xs
xsm
sm
md
lg

Apptronik ตั้งโรงเรียนหุ่นยนต์ เดิมพันใหญ่สตาร์ทอัปอเมริกัน 5.5 พันล้านดอลล์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัทหุ่นยนต์ "แอปโทรนิค" (Apptronik) จากรัฐเท็กซัส รูดม่านเปิดศูนย์ฝึกอบรมชื่อ "Robot Park" ในเมืองออสติน การันตีเป็นสถานที่ที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Apollo ของบริษัทจะฝึกฝนงานในคลังสินค้าเพื่อสร้างข้อมูลสำหรับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์

Apptronik นั้นเป็นบริษัทหุ่นยนต์สัญชาติเท็กซัสที่ได้รับการสนับสนุนจากกูเกิล (Google) และเมอร์เซเดส (Mercedes) การเปิดตัว Robot Park ในเมืองออสตินซึ่งเป็นสนามฝึกที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของบริษัทจะเรียนรู้การทำงานในชีวิตประจำวันก่อนที่จะออกไปปฏิบัติงานจริง นั้นจะยืดพื้นที่คลังสินค้าขนาดเกือบ 90,000 ตารางฟุต และเปิดดำเนินการทุกวันตลอดสัปดาห์

ภายในอาคาร หุ่นยนต์ Apollo จะฝึกฝนงานต่างๆ เช่น การเรียงกล่องขึ้นสายพานลำเลียงและการคัดแยกของเล่นใส่ถัง โดยส่วนใหญ่จะมีผู้ควบคุมที่เป็นมนุษย์คอยบังคับจากระยะใกล้ผ่านระบบรีโมท ทุกครั้งที่มีการฝึกจะเกิดข้อมูลซึ่งถูกป้อนกลับเข้าสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ควบคุมหุ่นยนต์ ช่วยให้หุ่นยนต์พัฒนาความสามารถได้ดียิ่งขึ้นตามลำดับ

***พาหุ่นยนต์เข้าโรงเรียน

เจฟฟ์ การ์เดนาส (Jeff Cardenas) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Apptronik เปรียบเทียบสถานที่แห่งนี้กับโรงงาน แต่เป็นโรงงานที่ผลิต "การเรียนรู้" โดยแทนที่จะเป็นฮาร์ดแวร์ สถานที่นี้จะทำงานเหมือนสนามเด็กเล่นที่หุ่นยนต์สั่งสมประสบการณ์จากโลกจริง ซึ่งเป็นการเรียกแนวคิดนี้ว่าโรงงานผลิตข้อมูล หรือ data factory

พื้นที่กว่า 90,000 ตารางฟุต ถูกเตรียมไว้เป็นที่ที่ Apollo 2 จะรวบรวมข้อมูลการฝึกอบรมจริงจัง เพื่อการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ทำงานได้เป็นอิสระ
แนวทางดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับแนวคิดของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่เคยพูดถึงการสร้าง Optimus Academy สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของ Tesla โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างวงจรการป้อนข้อมูลฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

ตามรายงานของ Business Insider ระบุว่า Apptronik ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 โดยแยกตัวออกมาจากห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ของมหาวิทยาลัยเท็กซัส และเติบโตขึ้นจากงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากการแข่งขันของกองทัพสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับตอบสนองภัยพิบัติ บริษัทเริ่มต้นจากการผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ป้อนให้กับบริษัทอื่นๆ ก่อนที่จะปรับทิศทางมาสู่การสร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เอนกประสงค์

ปัจจุบัน Apptronik ระดมทุนไปแล้วประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ และปัจจุบันมีมูลค่ากิจการสูงกว่า 5.5 พันล้านดอลลาร์ โดย Mercedes ได้นำหุ่นยนต์ Apollo มาใช้งานในสายการผลิตของโรงงานแล้วสำหรับงานประกอบชิ้นส่วนแบบง่ายๆ ขณะที่หน่วยงาน DeepMind ของ Google ก็ใช้หุ่นยนต์เหล่านี้เพื่อช่วยพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ด้านหุ่นยนต์ของตนเอง

ก่อนหน้านี้ Apptronik เปิดตัวหุ่นยนต์ Apollo รุ่นแรกในปี 2566 และได้พัฒนาต่อยอดมาเป็น Apollo 2 ซึ่งเป็นรุ่นที่แข็งแกร่งขึ้น มาพร้อมแบตเตอรี่ มอเตอร์ และเซนเซอร์ที่ได้รับการปรับปรุง ตัวหุ่นยนต์มีความสูงประมาณ 6 ฟุต สามารถทำงานต่อเนื่องได้นาน 4 ชั่วโมง และยกน้ำหนักได้สูงสุด 55 ปอนด์ เบื้องต้นคาดว่ารุ่นเชิงพาณิชย์อย่าง Apollo 3 กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา

Apptronik ได้เปิดโรงเรียนหุ่นยนต์ Robot Park ในเมืองออสติน
ผู้บริหาร Apptronik อธิบายอีกว่าอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังเคลื่อนผ่าน 3 ระยะ ได้แก่ การพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีใช้งานได้จริง การพิสูจน์ว่าลูกค้ายินดีจ่ายเงินเพื่อใช้งาน และสุดท้ายคือการขยายกิจการให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ เชื่อว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังก้าวเข้าสู่ระยะที่ 2 โดยเปรียบเทียบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในปัจจุบันกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

***แข่งดุศึกขายสมองกล

การเปิดโรงเรียนหุ่นยนต์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้กำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยบริษัทอย่าง Figure AI ซึ่งมีมูลค่ากิจการหลายหมื่นล้านดอลลาร์นั้นเริ่มนำหุ่นยนต์ไปใช้งานในศูนย์กระจายสินค้าแล้ว ขณะที่ค่าย 1X มีแผนจะส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 10,000 ตัวเข้าสู่ตลาดครัวเรือนภายในปีนี้ ด้านบริษัท Agility Robotics ก้าวล้ำไปไกลกว่านั้น โดยหุ่นยนต์ Digit ของบริษัทได้ปฏิบัติงานอยู่แล้วใน 9 แห่ง ให้กับบริษัทต่างๆ อาทิ Amazon, Toyota และ GXO พร้อมทั้งกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์



ในส่วนของ Apptronik ผู้บริหารย้ำว่าจุดที่แตกต่างจากคู่แข่งหลายรายคือการพัฒนาหุ่นยนต์ทั้งแบบเดินด้วยขาและแบบมีล้อควบคู่กัน โดยเชื่อว่าหุ่นยนต์แบบมีขาเดินมีศักยภาพในระยะยาวมากที่สุด เนื่องจากในที่สุดแล้วอาจสามารถเคลื่อนไหวได้ทัดเทียมมนุษย์ แต่คาดว่าหุ่นยนต์แบบมีล้อจะเข้าสู่สถานที่ทำงานได้เร็วกว่า เพราะมีความปลอดภัยมากกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่า

ปัจจุบันบริษัท Apptronik เปิดดำเนินการ Robot Park เพิ่มเติมตามสถานที่ของลูกค้าทั่วโลก และมีแผนจะเปิดเพิ่มอีกในอนาคต โดยเป้าหมายสูงสุดของผู้บริหาร Apptronik คือการเปิดพื้นที่เหล่านี้ให้สาธารณชนเข้าชมได้ เพื่อให้ผู้คนทั่วไปได้เห็นพัฒนาการของเทคโนโลยีนี้ด้วยตาตัวเอง.