน
แม้นายภาวุธจะออกมาขอโทษและยืนยันว่า จะไม่ปล่อยผ่านการตรวจสอบโครงการ แต่ความขัดแย้งครั้งนี้ยังสะท้อนแรงเสียดทานภายในฝ่ายตรวจสอบเองอย่างชัดเจน ระหว่างแนวทางที่ต้องการเน้นข้อสงสัยด้านความโปร่งใสเป็นประเด็นหลัก กับแนวทางที่เห็นว่า ควรตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างควบคู่กับการเสนอทางเลือก เพื่อทำให้โครงการที่เดินหน้าไปแล้วใช้งบประมาณน้อยลงและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด


