xs
xsm
sm
md
lg

ใช้ AI ฉบับ ‘Manao Software’ เพราะระบบที่น่าเชื่อถือยังต้องใช้ ‘คน’ คุม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อ AI เข้ามากลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แล้วบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Company) ต้องปรับตัวอย่างไร? คำตอบจากหลายบริษัทในเวลานี้ อาจไม่ใช่เรื่องของการนำ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยแล้ว เพราะตอนนี้ AI ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ในมุมของ Manao Software ซอฟต์แวร์เฮาส์สัญชาติเดนมาร์ก ที่เลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ และมีทีมงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ในประเทศไทย ได้เริ่มปรับตัวในการเริ่มผสานการใช้งาน AI เข้ากับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์

นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม OMEGA ที่ Manao Software พัฒนาขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนการใช้งาน AI ภายในองค์กร สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งมอบงานได้เร็วขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% อะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เบื้องหลังของการปรับตัวครั้งนี้คืออะไร จากมุมของ กิตติศาสตร์ สว่างบำรุง Head of Delivery & Partner Manao Software

กิตติศาสตร์ สว่างบำรุง Head of Delivery & Partner Manao Software
จุดเริ่มต้นของการพัฒนาแพลตฟอร์ม OMEGA เกิดขึ้นจากการที่ Manao Software ต้องการยกระดับประสิทธิภาพการพัฒนาซอฟต์แวร์ในระดับองค์กร เพราะจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถนำ AI เข้ามาผสมผสานกับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างเป็นระบบ

“AI ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องมือเฉพาะในการเขียนโค้ด แต่เป็นแพลตฟอร์ที่ช่วยจัดการศูนย์การทำงานทั้งวงจรพัฒนาซอฟต์แวร์ตั้งแต่ช่วยหาความต้องการของลูกค้า ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ จนถึงขั้นตอนในการส่งงานของลูกค้า”

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แพลตฟอร์ม OMEGA เข้ามาช่วยจัดการงานประเภท Low-Value หรือกระบวนการซ้ำๆ ได้ถึง 60% - 70% ทำให้ทีมงานสามารถเอาเวลาไปโฟกัสกับเรื่อง Logic, โครงสร้างสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และความต้องการที่แท้จริงของธุรกิจลูกค้า

กับอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือการ สร้างมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียว จากในอดีต Senior Developer แต่ละคนอาจมีมาตรฐานการตรวจสอบโค้ดที่ต่างกันไปตามประสบการณ์ แต่การนำ AI เข้ามาช่วยกำหนดวิธีที่ดีที่สุดในระบบ OMEGA จะช่วยให้คุณภาพของซอฟต์แวร์ถูกควบคุมให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน

แม้ว่า AI จะช่วยให้ความเร็วในการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่นในบางโปรเจกต์จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาในการเตรียมงาน 3 วัน อาจลดลงมาเหลือเพียง 1 วัน หรือในภาพของประสิทธิภาพโดยรวมเชื่อว่าสามารถลดระยะเวลาลงถึง 50%

ไม่ทำ Vibe Code เพราะไม่ตอบโจทย์ใช้งานระยะยาว

สิ่งหนึ่งที่ Manao Software ยึดมั่นคือ การที่จะไม่ทำ Vibe Code เพื่อส่งมอบงานให้กับลูกค้าโดยเด็ดขาด เพราะซอฟต์แวร์ลักษณะนั้นจะบำรุงรักษายากมากในระยะยาว และไม่ตอบโจทย์ซอฟต์แวร์ระดับองค์กร

“จริงๆ แล้ว AI ก็เหมือนเด็กคนหนึ่ง ถ้าเราป้อนคำสั่งที่ถูกต้อง เขาก็ทำตามได้ดี และที่สำคัญคือต้องพึงตระหนักไว้ว่า AI ผิดพลาดได้เสมอ ทำให้ในทุกขั้นตอนการทำงาน จึงต้องมี Human Engineer Oversight หรือวิศวกรซอฟต์แวร์ที่เป็นมนุษย์คอยกำกับดูแลอีก 30% - 40%”

ปัจจุบัน ทีมงาน Manao Software ที่อยู่ในฝั่งของทีม Delivery กว่า 90 คน ซึ่งประกอบไปด้วย Developer, Tester (QA) และ BA ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งวิจารณญาณ ประสบการณ์ และความเข้าใจในบริบทธุรกิจของลูกค้า เพื่อมาปรับแต่ง และรีวิว ข้อมูลที่ได้จาก AI ทำให้ลูกค้าของ Manao Software มั่นใจได้ว่าจะได้รับซอฟต์แวร์ที่เสถียร ปลอดภัย และใช้งานได้จริง

ทำงานแบบ Sprint-based รับฟีดแบค ปรับแก้ได้ทันที


นอกจากการนำ AI เข้ามาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ส่งมอบงานได้เร็วขึ้นแล้ว วิธีการทำงานก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ทำให้ Manao Software ได้รับทั้งความเชื่อถือ และแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบคือเรื่องของการส่งมอบ และรีวิวงานในทุก 2 สัปดาห์ (Sprint Review)

กิตติศาสตร์ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ในโปรเจกต์ระยะยาว อย่างที่ใช้เวลามากกว่า 6 เดือน การทำ Sprint Review จะช่วยให้ลูกค้าจะไม่ต้องรอนานเพื่อเห็นผลลัพธ์ตอนท้าย แต่จะได้เห็นหน้าตาซอฟต์แวร์และฟีเจอร์ใหม่ๆ อัปเดตทุก 2 อาทิตย์

การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จะเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงที่งานจะไม่ตรงตามความต้องการของลูกค้า และทำให้ทีมงานสามารถรับฟีดแบค ทั้งบวกและลบเพื่อนำมาปรับปรุงในรอบถัดไปได้อย่างทันท่วงที

รวมถึงในเรื่องของความรับผิดชอบหลังส่งมอบ โดยหลังจากผ่านขั้นตอนทดสอบการใช้งานซอฟต์แวร์โดยผู้ใช้งานจริงร่วมกับลูกค้า และนำซอฟต์แวร์ขึ้นระบบจริง ทาง Manao Software ยังมีการรับประกันต่อเนื่อง 90 วัน เป็นมาตรฐาน และมีออปชันในการดูแลและบำรุงรักษาแบบปีต่อปี รวมถึงการรองรับบริการระดับ 24/7 สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ระบบล่มไม่ได้อย่าง Fintech หรือ Banking

จะเห็นได้ว่า การปรับตัวของ Manao Software ไม่ใช่การเอา AI มาเพื่อลดต้นทุนหรือลดคน แต่คือการเอาเทคโนโลยีมาช่วยเสริมแรงให้ทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ทำงานได้ฉลาดขึ้น เร็วขึ้น ช่วยให้สามารถทำราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น โดยที่ยังรักษาคุณภาพในการส่งมอบงานไว้ได้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ ยังช่วยให้ Manao Software สามารถรองรับการขยายฐานลูกค้า ไม่เฉพาะตลาดในไทย แต่รวมถึงต่างชาติอย่างบริษัทเดนมาร์กที่เข้ามาทำธุรกิจในไทย ต่อเนื่องไปถึงยุโรป ออสเตรเลีย ภายใต้แนวคิดในการทำงานที่เปิดกว้าง มีประสบการณ์ระดับโลก และมีมาตรฐานซอฟต์แวร์

ขณะเดียวกัน กิตติศาสตร์ ยังให้ข้อมูลทิ้งท้ายว่า หลังจากเริ่มมีการนำ AI มาช่วยในกระบวนทำงาน ฟีดแบคที่กลับมาจากลูกค้านอกจากตอบสนองการทำงานได้เร็วขึ้น ยังช่วยให้ทำตามความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ทำให้การพัฒนาทั้งระบบ และคน ให้ทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้

สามารถติดตามเรื่องราวและบริการของ Manao Software เพิ่มเติมได้ที่ www.manaosoftware.co.th และ www.manaosoftware.com
ติดตามช่องทางโซเชียลของ Manao Software:
Facebook: facebook.com/manaosoftware
LinkedIn: linkedin.com/company/manaosoftware
TikTok: tiktok.com/@manao.software
Instagram: instagram.com/manao_software
Email: hello@manaosoftware.com
Tel : +66 2460 9240