xs
xsm
sm
md
lg

รายงาน Gemini SEA ชี้ตลาดอาเซียน เติบโตแรงสุดในโลก (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในการนำ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งานในระดับโลก จากรายงานการใช้งาน Google Gemini ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประมวลผลจากฐานข้อมูลการใช้งานบนระบบเว็บและแอปพลิเคชันมือถือใน 6 ตลาดหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม ชี้ให้เห็นว่า ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้มีความสนใจและตื่นตัวต่อเทคโนโลยี Generative AI) สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 3 เท่า

ซัปน่า ชาฎา รองประธาน กูเกิล ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลุ่มเอเชียใต้ ให้ข้อมูลว่า Gemini กลายเป็นผู้ช่วย AI อันดับหนึ่งที่มีการค้นหามากที่สุดในอินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม โดยปัจจุบัน Gemini ให้บริการผู้ใช้มากกว่า 900 ล้านคน ใน 230 ประเทศ รองรับกว่า 70 ภาษาทั่วโลก

“ในอาเซียน Gemini มีจำนวนผู้ใช้งานต่อเนื่องเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเติบโตในอัตราที่รวดเร็วกว่าแอปพลิเคชันอื่นๆ ของ Google ที่เคยเปิดตัวในภูมิภาคนี้ และนับว่าเป็นการใช้งานที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก”

นอกจากนี้ ยังพบว่าพฤติกรรมการใช้งานยังมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานกลับมาใช้งานซ้ำบ่อยขึ้นถึง 50% และมีการป้อนคำสั่ง (Prompt) ที่ยาวและมีรายละเอียดซับซ้อนมากขึ้นเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รุ่นใหม่ (Gen Z) ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในชีวิตจริง

***3 มิติ การใช้งาน Gemini


จากการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคในภูมิภาค Google ได้จำแนกการโต้ตอบออกเป็น 3 มิติสำคัญ ได้แก่ รูปแบบการใช้งานของผู้ใช้ (User Journey), ผลลัพธ์ที่ได้ (Output Content) และ ความสามารถของ Gemini เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย โดยสามารถแบ่งกลุ่มกรณีการใช้งานหลักออกเป็น 3 รูปแบบ

เริ่มจากผู้ช่วยสร้างสรรค์ (Generative Collaborator) คิดเป็นสัดส่วนราว 40% ส่วนใหญ่เป็นการใช้งานเพื่อสร้างเนื้อหาใหม่ เช่น ข้อความ, รูปภาพ และวิดีโอ ซึ่งนับตั้งแต่การเปิดตัวโมเดล Imagen 3 มีการสร้างรูปภาพไปแล้วกว่า 5,000 ล้านภาพทั่วภูมิภาค และโมเดล Lyria สามารถสร้างเสียงดนตรีได้มากกว่า 1 ล้านเพลงหลังเปิดตัวเพียงหนึ่งเดือน

ถัดมาคือกลุ่มผู้ช่วยวิจัย (Research Assistant) สัดส่วน 20% มุ่งเน้นการรวบรวมและสรุปข้อมูล โดยอาศัยความสามารถในการเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์กับ Google Search และการผสานรวมกับแอปพลิเคชันในระบบ Google Workspace เพื่อให้ข้อมูลบริบทส่วนบุคคล

สุดท้ายคือใช้เป็นคู่คิด (Thought Partner) คิดเป็น 10% ผู้ใช้งานกลุ่มนี้จะใช้สำหรับการสนทนาแบบสองทาง เพื่อหาเหตุผล ขอคำแนะนำ หรือระดมความคิดในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน เป็นเหมือนเพื่อนที่มาคอยให้คำตอบในเวลาที่ตอบการ

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับดังกล่าวยังสะท้อนภาพรวมของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคโมบายเฟิรส์ต (Mobile-First) อย่างชัดเจน โดยพบว่าเกือบ 3 ใน 4 ของการสั่งงานมาจากอุปกรณ์มือถือ พร้อมกันนี้ การส่งคำสั่งหลากหลายรูปแบบ เช่น เสียง หรือรูปภาพ มีสัดส่วนสูงกว่า 40% ของการใช้งานทั้งหมด และมากกว่า 10% เป็นการใช้งานผ่านระบบเสียงเพียงอย่างเดียวผ่านฟีเจอร์ Gemini Live


ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ให้ข้อมูลว่า ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ Gemini ได้รับความนิยมในภูมิภาคคือ ความเข้าใจในภาษาและบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่น

โดย 7 ใน 10 ของคำสั่งใช้งานในภูมิภาคเป็นภาษาท้องถิ่น นำโดยภาษาเวียดนาม ภาษาไทย และภาษาอินโดนีเซีย สอดคล้องกับผลการทดสอบเกณฑ์มาตรฐานระดับโลกของ AI Singapore Southeast Asia HELM ที่ระบุว่า Gemini เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ทำงานได้ดีที่สุดโดยรวมสำหรับภาษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

***ก้าวต่อไป ‘Agentic AI’ และการใช้งานเฉพาะบุคคล


ในระยะยาว Google จะมุ่งเน้นการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม ผ่านการสร้างพันธมิตรในภูมิภาค เช่น การร่วมมือกับทรู คอร์ปอเรชั่น ในประเทศไทย เพื่อมอบโปรแกรมการเรียนรู้ด้าน AI และสิทธิ์ใช้งานอินเทอร์เน็ตฟรีแก่เยาวชน โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการรองรับผู้ใช้งานกว่า 600 ล้านคนในภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมียุทธศาสตร์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีที่สำคัญในอนาคต ผ่าน 4 ทิศทางหลัก คือ 1.การผสานรวมระบบความฉลาดส่วนบุคคล (Personal Intelligence) ในการเชื่อมต่อข้อมูลข้ามแอปพลิเคชัน เช่น Gmail และ Google Photos อย่างปลอดภัยภายใต้การอนุญาตของผู้ใช้

2.การปรับโฉมส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI Redesign) ภายใต้ภาษาการออกแบบ 'Neural Expressive' ที่เพิ่มความลื่นไหล สีสันที่สดใส รูปแบบอักษรใหม่ และระบบตอบสนองด้วยการสั่น 3.นำฟีเจอร์ Gemini Omni และอวตาร AI ให้รองรับการอัปโหลดมัลติมีเดียและการสร้างอวตารส่วนตัวที่เลียนแบบหน้าตาและน้ำเสียงของผู้ใช้

ปิดท้ายที่ 4 การก้าวเข้าสู่ยุคเอเจนต์อัจฉริยะ (Agentic AI) ผ่านฟีเจอร์ 'Daily Brief' สำหรับสรุปข้อมูลประจำวัน และ 'Gemini Spark' เอเจนต์ส่วนบุคคลที่ทำงานตลอดเวลาแม้จะปิดแล็ปท็อป ซึ่งปัจจุบันเริ่มเปิดให้ใช้งานในภาษาอังกฤษสำหรับผู้สมัครสมาชิกแบบ Ultra แล้ว และกำลังขยายสู่ภาษาท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม จากการเติบโตของการใช้งาน AI ย่อมนำมาซึ่งความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งผู้บริหาร Google ระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญกับเกณฑ์มาตรฐานด้านความยั่งยืน (Sustainability) เป็นหลัก โดยมีการพิจารณาทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งน้ำ และการนำพลังงานหมุนเวียนรวมถึงพลังงานความร้อนใต้พิภพมาใช้

ขณะเดียวกัน ยังเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่การออกแบบชิปประมวลผล TPU รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาโมเดลขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูงอย่างตระกูล Flash จะช่วยให้ระบบเลือกใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมกับความซับซ้อนของคำสั่งซื้อ ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนในมิติของการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด GenAI นั้น ทาง Google มองว่าเป็นสภาพแวดล้อมเชิงบวกที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภคในท้ายที่สุด