'กสทช.' ปลดล็อกแผนแม่บททีวี-วิทยุ วางหลักสตรีมมิ่งชาติ แต่ Roadmap ยังไม่เคาะ ห่วงยุติดาวเทียมกระทบผู้ชม 10 ล้านครัวเรือน สั่งสำนักงานเทียบข้อดี-เสียใหม่ใน 30 วัน
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2569-2573 แล้ว โดยแผนดังกล่าวกำหนดหลักการส่งเสริมการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับโทรทัศน์ภาคพื้นดินและวิทยุกระจายเสียง หรือแนวคิดแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ (National Streaming Platform) เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้ผู้ประกอบการรับมือกับพฤติกรรมผู้ชมและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม วาระสำคัญอีกส่วนหนึ่ง คือ แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย พ.ศ.2569-2573 ซึ่งมีเป้าหมายเตรียมความพร้อมก่อนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลสิ้นสุดในปี 2572 ยังไม่สามารถลงมติได้ โดยที่ประชุมมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. กลับไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม และนำกลับมาเสนอใหม่ภายใน 30 วัน เนื่องจากยังมีประเด็นที่ต้องประเมินให้รอบด้าน ทั้งด้านกฎหมาย ผลกระทบต่อประชาชน และทิศทางของผู้ประกอบการ
ประเด็นแรกที่ยังไม่มีข้อยุติ คือ รูปแบบการประมูลทีวีดิจิทัลรอบใหม่ หลังใบอนุญาตเดิมจะสิ้นสุดในเดือน เม.ย.2572 โดยสำนักงาน กสทช. มีแนวทางจัดประมูลล่วงหน้าช่วงปลายปี 2571 แต่ที่ประชุมยังเห็นต่างว่า ควรเปิดให้ผู้ให้บริการโครงข่าย (MUX) เป็นผู้เข้าประมูล หรือควรให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเป็นผู้ประมูลโดยตรง เนื่องจากผู้ให้บริการ MUX บางรายมีช่องรายการของตนเอง จึงอาจเกิดข้อกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะที่หากให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเป็นผู้ประมูล ก็อาจทำให้การดำเนินการต่อเนื่องจากระบบเดิมทำได้ง่ายกว่า
"เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้ชัดเจน เพราะใบอนุญาตของผู้ให้บริการ MUX จะหมดอายุก่อนในปี 2571 ส่วนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุในปี 2572 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่ตรงกัน ดังนั้น สำนักงาน กสทช. ต้องกลับไปจัดทำข้อมูลเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ข้อจำกัด รวมถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการ ก่อนเสนอให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้ง" ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว
อีกประเด็นที่ทำให้ Roadmap ยังไม่ผ่าน คือ แนวทางการเปลี่ยนผ่านการรับชมทีวีผ่านดาวเทียมจากระบบ C-Band ไปสู่ KU-Band ซึ่งเกี่ยวข้องกับคลื่น 3500 MHz เนื่องจากปัจจุบันยังมีประชาชนรับชมทีวีดิจิทัลผ่านดาวเทียมประมาณ 10 ล้านครัวเรือน ที่ประชุมจึงเห็นว่าการกำหนดแนวทางเรื่องนี้ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ชมเป็นหลัก โดยเฉพาะประชาชนที่ยังพึ่งพาจานดาวเทียมในการรับสัญญาณ หากการเปลี่ยนผ่านทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าถึงบริการโทรทัศน์ได้น้อยลง ย่อมเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ไม่ควรมองข้าม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าของที่ประชุม กสทช. สามารถเห็นชอบแผนแม่บทฯ ได้ แม้มีการหารือในประเด็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติว่าควรกำหนดรายละเอียดมากน้อยเพียงใด ก่อนสรุปว่าแผนแม่บทฯ ควรวางไว้ในระดับหลักการ ส่วนรายละเอียดเชิงปฏิบัติ เช่น รูปแบบแพลตฟอร์ม งบประมาณ และแนวทางว่าจะพัฒนาใหม่หรือใช้แพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว ต้องนำกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง
ขณะที่ การประชุมช่วงบ่ายในวาระ Roadmap ใช้เวลาหารือราว 2-3 ชั่วโมง แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยประธาน กสทช. แสดงความกังวลต่อการลงมติเรื่องคลื่น 3500 MHz เนื่องจากอาจกระทบประชาชนจำนวนมาก สอดคล้องกับ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช. ที่มีความห่วงใยในประเด็นเดียวกัน ขณะเดียวกัน รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ตั้งข้อสังเกตต่อบทบาทของผู้ให้บริการ MUX ที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน หากได้รับสิทธิเข้าประมูล ทั้งจากการมีช่องรายการของตนเอง หรือการมีรายได้จากการให้เช่าช่วงรายการและโฆษณา
ทั้งนี้ กรรมการ กสทช. บางส่วนต้องการให้ Roadmap ผ่านการพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนล่วงหน้าได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต ที่เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นวาระที่บอร์ดเคยมีมติให้สำนักงานจัดทำมาแล้ว ขณะที่ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร, รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ และ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ต่างเห็นความจำเป็นของการมี Roadmap ที่ชัดเจน ทั้งต่ออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลและผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
อย่างไรก็ตาม แม้มีข้อเสนอให้ที่ประชุมลงมติในวาระ Roadmap แต่ไม่สามารถเดินหน้าได้ ส่งผลให้การประชุมครั้งนี้ผ่านความเห็นชอบเฉพาะแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 ซึ่งจะนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ส่วน Roadmapอนาคตทีวีดิจิทัลยังต้องรอสำนักงาน กสทช. จัดทำข้อมูลเพิ่มเติม และนำกลับมาเสนอใหม่ภายใน 30 วัน


