xs
xsm
sm
md
lg

บอร์ดส่งเสริมดิจิทัลฯ เห็นชอบแนวทางกำกับ AI ขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ ดันยุทธศาสตร์ 5G-Advanced สู่ศูนย์กลางอาเซียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มีบทบาทสำคัญในทุกด้าน เครือข่ายสื่อสารความเร็วสูง และเมืองอัจฉริยะ กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ประเทศไทยจึงต้องเร่งวางรากฐานด้านนโยบาย กฎเกณฑ์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้พร้อมรองรับอนาคต


ล่าสุดที่ประชุม คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (บอร์ดส่งเสริมดิจิทัลฯ) โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน พร้อมด้วยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น มีมติเห็นชอบแนวทางสำคัญหลายประการ ทั้งการกำกับดูแล AI อย่างมีธรรมาภิบาล การศึกษายุทธศาสตร์ 5G-Advanced และ 10-Giga City for Thailand รวมถึงการต่ออายุตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะ 8 เมือง เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน




วางกรอบ AI อย่างมีธรรมาภิบาล สำหรับผู้บริหารองค์กร สร้างความเชื่อมั่นควบคู่การพัฒนา

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มีบทบาทในการทำงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ขณะเดียวกัน การขยายตัวของ AI อย่างรวดเร็ว ก็นำมาซึ่งความท้าทายด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และการบริหารจัดการความเสี่ยง

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การส่งเสริมการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน และทำให้การประยุกต์ใช้ AI เป็นไปอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักจริยธรรมสากล (AI Ethics Principles) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

แนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับผู้บริหารองค์กร (AI Governance Guideline for Executives) ที่ที่ประชุมเห็นชอบในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางกรอบการกำกับดูแล AI ของประเทศไทย โดยครอบคลุมใน 3 ประเด็นหลัก คือ การกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแล (AI Governance Structure) และความรับผิดชอบของคณะกรรมการกำกับดูแล AI (AI Governance Council) รวมถึงการวางแนวทางในการควบคุมและกำกับดูแลการใช้ AI ภายในองค์กร, การกำหนดกลยุทธ์ในการประยุกต์ใช้ AI (AI Strategy) และ การกำกับดูแลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับ AI (AI Operation) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย


5G-Advanced & 10-Giga City for Thailand ก้าวต่อไปของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไทย

นอกจาก AI แล้ว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต การศึกษาเรื่อง 5G-Advanced และ 10-Giga City for Thailand ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้นำเสนอต่อบอร์ดดีอี เพื่อทราบก่อนมอบ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) นำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต่อไป อันมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมสู่เทคโนโลยีการสื่อสารยุคถัดไป การรองรับการพัฒนาเทคโนโลยี 6G ในอนาคต ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลยุคใหม่ ทั้งด้านอุตสาหกรรมอัจฉริยะ การขนส่งอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ และบริการดิจิทัล

นายเวทางค์ กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไม่ใช่เพียงการเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ต แต่เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศให้สามารถรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคตและดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัลจากทั่วโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอาเซียนหรือเวทีภูมิภาคและระดับสากล


ต่ออายุตราสัญลักษณ์ Smart City 8 เมืองอัจฉริยะที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

อีกหนึ่งวาระสำคัญของการประชุม คือ การเห็นชอบต่ออายุตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะ (Smart City) จำนวน 8 เมือง เป็นระยะเวลา 2 ปี ได้แก่ นครสวรรค์ พังงา เกาะสมุย ปัตตานี พิษณุโลก อุบลราชธานี ระยอง และพื้นที่ย่านพระราม 4

การพัฒนาเมืองอัจฉริยะถือเป็นกลไกสำคัญในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งด้านการบริหารจัดการเมือง การคมนาคม ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และบริการสาธารณะ พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้ BDE ศึกษาแนวทางการบูรณาการและเชื่อมโยงระบบข้อมูลและ CCTV เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และยกระดับการบริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


เดินหน้าสู่ดิจิทัลที่เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

นายเวทางค์ กล่าวว่า ภารกิจสำคัญของ BDE คือการขับเคลื่อนนโยบายและแผนด้านดิจิทัลของประเทศให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีได้อย่างเท่าทัน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการกำกับดูแลที่เหมาะสม การผลักดัน AI อย่างมีธรรมาภิบาล การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการขยายผลเมืองอัจฉริยะ จึงไม่ใช่เพียงนโยบายเฉพาะด้าน แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับอนาคตของประเทศ

"การพัฒนาดิจิทัลในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคได้อย่างมั่นคง" นายเวทางค์ กล่าว