บลูบิค (BBIK) ที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันชั้นนำของไทย ชี้แนวทางทำ Cloud Migration อย่างเป็นระบบให้องค์กรไทย ย้ำการย้ายระบบ IT ขึ้นสู่คลาวด์นั้น ไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการวางรากฐานสำคัญให้องค์กรสามารถเปิดตัวบริการใหม่ได้เร็วขึ้น ขยายระบบตามการเติบโต และต่อยอดสู่เทคโนโลยีอย่าง AI และ Advanced Analytics ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BBIK กล่าวว่า องค์กรที่ยังพึ่งพาโครงสร้าง IT แบบดั้งเดิมกำลังเผชิญข้อจำกัดที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในด้านต้นทุน ความซับซ้อน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และการนำข้อมูลไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจ
"ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการมองว่า Cloud Migration คือการย้ายระบบให้เร็วที่สุด แต่ความจริงแล้วหากย้ายโดยไม่ประเมินอย่างรอบด้าน องค์กรอาจนำความซับซ้อนเดิมไปฝังไว้บนสภาพแวดล้อมใหม่ พร้อมต้นทุนและความเสี่ยงที่สูงกว่าเดิม"
ด้าน นางสาวพิรดล คุปต์ถาวรฤกษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud Migration จากบริษัท ออร์บิท ดิจิทัล จำกัด บริษัทในเครือบลูบิค เสริมว่า สิ่งที่องค์กรมักมองข้ามคือการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างระบบ (Dependency) และการวัดสมรรถนะตั้งต้นก่อนย้าย เพราะหากไม่มีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน องค์กรอาจย้ายสำเร็จในเชิงเทคนิค แต่กลับไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แท้จริงได้
บลูบิคจึงได้เสนอเฟรมเวิร์ก 5 ขั้นตอน สำหรับการทำ Cloud Migration อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขั้นตอนแรกคือ การประเมินระบบเดิมอย่างรอบด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำรายการโครงสร้างพื้นฐาน การประเมินแอปพลิเคชันและฐานข้อมูล การทำแผนผังความเชื่อมโยงของระบบ ตลอดจนการประเมินความปลอดภัยและการวัดสมรรถนะ เพื่อให้ทราบว่าระบบใดพร้อมย้าย ระบบใดมีความเสี่ยง และระบบใดควรได้รับการจัดการก่อน
ขั้นตอนที่สองคือการเลือกกลยุทธ์การย้ายที่เหมาะสมกับแต่ละระบบ ซึ่งมีทั้งหมด 7 แนวทาง ได้แก่ Retain (คงไว้), Retire (ปิดระบบเก่า), Rehost (ย้ายขึ้นคลาวด์โดยตรง), Relocate (ย้าย VM), Repurchase (เปลี่ยนไปใช้ SaaS), Replatform (ปรับปรุงบางส่วน) และ Refactor (ออกแบบใหม่เพื่อใช้ Cloud-native เต็มรูปแบบ) โดยบลูบิคมองว่า Replatform และ Refactor มีศักยภาพสูงสุดในการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ขั้นตอนที่สามคือการย้ายระบบอย่างมีแผนและควบคุมคุณภาพ โดยแนะนำให้ใช้แนวทางทยอยย้ายเป็นชุด (Wave-based Migration) เพื่อลดความเสี่ยงและบริหารผลกระทบต่อธุรกิจ พร้อมทั้งเตรียมแผนรับมือกรณีฉุกเฉินสำหรับระบบที่ต้องให้บริการอย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนที่สี่คือการติดตามผลและปรับแต่งระบบหลังย้ายขึ้นคลาวด์ เพราะ Cloud Migration ไม่ได้จบในวันที่ย้ายสำเร็จ องค์กรต้องดูแลด้านความปลอดภัย การสำรองข้อมูล การดูแลระบบ และการควบคุมต้นทุน (Cost Optimization) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คลาวด์สร้างคุณค่าทางธุรกิจได้จริงหลัง Go-live
และขั้นตอนสุดท้ายคือการบริหารโครงการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้บริหาร หน่วยธุรกิจ ทีม IT ไปจนถึงผู้ใช้งาน โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ซับซ้อน การมี Strategic PMO ที่เข้าใจทั้งกลยุทธ์ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสความสำเร็จได้อย่างมีนัยสำคัญ
นายพชรกล่าวทิ้งท้ายว่า ในขณะที่บางองค์กรยังลังเลว่าจะย้ายขึ้นคลาวด์เมื่อไร คู่แข่งอาจกำลังใช้คลาวด์สร้างบริการใหม่ และต่อยอด AI หรือ Data Analytics เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจไปแล้ว Cloud Migration จึงไม่ใช่แค่การย้ายระบบ แต่คือการย้ายองค์กรไปสู่ขีดความสามารถใหม่ในการแข่งขันอย่างยั่งยืน.


