แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ประกาศต่ออายุและขยายขอบเขตบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อกระชับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ท่ามกลางภัยคุกคามที่ทวีความซับซ้อนและมีเป้าหมายโจมตีที่ชัดเจนมากขึ้นในประเทศไทย ข้อตกลงฉบับนี้วางกรอบการทำงานที่ครอบคลุมทั้งการแบ่งปันข้อมูลภัยคุกคาม การสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีภายในประเทศ และการสนับสนุนการฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ภายใต้โปรเจ็กต์ Kaspersky Global Transparency Initiative
การต่ออายุอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ มีนายเอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของแคสเปอร์สกี้ และพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ร่วมลงนาม สะท้อนความต่อเนื่องของความร่วมมือระหว่างบริษัทด้านความมั่นคงทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลกกับหน่วยงานภาครัฐของไทยที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน
***5 เสาหลักความร่วมมือ
ภายใต้ MoU ฉบับนี้ Kaspersky และสกมช. จะผสานรวมความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ทัศนวิสัยระดับโลก และกลยุทธ์การป้องกันประเทศ ผ่าน 5 ด้านหลัก หนึ่งในนั้นคือการเสริมสร้างศักยภาพ เน้นยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสกมช. ด้วยคำแนะนำทางเทคนิคและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม
ด้านที่ 2 คือการแบ่งปันข้อมูลและข่าวกรองภัยคุกคาม โดยยกระดับความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของประเทศไทยผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามและข้อมูลทางเทคนิคระหว่างสององค์กร ด้านที่ 3 คือการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญและการแลกเปลี่ยนทางเทคนิค รวมถึงส่งเสริมการทำงานร่วมกันด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญเชิงลึก
ด้านที่ 4 การฝึกอบรมและการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร ผ่านการพัฒนาทักษะด้านไซเบอร์ผ่านโปรแกรมฝึกอบรมเฉพาะทาง ภายใต้แนวคิด Kaspersky Global Transparency Initiative และด้านที่ 5 โครงการร่วมและการสร้างความตระหนักรู้ด้านไซเบอร์ ซึ่งจะสนับสนุนความพยายามของสกมช. ในการสร้างสังคมไทยที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยคุกคามไซเบอร์มากขึ้นในวงกว้าง
***ภัยคุกคามไทยทะลุ 16 ล้านรายการ
รายงานประจำปีด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของแคสเปอร์สกี้สำหรับประเทศไทยประจำปี 2568 ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้สามารถตรวจจับและสกัดกั้นภัยคุกคามทางเว็บได้ถึง 10,449,120 รายการ และภัยคุกคามระดับอุปกรณ์ที่มุ่งเป้าโจมตีผู้ใช้งานในประเทศไทยอีก 16,280,179 รายการ
ขณะที่ข้อมูลจากสกมช. ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 ตัวเลขภัยคุกคามทางไซเบอร์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 82.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยความเสี่ยงสามอันดับแรกที่พบมากที่สุด ได้แก่ ความปลอดภัยของเนื้อหาข้อมูล ความพยายามบุกรุกระบบ และการฉ้อโกง
พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวว่า การรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลสำคัญและทรัพย์สินของรัฐ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างลึกซึ้งกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ความร่วมมือครั้งนี้กับแคสเปอร์สกี้จะช่วยเร่งขีดความสามารถ ปรับปรุงระบบติดตามภัยคุกคามระดับชาติ และยกระดับกรอบการตอบสนองต่อเหตุการณ์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
"สกมช. มุ่งมั่นผลักดันความเป็นเลิศด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และยินดีรับความไว้วางใจที่แคสเปอร์สกี้มอบให้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับโฟกัสความร่วมมือให้ครอบคลุมประเด็นใหม่ ทั้งการแบ่งปันข้อมูลและการจัดการภัยคุกคาม รวมถึงมิติของ AI เพื่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับ AI ด้วยความมุ่งมั่นที่จะบูรณาการองค์ความรู้ทางเทคนิค สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพภายในประเทศ และนำข้อมูลเชิงลึกด้านภัยคุกคามที่แข็งแกร่งมาปกป้องโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลสำคัญและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย"
ด้านนายเอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้สะท้อนความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของแคสเปอร์สกี้ในการกระชับความสัมพันธ์อันยาวนานกับสกมช. ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือการตอกย้ำเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับความเข้มแข็งด้านไซเบอร์ของประเทศไทย ตั้งแต่การปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ไปจนถึงการบ่มเพาะบุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์รุ่นใหม่ ผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพที่โปร่งใสและมีอิมแพค
"การผสานรวมระบบตรวจสอบข้อมูลภัยคุกคามระดับโลกของแคสเปอร์สกี้เข้ากับการกำกับดูแลของสกมช. จะช่วยเปลี่ยนภูมิทัศน์ความเสี่ยงให้เอื้อต่อการเติบโตทางดิจิทัลที่ปลอดภัยได้อย่างมีนัยสำคัญ"
สำหรับบันทึกความเข้าใจระหว่างแคสเปอร์สกี้และสกมช. ลงนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2567 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งสององค์กรได้ร่วมกันสร้างผลงานความร่วมมือระหว่างสถาบันอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งโครงการเสริมสร้างศักยภาพทางเทคนิค การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตลอดจนการเข้าร่วมเวทีความมั่นคงทางไซเบอร์ระดับนานาชาติร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ.


