xs
xsm
sm
md
lg

ก้าวข้ามยุค”มนุษย์”คลิก ผ่าวิสัยทัศน์ Cloudflare สู้ศึกอินเทอร์เน็ตAI-First (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังใช้งานระบบของ “คลาวด์แฟลร์” (Cloudflare) อยู่ทุกครั้งที่เข้าเว็บไซต์ หรือแม้แต่ตอนที่กรอกเอกสารเข้าเมืองอย่างระบบ Thailand Digital Arrival Card ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

Cloudflare นั้นเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตและคลาวด์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 โดยตลอด 16 ปีที่ผ่านมา บริษัทวางพันธกิจหลักที่การสร้างอินเทอร์เน็ตที่ดีกว่าเดิม โดยให้บริการระบบส่งเนื้อหา CDN (Content Delivery Network) และการป้องกันการโจมตีที่ทำให้เว็บล่ม DDoS จนปัจจุบัน Cloudflare ได้พัฒนามาเป็นผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย และกำลังทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่การเป็นแพลตฟอร์ม AI-First เพื่อรับมือกับยุคที่ AI Agent เข้ามามีบทบาทสำคัญในการท่องอินเทอร์เน็ตแทนมนุษย์

ปัจจุบัน Cloudflare มีดาต้าเซ็นเตอร์และจุดให้บริการ (POPs) กระจายอยู่เกือบ 330 แห่ง ในกว่า 120 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่มี 3 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี ทั้งหมดรองรับทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตมากกว่า 20% ของทั้งโลกที่วิ่งผ่านระบบเครือข่ายของ Cloudflare และ 80% ของบริษัทชั้นนำระดับโลกด้าน Generative AI 50 อันดับแรก เลือกรันระบบ AI ขององค์กรบน Cloudflare

***ผู้พิทักษ์อินเทอร์เน็ต AI-First

นายเคนเนธ ไล รองประธานประจำภูมิภาคอาเซียน Cloudflare ฉายภาพยุคปัจจุบันที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะท่องอินเทอร์เน็ตแทนมนุษย์ ว่าเมื่อ 5-10 ปีที่แล้ว มนุษย์คือผู้คลิกใช้งานอินเทอร์เน็ต แต่ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ ปริมาณทราฟฟิกที่เกิดจากระบบอัตโนมัติหรือ AI Agent กำลังจะเติบโตจนแซงหน้าทราฟฟิกของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งปัญหาที่อาจเกิดขึ้นคือการระบุตัวตน Agent Identity ที่ยังตามไม่ทัน

“ความท้าทายหลักของ AI Agent คือการไม่มีตัวตนที่ชัดเจน ทำให้ยากต่อการติดตามว่าใครเป็นคนสั่งการ หรือควบคุมว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ Cloudflare จึงต้องเข้ามาพัฒนาระบบเพื่อมอบ Identity และควบคุม Agent เหล่านี้”


สิ่งที่ Cloudflare ทำคือการใช้ AI เพื่อสู้กับ AI โดยผู้ไม่หวังดีได้เริ่มหันมาใช้ AI เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติในการโจมตีไซเบอร์ ทำให้ปริมาณและขนาดของการโจมตีใหญ่ขึ้นมาก Cloudflare จึงปรับเทคโนโลยีของตัวเองให้เป็นแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการคัดกรองทราฟฟิกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์, มนุษย์กับ AI หรือ AI กับ AI

“กลยุทธ์ 3 แกนหลักของเราคือ Build, Protect, Connect การ Build หรือการสร้างคือ Cloudflare ช่วยให้นักพัฒนาฯ สามารถสร้าง AI Agent จำนวนนับพันตัวได้บนเครือข่ายของ Cloudflare โดยไม่ต้องกังวลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการ Protect คือการคัดกรองและป้องกันระบบจาก AI Agent ที่มุ่งร้ายหรือเป็นอันตราย รวมถึงการจัดการปัญหา Shadow AI ที่พนักงานในองค์กรแอบใช้งานเครื่องมือ AI โดยไม่ได้รับอนุญาต และ Connect คือ Cloudflare ทำหน้าที่เชื่อมโยง AI Agent เข้ากับระบบหรือโมเดลต่างๆ เพื่อให้ Agent สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างถูกต้อง”


นายฮาร์แมน นากรา ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมโซลูชันเฉพาะทาง (APJC) กล่าวถึงการเปิดตัว "Agent Cloud" กลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่ Cloudflare อัปเดทใหม่ว่า Agent Cloud เป็นชุดผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่มีฟีเจอร์ใหม่กว่า 50 รายการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้าง AI Agent บน Cloudflare ได้แบบตอบโจทย์ด้าน AI Agent โดยเฉพาะ เช่น การระบุตัวตน และการสร้างระบบจำลอง (Sandbox) เพื่อทดสอบ AI ก่อนปล่อยออกไปทำงานจริง

“ปัจจุบันทุกคนต่างกำลังสร้างแอปพลิเคชัน ธุรกิจด้านการ Build จึงถือเป็นขุมทรัพย์สำคัญของบรรดาผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ กลยุทธ์ของ Cloudflare คือต้องการช่วยให้นักพัฒนาโฟกัสกับการสร้างนวัตกรรมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น การไม่เก็บค่าบริการ GPU ในช่วงที่ไม่ได้ทำงาน หรือการเปิดให้ใช้งาน AI Gateway ที่ช่วยแคชคำตอบของ AI เอาไว้ ทำให้องค์กรไม่ต้องเสียเงินค่าเรียกใช้ LLM ซ้ำๆ สำหรับคำถามเดียวกัน”

***ตลาดไทยคึกคัก

Cloudflare เผยว่าจากรายงานไตรมาสแรกของปี 2026 พบประเทศไทยเผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์สูงถึง 370 ล้านครั้งต่อวัน โดยแฮกเกอร์มุ่งเป้าโจมตีไปที่กลุ่มธุรกิจค้าปลีก เกมมิ่ง และเว็บไซต์การพนันเป็นหลัก ซึ่งปริมาณการโจมตีที่มหาศาลและมีขนาดใหญ่ขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการที่ผู้ไม่หวังดีนำ AI มาใช้สร้างระบบอัตโนมัติในการโจมตี

นายฮาร์แมน นากรา ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมโซลูชันเฉพาะทาง (APJC)
วันนี้ Cloudflare วางกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทยเป็นนักพัฒนาฯและกลุ่ม SME โดยในปีนี้ Cloudflare มีแผนจะประกาศลงทุนตั้งศูนย์ข้อมูลเพิ่มเติมในเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนประเทศไทยจะไม่มีการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่ม เนื่องจากที่ผ่านมาทางบริษัทได้ให้ความสำคัญและลงทุนไปล่วงหน้าแล้วผ่าน 3 Data Center ซึ่งนำหน้าประเทศเพื่อนบ้านไปไกลแล้ว

ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับลดพนักงานของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ผู้บริหารของ Cloudflare ยืนยันหนักแน่นว่าทีมงานในประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น ในทางกลับกัน บริษัทยังมีแผนขยายบุคลากรเพิ่มขึ้น เพราะธุรกิจในไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

และบริษัทเชื่อมั่นว่าสายสัมพันธ์รวมถึงการดูแลลูกค้าด้วย "มนุษย์" เป็นสิ่งที่ AI Agent ไม่สามารถทดแทนได้อย่างแน่นอน แม้ในยุคของอินเทอร์เน็ตที่ AI จะเป็นผู้คลิกมากกว่ามนุษย์.