xs
xsm
sm
md
lg

เอไอเอ เผยกลยุทธ์ปั้น AIA+ ซูเปอร์แอปประกันสู่แพลตฟอร์มเฮลท์เทค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอไอเอ ประเทศไทย (AIA Thailand) เผยกลยุทธ์ปั้นแอปพลิเคชัน “เอไอเอ พลัส (AIA+)” จากซูเปอร์แอปด้านประกันภัย สู่การเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านเฮลท์เทค ทลายขีดจำกัดภาพจำแอปพลิเคชันเพื่อทำธุรกรรมหรือเช็กกรมธรรม์เพียงอย่างเดียว

ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผยว่า AIA มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ โดยควบรวมแอปพลิเคชันบริการลูกค้าเดิมอย่าง iService และแอปสุขภาพ AIA Vitality เข้าด้วยกันจนเกิดเป็น AIA+ ทำให้ลูกค้าสามารถจัดการเรื่องประกันและเรื่องสุขภาพได้ในแอปเดียว ด้วย Username และ Password เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเช็กความคุ้มครอง การทำเคลมออนไลน์ การดูยอดลดหย่อนภาษี หรือการสะสมแต้มสุขภาพ ปัจจุบันแอปพลิเคชันของ AIA มีผู้ใช้งานรวมกันสูงถึงประมาณ 5 ล้านคน

"แอปนี้ครอบคลุมมิติสุขภาพที่กว้างขวางมาก ตั้งแต่การป้องกันเบื้องต้น เช่น การใช้ AI สแกนใบหน้าเพื่อวัดความเครียด ความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจ ไปจนถึงการรับมือกับโรคร้ายแรงผ่านบริการที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถขอความเห็นที่สอง จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นได้ รวมถึงการค้นหาโรงพยาบาลผ่านเครือข่ายของ AIA"

 ดร. คริสเตียน โรแลนด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และดิจิทัล เอไอเอ ประเทศไทย
กลยุทธ์ปั้นแอปพลิเคชัน AIA+ ถือเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมได้ดี เนื่องจากโดยปกติแอปพลิเคชันประกันภัยมักจะถูกเปิดใช้เมื่อเกิดเหตุร้ายหรือปีละครั้ง แต่กลยุทธ์ของ AIA คือการทำให้แอปกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ใช้เข้าแอป AIA+ เฉลี่ยถึง 4 ครั้งต่อเดือน และสำหรับกลุ่มลูกค้า Vitality ที่ชอบดูแลสุขภาพ มีการเข้าใช้งานทะลุ 10 ครั้งต่อเดือน

นอกจากนี้ AIA ยังมีการศึกษาและหาแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีในประเทศจีน เช่น แอปพลิเคชันระดับ Super App ของจีน เพื่อนำมาพัฒนาการสร้าง Engagement รายวันให้สูงขึ้นไปอีก

นายวีรชัย ชูสกุลพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนการพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์ เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า AIA ยังใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นการใช้งานแอปผ่านการปรับปรุงหน้าตาแอป (UI) ให้ทันสมัย ขณะเดียวกันก็นำเสนอ "ภารกิจสุขภาพ" ที่ผู้ใช้จะได้คะแนนเมื่อทำสำเร็จ เช่น เดินครบ 7,500 ก้าว หรือนอนครบ 7 ชั่วโมง โดยเชื่อมต่อข้อมูลผ่านสมาร์ทวอทช์ ทั้ง Garmin, Apple Watch ผู้ใช้ก็จะได้คะแนนสะสม รวมถึงการให้คะแนนพิเศษเมื่อลูกค้าสมัครจ่ายเบี้ยประกันผ่านบัตรเครดิตอัตโนมัติ ซึ่งคะแนนเหล่านี้สามารถนำไปแลกของรางวัลหรือสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ ทำให้ยอดการใช้งานแอปพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


"นอกเหนือจาก AIA+ ที่เน้นให้บริการลูกค้าองค์กรแล้ว กลยุทธ์สำคัญอีกขาหนึ่งคือแอปพลิเคชัน ALive ที่เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้งานได้แม้จะยังไม่ได้ซื้อประกันของ AIA ก็ตาม แอปนี้เน้นดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 3 ด้าน คือ สุขภาพกาย สุขภาพการเงิน และสุขภาพใจ ผ่านรูปแบบการเล่นเกมหรือ Gamification โดยมีฟีเจอร์ที่เข้าถึงง่าย เช่น การฝึกหายใจ รวมถึงการดูดวง เพื่อช่วยดูแลสุขภาพใจในชีวิตประจำวัน"

***โยงเทคโนโลยี จับคู่ความยั่งยืน

วีรชัยย้ำว่า AIA ยังใช้แอปพลิเคชันขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านแคมเปญ AIA+ Green โดยเชิญชวนให้ลูกค้ายกเลิกการรับเอกสารและจดหมายแบบกระดาษ แล้วเปลี่ยนมาใช้ e-Document ผ่านแอปพลิเคชันแทน ซึ่งตลอด 2 ปีมีผู้เข้าร่วมกว่า 150,000 กรมธรรม์ และ AIA ได้นำงบประมาณที่ประหยัดได้ไปต่อยอดปลูกต้นไม้คืนสู่สังคมไทยได้แล้วกว่า 20,000 ต้น

"เป้าหมายสูงสุดของกลยุทธ์ด้านแอปพลิเคชันเหล่านี้ คือการเป็นเพื่อนคู่คิด ที่เชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทย เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ Healthier, Longer, Better Lives หรือสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน"

วีรชัย ชูสกุลพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนการพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์ เอไอเอ ประเทศไทย
ในส่วน AIA นั้นดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 88 ปี โดย AIA Group มีการดำเนินงานใน 18 ประเทศ ซึ่งโมเดลแอปพลิเคชันให้บริการของไทย (AIA+) ที่มีจำนวนผู้ใช้งานที่แอคทีฟ (Active Users) ประมาณ 30% จากยอดผู้ใช้งานทั้งหมด 5 ล้านคน นั้นมีโอกาสถูกนำไปใช้ในอีก 10 ตลาดทั่วเอเชีย สำหรับในประเทศจีน ผู้บริหารชี้ว่ามีการใช้งานแอปพลิเคชันบ่อยกว่าปกติถึง 50-100 เท่า ซึ่ง AIA กำลังศึกษาเป็นกรณีศึกษาเพื่อเพิ่มยอดการใช้งาน

ปัจจุบัน AIA สัดส่วนยอดขายหลักมาจากช่องทางตัวแทนขายสูงถึง 70-80% ขณะที่ยอดขายจากช่องทางธนาคารคิดเป็นเกือบ 20% และยอดขายจากช่องทางออนไลน์มีเพียงประมาณ 1% เบื้องต้น AIA เผยว่าเตรียมงบประมาณการลงทุนในส่วนของดิจิทัลและ AI ไว้ที่ 10% ของงบการตลาดทั้งปี.