บอร์ด กสทช. ถกยาว 6 ชม. ยังไม่จบ แผนแม่บททีวีดิจิทัลติดปม National Streaming Platform ชงแพลตฟอร์มไทยสู้บิ๊กเทค-ค้ำข่าวสาธารณะ ลุ้นโหวต 22 หรือ 25 มิ.ย.69
เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.69 ที่ประชุม กสทช. ใช้เวลาหารือนานกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 รวมถึงโรดแมปทีวีดิจิทัลหลังใบอนุญาตสิ้นสุดในปี 2572 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยประเด็นสำคัญที่ยังต้องหารือต่อ คือ แนวคิดการจัดตั้งแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติ (National Streaming Platform) ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในอนาคต
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นหนึ่งในหลักการสำคัญของแผนแม่บท เพื่อเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับอนาคตกิจการโทรทัศน์ไทย หลังพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ ปัจจุบันโทรทัศน์พื้นฐานของไทยยังอยู่บนระบบทีวีดิจิทัลเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการรับชมผ่านดาวเทียม IPTV และช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ดังนั้น โจทย์สำคัญคือการออกแบบระบบแบบไฮบริด เพื่อให้ประชาชนสามารถรับชมฟรีทีวีบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ด้วย ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะโทรทัศน์ภาคพื้นดินแบบเดิม
ทั้งนี้ มองว่า National Streaming Platform มีความจำเป็นใน 2 มิติหลัก ได้แก่ มิติการเข้าถึงของประชาชน และมิติการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในวันที่การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระหว่างช่องทีวีในประเทศ แต่ต้องแข่งขันกับแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีทุนสูงกว่าและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการรับรู้ของผู้ชมผ่านอัลกอริทึม ซึ่งอาจเลือกนำเสนอเนื้อหาตามความสนใจของผู้ใช้เป็นหลัก โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าสาธารณะหรือประโยชน์ต่อสังคมเสมอไป
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังถูกมองว่า เป็นช่องทางสำคัญในการค้ำจุนประโยชน์สาธารณะ ทั้งการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน ภัยพิบัติ การศึกษา สาธารณสุข รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส จึงเปรียบเสมือน Safety Net ด้านข้อมูลข่าวสารของประชาชนในยุคดิจิทัล
"กสทช. พยายามทำงานเต็มที่ที่สุดที่จะมีพื้นที่ให้กับนิเวศสื่อไทย เพราะนิเวศสื่อไทยถูกครอบงำด้วย Global Platform และตอนนี้ผู้ประกอบการก็อยู่กันลำบาก" ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าว
ส่วนในเชิงเศรษฐกิจ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ระบุว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการแต่ละรายต่างลงทุนระบบของตนเอง ทำให้เกิดต้นทุนซ้ำซ้อน ทั้งระบบหน้าจอผู้ใช้ การบริหารจัดการโฆษณา การจัดเก็บข้อมูล และระบบกระจายคอนเทนต์ หากมีแพลตฟอร์มกลางจะช่วยลดภาระซ้ำซ้อนดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนเหล่านี้ได้เอง ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติ
ส่วนมิติสังคม แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ข่าวสารที่มีความสำคัญต่อสาธารณะเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น โดยไม่ถูกกลบด้วยกระแสคลิกเบตบนพื้นที่ออนไลน์ ขณะที่ในมิติวัฒนธรรม จะเป็นอีกช่องทางให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงเนื้อหาไทย คุณค่าไทย วัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยมที่ดีของสังคมไทย ส่วนในมิติการเมือง ซึ่งหมายถึงเรื่องอำนาจและการกำหนดทิศทางสาธารณะ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ และดึงเม็ดเงินโฆษณาบางส่วนกลับมาอยู่ในระบบสื่อไทย
สำหรับความคืบหน้าการพิจารณาแผนแม่บท และโรดแมปทีวีดิจิทัล ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. ได้หยิบยกประเด็น National Streaming Platform มาหารือแล้ว โดยโรดแมปจะเป็นวาระต่อเนื่องจากแผนแม่บท และคาดว่าจะกลับเข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์หน้า ในวันที่ 22 และ 25 มิ.ย.69 หากไม่มีวาระด่วนแทรก เบื้องต้นจะเป็นการโหวตเห็นชอบในหลักการก่อน ส่วนรายละเอียดจะอยู่ในวาระถัดไป
"วาระนี้ไม่ใช่วาระค้าง แต่เป็นวาระคา เพราะยังอยู่ระหว่างการพิจารณาต่อเนื่อง แต่มองว่า การที่บอร์ดเริ่มหารือประเด็นนี้แล้วถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และยังมีโอกาสที่แผนแม่บทและโรดแมปจะเดินหน้าได้ภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69 ตามที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลคาดหวัง" ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงแนวทางหลังใบอนุญาตทีวีดิจิทัลสิ้นสุดในปี 2572 ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวว่า หากกฎหมายยังไม่มีการแก้ไข ก็ต้องดำเนินการประมูลตามกฎหมายเดิม แต่ต้องออกแบบให้สมเหตุสมผลที่สุด
ด้าน พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง กล่าวว่า แนวคิด National Streaming Platform อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 3 ของแผนแม่บท ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้หลายช่องทางมากขึ้น ทั้งกิจการโทรทัศน์และกิจการกระจายเสียง โดยเฉพาะในยุคที่ประชาชนจำนวนมากรับฟังและรับชมเนื้อหาผ่านช่องทางออนไลน์
"กสทช.ไม่ได้จะลงไปทำแพลตฟอร์มเองหรือแข่งขันกับเอกชน แต่จะทำหน้าที่กำกับดูแล ส่งเสริม และวางกติกาให้เกิดช่องทางใหม่ โดยให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ดำเนินการจริง เพื่อให้แพลตฟอร์มนี้เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม" พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว
ทั้งนี้ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ มองว่า ประเด็นแพลตฟอร์มสื่อของไทยไม่ใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอธิปไตยทางการสื่อสาร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล กฎระเบียบ ไปจนถึงเนื้อหาและวัฒนธรรม เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลจำนวนมากอยู่บนดาต้าเซ็นเตอร์และแพลตฟอร์มต่างชาติ ขณะที่ไทยไม่สามารถบังคับใช้กติกากับแพลตฟอร์มเหล่านั้นได้เต็มที่
"จากการหารือในเวทีด้านความมั่นคง มีข้อกังวลว่าประเทศไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและการสื่อสาร หากไทยไม่มีช่องทางของตนเองเลย ก็อาจทำให้ประเทศขาดอำนาจในการปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน ปกป้องข้อมูล และกำกับดูแลเนื้อหาที่ส่งผลต่อสังคมและวัฒนธรรมไทย ทั้งนี้ ยุคก่อนใครควบคุมพลังงานไฟฟ้าได้ จะเป็นตัวกำหนดอุตสาหกรรม แต่ยุคปัจจุบันใครควบคุมกิจการสื่อสารได้ จะส่งผลทั้งเศรษฐกิจ สังคม และความคิดของคนในชาติ ดังนั้น กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแลกิจการสื่อสาร ต้องให้ความสำคัญ" พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ยอมรับว่า กรรมการ กสทช. บางรายยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติ เช่น รูปแบบการลงทุน ขั้นตอนดำเนินการ และความแตกต่างระหว่างกิจการโทรทัศน์กับกิจการกระจายเสียง ซึ่งอาจไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันทั้งหมดได้ แต่ในเชิงหลักการยังเห็นว่าควรมีการส่งเสริมให้เกิดแพลตฟอร์มของไทยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง โดยไม่ได้หมายถึงการปิดกั้นแพลตฟอร์มต่างชาติ
นอกจากนี้ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ยังเตือนว่า ความล่าช้าของแผนแม่บทไม่ได้กระทบเฉพาะกิจการโทรทัศน์ แต่ยังกระทบกิจการวิทยุด้วย เนื่องจากแผนแม่บทกำหนดให้ กสทช. ต้องปรับปรุงคลื่นความถี่ที่ใช้สำหรับกิจการ FM ภายใน 1 ปีนับจากแผนแม่บทมีผลบังคับใช้ ขณะที่ใบอนุญาตวิทยุสาธารณะของหน่วยงานรัฐจะสิ้นสุดในวันที่ 3 เม.ย.70
ขณะเดียวกัน ยังมีภารกิจส่งเสริมและอบรมสถานีวิทยุที่ได้รับใบอนุญาต โดยเฉพาะวิทยุท้องถิ่นที่เข้าสู่ระบบใบอนุญาตแล้ว ซึ่งตามแผนแม่บทควรได้รับการสนับสนุนและเข้ารับการอบรมภายในระยะเวลา 1 ปี ดังนั้น หากแผนแม่บทล่าช้าออกไป ย่อมส่งผลต่อกิจการกระจายเสียงโดยตรง แม้ผลกระทบอาจไม่ใหญ่เท่ากิจการโทรทัศน์ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีผลกระทบเลย
"ได้แจ้งต่อประธาน กสทช. แล้วว่า การอนุมัติแผนแม่บทล่าช้าอาจส่งผลต่อกิจการวิทยุในหลายประเด็น ทั้งการปรับปรุงคลื่น FM ใบอนุญาตวิทยุสาธารณะที่ใกล้หมดอายุ และมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการวิทยุท้องถิ่นที่เข้าสู่ระบบใบอนุญาตแล้ว" พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว


