xs
xsm
sm
md
lg

AIS เปลี่ยน ‘เมืองทองฯ’ สู่ Smart & Connected City ผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอไอเอส (AIS) ประกาศความร่วมมือ บางกอกแลนด์ ปูพรมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะบนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ของเมืองทองธานี รองรับปริมาณผู้ใช้บริการ และผู้อยู่อาศัยกว่า 2.2 ล้านคนต่อเดือน ภายใต้โปรเจกต์ “Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City” ทรานส์ฟอร์มจากศูนย์กลางการจัดงานและอีเวนต์ระดับประเทศ สู่เมืองอัจฉริยะต้นแบบ


นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจผู้บริโภค เอไอเอส กล่าวว่า บทบาทของ AIS ในโครงการนี้คือการทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะระดับชาติ (National Intelligent Infrastructure) เพื่อส่งเสริมการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจในสังคมเมือง

“เมืองทองธานีถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ที่มีประชากรหมุนเวียนหนาแน่นเทียบเท่าระดับจังหวัด ซึ่งความท้าทายดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ Intelligent Infrastructure เข้ามาผสมผสาน ทั้งระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแพลตฟอร์มดิจิทัล”


นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า เมืองทองธานีเริ่มต้นจากคอนเซปต์เป็นเมืองที่อาจจะห่างจากในเมือง ที่มุ่งเน้นความครบวงจรทั้งการทำงาน พักอาศัย และความบันเทิง

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้บริษัทปรับทิศทางการพัฒนาเมืองเข้าสู่ Smart City เต็มรูปแบบ โดยความร่วมมือกับ AIS และความร่วมมือกับทางเทศบาลเมืองปากเกร็ด จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโตร่วมกัน

"การผลักดันเรื่อง Smart City เป็นเป้าหมายที่ต้องใช้เวลาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การยกระดับครั้งนี้ ผู้อยู่อาศัยและผู้ประกอบการธุรกิจในพื้นที่จะได้รับประโยชน์ร่วมกันในลักษณะวิน-วิน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจไมซ์ ของอิมแพ็คให้สามารถรองรับการใช้งานดาต้าของงานอีเวนต์ระดับโลกได้ดียิ่งขึ้น"

4 แกนหลักเทคโนโลยีขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ


จากการร่วมมือกันในครั้งนี้ AIS ได้วางโครงข่ายดิจิทัลครอบคลุม 4 ด้านสำคัญเพื่อพลิกโฉมระบบนิเวศของเมืองทองธานี ประกอบด้วย 1. 5G Advanced และ Smart Connectivity ยกระดับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่สู่เทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่ขั้นสูง เพื่อเพิ่มความเร็วและลดความหน่วงต่ำ (Low Latency) รองรับความหนาแน่นของผู้ใช้งานหลักหมื่นคนพร้อมกันในศูนย์ประชุมอิมแพ็ค ตอบโจทย์การถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ และประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ เช่น Immersive Experience และโฮโลแกรม (Hologram)


2. Smart Living & High-Speed Internet ปูพรมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านใยแก้วนำแสง พร้อมมาตรฐาน WiFi 7 สู่ที่พักอาศัยและคอนโดมิเนียม เอื้อต่อการพัฒนาระบบบ้านอัจฉริยะ และระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) 3. Enterprise Cloud & AI Solutions ทรานส์ฟอร์มภาคธุรกิจด้วยการเชื่อมต่อระบบ Sovereign Cloud, Data Center และ Sovereign AI

ปิดท้ายที่ 4. Smart City Data Platform การบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วน ทั้ง AI CCTV, ระบบจัดการจราจรอัจฉริยะ, และการจัดการขยะ เข้าสู่แพลตฟอร์ม Digital Twin เพื่อการบริหารจัดการเมืองแบบเรียลไทม์ โดยเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและภาครัฐ


จะเห็นได้ว่า AIS เข้ามาเชื่อมโยงเครือข่าย ข้อมูล และศักยภาพของทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันเมืองทองธานีสู่การเป็นต้นแบบ Smart & Connected City ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้คน ธุรกิจ และเศรษฐกิจเมือง ก่อนเปลี่ยนผ่านสู่ สู่ Hub Connectivity City และพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะแห่งอนาคต