การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการการเงินและอวกาศ พร้อมกับทำให้พนักงานหลายพันคนกลายเป็นเศรษฐี ต่อไปนี้คือ 5 บุคคลสำคัญที่เป็นข่าวดังในเวลาข้ามคืน
***Gwynne Shotwell – ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO)
กวินน์ ช็อตเวลล์ (Gwynne Shotwell) คือบุคคลสำคัญที่สุดที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ SpaceX ในครั้งนี้ จากการเป็นพนักงานคนที่ 11 ของบริษัท ซึ่งเข้าร่วมในปี 2002 และได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานตั้งแต่ปี 2008 ล่าสุด Gwynne เป็นผู้แทน SpaceX ในการตีระฆังเปิดตลาด Nasdaq ที่นิวยอร์ก ขณะที่อีลอน มักส์ (Elon Musk) ร่วมงานจากเท็กซัสผ่านระบบวิดีโอ
การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ทุบสถิติการทำ IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนโลก โดยบริษัทได้เสนอขายหุ้นสามัญจำนวน 555.56 ล้านหุ้น ที่ราคาคงที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ส่งผลให้สามารถระดมทุนไปได้สูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มขึ้นแตะ 8.57 หมื่นล้านดอลลาร์ในภายหลัง แซงหน้าบริษัท Saudi Aramco ลงอย่างราบคาบ
โดยในวันแรกของการซื้อขาย ราคาหุ้นพุ่งขึ้นปิดที่ราว 161 ดอลลาร์ ผลักดันให้ มูลค่าบริษัททะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่งผลให้ Elon Musk ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีล้านล้านดอลลาร์ (Trillionaire) คนแรกของโลก
สำหรับสาว Gwynne ศึกษาจบจาก Northwestern University สาขาวิศวกรรมเครื่องกล (ปริญญาตรี) และคณิตศาสตร์ประยุกต์ (ปริญญาโท) เธอสามารถบริหารพนักงานกว่า 22,000 คน และรับผิดชอบการดำเนินงานประจำวัน การดูแลลูกค้า และการปิดสัญญา
รายงานระบุว่า Gwynne ได้รับค่าตอบแทนรวมในปี 2025 สูงถึง 85.8 ล้านดอลลาร์ จากเงินเดือนพื้นฐาน 1.08 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือเป็นออปชั่นหุ้น เชื่อกันว่า Gwynne ถือหุ้นมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ หลัง IPO
Gwynne คนนี้คือผู้ที่เปลี่ยนวิสัยทัศน์ของ Elon Musk ให้เป็นจริงในทางปฏิบัติ โดยเป็นตัวแทนที่มั่นคงต่อลูกค้า ผู้มีส่วนได้เสีย และสาธารณชน
***Bret Johnsen – ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO)
เบร็ต จอห์นสัน (Bret Johnsen) เป็นหัวเรือใหญ่ทางการเงินที่นำ SpaceX ผ่านการเสนอขายหุ้นครั้งประวัติศาสตร์นี้ โดยเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่ร่วมอยู่ที่อาคาร Nasdaq กับ Gwynne Shotwell ในวันเปิดการซื้อขาย
บทบาทเด่นของ Bret อยู่ที่การเป็นผู้ประกาศให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้าง IPO และการจัดสรรหุ้นให้กับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
ในการสัมภาษณ์กับสื่อช่วงก่อน IPO มือหนึ่งอย่าง Bret เปิดใจว่า SpaceX ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนด้วย Starship ถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับ Falcon
ทั้ง Starship และ Falcon คือระบบจรวดขนส่งอวกาศที่พัฒนาโดย SpaceX เอง แต่ส่วนของ Falcon เป็นจรวดหลักในปัจจุบันที่ปฏิวัติวงการด้วยการนำท่อนแรกกลับมาลงจอดและใช้ซ้ำได้ ขณะที่ Starship เป็นระบบจรวดขนาดใหญ่ยักษ์รุ่นถัดไปที่ออกแบบมาให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ 100% ทั้งตัวจรวดท่อนบนและบูสเตอร์ท่อนล่าง ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับภารกิจส่งมนุษย์และสัมภาระจำนวนมหาศาลไปยังดวงจันทร์และดาวอังคาร
ดังนั้น คำพูดของ Bret Johnsen จึงสะท้อนว่าบริษัทมุ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการส่งน้ำหนักบรรทุก 1 กิโลกรัมขึ้นสู่อวกาศนั้น ถูกลงกว่าเดิมเมื่อเปลี่ยนมาใช้ Starship เพราะขนาดจรวดที่บรรทุกได้คราวละมากๆ ร่วมกับการประหยัดต้นทุนขั้นสุดจากการเติมเชื้อเพลิงและปล่อยจรวดลำเดิมซ้ำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจและการสำรวจอวกาศในราคาที่เอื้อมถึงได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน
Bret เป็นผู้ที่วางแผนใก้นักลงทุนรายย่อยได้รับส่วนแบ่งการจัดสรรหุ้นใหม่สูงสุดถึง 30% ซึ่งมากกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมที่อยู่ที่ 5-10% ถึง 3-6 เท่า พร้อมกับให้ข้อมูลว่า Starlink มีลูกค้าเกิน 10 ล้านรายใน 160 ประเทศ และ SpaceX ยิงดาวเทียมไปแล้วมากกว่า 10,000 ดวง
***ทีน่า (Tina Christina Li) – วิศวกรสาวเจ้าของฉายา Starship Queen
Tina Li เป็นวิศวกรสาวที่กลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียในช่วง IPO หลังจากปรากฏตัวในสารคดีครบรอบ 3 ปีของ Starship ที่หน้างานควบคุมภารกิจ เรียกว่าเป็นพนักงานแนวหน้าผู้ปฏิบัติงานจริงในโครงการ Starship
สาวฮอต Tina จบการศึกษาจาก Stanford University สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ระดับปริญญาตรี เธอเข้าร่วม SpaceX ในปี 2020 เริ่มต้นที่ฐาน Boca Chica ในยุคที่ Starship ยังเป็นเพียงต้นแบบสแตนเลส
รายงานระบุว่าในเที่ยวบินแรก (Flight 1) ตัว Tina ทำหน้าที่เป็น “stage software operator" และตั้งแต่เที่ยวบินที่ 2 เป็นต้นมา ก็ทำหน้าที่เป็น "Raptor flight operator" ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้ควบคุมเครื่องยนต์หลายคนที่คอยตรวจสอบพารามิเตอร์เครื่องยนต์แบบเรียลไทม์
ล่าสุด Tina ปฏิเสธข่าวลือที่ว่าเธอมีอำนาจสั่งปล่อยตัวจรวด โดยชี้แจงว่าบทบาทของเธอคือการควบคุมเครื่องยนต์ ไม่ใช่ระบบ FTS (Flight Termination System)
และแม้จะไม่ได้เปิดเผยเกี่ยวกับเงิน แต่ตามรายงานสื่อ Tina จัดอยู่ในกลุ่มพนักงานที่อาจกลายเป็นเศรษฐีจากการ IPO ครั้งนี้
***Tom Mueller อดีตพนักงานคนแรกของ SpaceX
ทอม มุลเลอร์ (Tom Mueller) มีภาพเป็นอดีตพนักงานหมายเลข 1 ของ SpaceX และเป็นผู้สร้างเครื่องยนต์ Merlin ที่ใช้ใน Falcon 9 รวมถึง Raptor ที่ใช้ใน Starship ปัจจุบัน Tom ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Impulse Space ซึ่งมีมูลค่า 4.26 พันล้านดอลลาร์
Tom เล่าถึงการเข้าร่วม SpaceX ในปี 2002 หลังจากย้ายมาจาก TRW ซึ่งเป็นบริษัทอวกาศขนาดใหญ่ ว่าการได้ออกจากระบบราชการมาทำงานในสตาร์ทอัปที่ "เคลื่อนไหวเร็ว" เป็นเรื่อง "สดชื่นและสนุก" แม้จะยากลำบาก
บางรายงานระบุว่า ปฏิกิริยาแรกที่ Tom พูดออกมาเมื่อรู้ว่า SpaceX จะเข้าตลาดหลักทรัพย์คือ "ในที่สุด" (Finally) อย่างไรก็ตาม Tom คาดการณ์ว่าหุ้นอาจเผชิญ "หุบเขาแห่งความตาย" (valley of death) เมื่อความล่าช้าตามตารางเวลากลายเป็นปัญหาสาธารณะ แต่เชื่อว่าจะฟื้นตัวได้
Tom ยังยืนยันว่า Elon Musk เคยบอกพนักงานเสมอว่า "เงินเดือนเป็นสิ่งหนึ่ง แต่ออปชั่นหุ้นนั่นแหละที่จะมีค่า" และวันนี้คำพูดนั้นกลายเป็นจริง คาดการณ์ว่ามีพนักงานกว่า 4,400 คนจะกลายเป็นเศรษฐีจากการ IPO นี้
***พนักงาน SpaceX อีก 4,400 คน – กลุ่มเศรษฐีใหม่จาก IPO
แม้ไม่ใช่รายบุคคล แต่กลุ่มพนักงานของ SpaceX ถือเป็นผู้เล่นสำคัญที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในสื่อ เพราะการ IPO ครั้งนี้ทำให้ทุกคนกลายเป็นเศรษฐีจำนวนมาก
ที่ผ่านมา SpaceX มีนโยบายจ่ายเงินเดือนไม่สูง แต่ชดเชยด้วยหุ้นจำนวนมาก ตั้งแต่ วิศวกรไปจนถึงช่างเชื่อม บางรายงานเชื่อว่าไม่เพียงพนักงานปัจจุบันและอดีตมากกว่า 4,400 คน ที่จะมีทรัพย์สินเกิน 1 ล้านดอลลาร์ แต่ประมาณ 400 คน จะมีมูลค่าทรัพย์สินเกิน 100 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ยังมีพนักงานบางคนถือหุ้นมาตั้งแต่ราคา 13.80 ดอลลาร์ต่อหุ้นเมื่อปี 2012 ด้วย
สำหรับโมเดลเงินเดือนต่ำ + หุ้นสูง นี้กำลังกลายเป็นเทรนด์ในหมู่บริษัทเทคโนโลยีที่กำลังจะ IPO อย่าง OpenAI และ Anthropic เชื่อว่าจะสร้างตำนานให้กับบุคลากรอีกหลายร้อยคนแน่นอน.


