xs
xsm
sm
md
lg

บอร์ดไม่ครบ! 'กสทช.' เลื่อนเคาะแผนทีวีดิจิทัล จับตา 19 มิ.ย.69 ชี้อนาคตจอแก้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



'กสทช.' เลื่อนเคาะแผนแม่บททีวีดิจิทัลหลังบอร์ดไม่ครบ นัดถกใหม่ 19 มิ.ย.69 จับตาวันชี้ทิศอนาคตจอแก้ว พ่วงเส้นตายรับข้อมูลตรวจคุณสมบัติ ประธาน กสทช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.69 ยังไม่สามารถพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2569-2573 และโรดแมปกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลฉบับใหม่ได้ เนื่องจากมีกรรมการ กสทช. ลาประชุม 2 ราย ได้แก่ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการ กสทช. ด้านกฎหมาย ซึ่งติดภารกิจในต่างประเทศ ส่งผลให้องค์ประกอบของที่ประชุมไม่ครบถ้วน และทำให้วาระที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล รวมถึงอุตสาหกรรมสื่อจับตา ต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปอีกครั้ง

ทีวีดิจิทัลรอชี้ทิศหลังปี 72

วาระดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญต่ออนาคตอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับทิศทางของกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน หลังใบอนุญาตทีวีดิจิทัลชุดปัจจุบันจะทยอยสิ้นสุดลงในปี 2572 ดังนั้น แผนแม่บทและโรดแมปฉบับใหม่จึงจะเป็นกรอบนโยบายหลักในการกำหนดแนวทางเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมในช่วงหลายปีข้างหน้า ทั้งด้านการกำกับดูแล การจัดสรรคลื่นความถี่ และทิศทางการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการหลังสิ้นสุดใบอนุญาตเดิม

ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วาระดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญและควรได้รับความเห็นจากกรรมการ กสทช. ครบทั้ง 7 คน จึงจำเป็นต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน โดยจะนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 มิ.ย.69

ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า ประธาน กสทช. ได้แจ้งต่อที่ประชุมแล้วว่า จะบรรจุร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 รวมถึงโรดแมปทีวีดิจิทัล เป็นวาระพิจารณาลำดับแรกของการประชุมครั้งถัดไป โดยจะเริ่มจากการพิจารณาร่างแผนแม่บทก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่การพิจารณาโรดแมปทีวีดิจิทัลตามลำดับ

ทั้งนี้ หากการประชุมวันที่ 19 มิ.ย.69 สามารถเดินหน้าได้อย่างราบรื่น ที่ประชุม กสทช. มีโอกาสสรุปทิศทางและได้ข้อยุติภายในสิ้นเดือน มิ.ย.69 ซึ่งสอดคล้องกับกรอบเวลาที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมต้องการความชัดเจนล่วงหน้าก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นสุดลงในปี 2572

สรรหาขอข้อมูลเพิ่มก่อนชี้ขาด

นอกจากประเด็นอนาคตทีวีดิจิทัลแล้ว อีกวาระที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด คือ กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ในฐานะประธาน กสทช. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา กสทช.

ล่าสุด คณะกรรมการสรรหาได้ออกประกาศเปิดรับข้อมูล ข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากทุกภาคส่วน จนถึงวันที่ 19 มิ.ย.69 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา หลังพบว่ายังมีข้อมูลสำคัญหลายส่วนที่ยังไม่สามารถรวบรวมได้ครบถ้วนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังคณะกรรมการสรรหาได้รับความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกา และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่ โดยยึดหลักตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทุกด้านอย่างรอบด้านก่อนมีคำวินิจฉัย

แหล่งข่าวระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการหารือคือ ข้อมูลที่มีอยู่เพียงพอต่อการพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วหรือไม่ เนื่องจากเอกสารจากหลายหน่วยงานยังไม่สามารถนำเข้าสู่สำนวนได้อย่างครบถ้วน

หน่วยงานที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ ศ.คลินิก นพ.สรณ โดยคณะกรรมการสรรหาได้ขอข้อมูลหลายรายการ ทั้งรายละเอียดการปฏิบัติงาน สัญญาจ้าง ค่าตอบแทน เอกสารภาษี หลักฐานการปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์ รวมถึงกฎ ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้คณะกรรมการสรรหาระบุว่ายังไม่ได้รับข้อมูลตอบกลับอย่างครบถ้วน ส่งผลให้ข้อเท็จจริงบางส่วนยังไม่สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้

ส่วนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งถูกอ้างว่าเคยนำเสนอข้อมูลบางส่วนต่อที่ประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังไม่ได้ส่งเอกสารชี้แจงกลับมายังคณะกรรมการสรรหา ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ชี้แจงว่า ไม่มีเอกสารต้นฉบับที่เกี่ยวข้องอยู่ในความครอบครอง

ด้านสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งได้รับการร้องขอให้ส่งรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภาชุดก่อน แจ้งว่าไม่สามารถเปิดเผยเอกสารดังกล่าวได้ เนื่องจากยังเป็นเอกสารภายในที่ยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น กรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต่างแจ้งข้อจำกัดทางกฎหมายในการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สำนักงานประกันสังคมเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สามารถตอบข้อซักถามได้ โดยระบุว่าไม่พบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ในช่วงเวลาที่คณะกรรมการสรรหาร้องขอให้ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงทั้งหมดที่คณะกรรมการสรรหาต้องรวบรวมประกอบการพิจารณา

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการสรรหายังได้เชิญผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ ศ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ ศ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เข้าชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม แต่ทั้งสองรายไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ โดยแจ้งเหตุผลเรื่องภารกิจและการจัดเตรียมหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า แม้กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. จะดำเนินต่อเนื่องมาหลายเดือน แต่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเข้าถึงข้อมูลจากหลายหน่วยงานสำคัญ ทำให้คณะกรรมการสรรหาต้องเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมจากทุกภาคส่วนอีกครั้ง ก่อนสรุปข้อเท็จจริงและเดินหน้าพิจารณาตามขั้นตอน

ด้วยเหตุนี้ วันที่ 19 มิ.ย.69 จึงเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของวงการสื่อสารไทย ทั้งในมิติการพิจารณาอนาคตทีวีดิจิทัลหลังปี 2572 ผ่านร่างแผนแม่บทและโรดแมปฉบับใหม่ และในมิติการสิ้นสุดกรอบรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. ซึ่งทั้งสองประเด็นล้วนมีผลต่อทิศทางการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของประเทศ และยังเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจ ภาครัฐ ผู้ประกอบการสื่อ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมจับตาอย่างใกล้ชิด