ทำไมราคามันต่างกันเพียงนี้? สำหรับ OKMD AI Playground พื้นที่ลองเล่นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกมองว่าคล้ายกับโปรเจค TH-AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาทในหลายมุม แต่ใช้งบพัฒนาราคา 2.4 ล้านบาทเท่านั้น
OKMD AI Playground นั้นเป็นแพลตฟอร์ม AI ของ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี มีภารกิจสร้าง “สังคมแห่งการเรียนรู้” และระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย โดย AI Playground นั้นเป็น 1 ใน 3 แพลตฟอร์มหลักที่ OKMD เปิดตัวควบคู่กับ OKMD Knowledge Portal และ OKMD Corporate เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง AI และคลังความรู้ได้ฟรี ผ่านการสมัครเป็น e-member หรือสมาชิก TK Park ซึ่งสมัครออนไลน์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
การเปิด OKMD AI Playground ให้ประชาชนเข้ามาทดลองใช้เทคโนโลยีระดับโลกได้ฟรี นั้นเกิดในจังหวะที่ทั้งประเทศกำลังถกเถียงเรื่องงบประมาณและความคุ้มค่าของโครงการ TH-AI Passport หรือโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งเดินหน้าโครงการมูลค่า 1,621 ล้านบาท เพื่อแจกสิทธิ์ใช้งานปัญญาประดิษฐ์แบบพิเศษหรือ AI Premium ให้คนไทย 5 ล้านคน เป็นเวลา 1 ปี
5 ประเด็นเด่น ๆ ที่รัฐบาลชูขึ้นมาสำหรับโครงการ TH-AI Passport คือ 1. ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้สิทธิ์ใช้งานโมเดล AI ชั้นนำโลกเกิน 10 แบรนด์ ทั้ง ChatGPT Plus, Claude Pro, Gemini Advanced, Grok, Typhoon ฯลฯ ผ่าน "แพลตฟอร์มกลาง" ที่เดียว 2. ราคาเฉลี่ยอาจอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 30 บาท/คน/เดือน เชื่อว่าจะถูกกว่าราคาปกติที่ชาวไทยบางรายต้องชำระทุกเดือน 3. แพลตฟอร์มจะเน้นการเรียนรู้ จะมีคอร์สฝึกทักษะการใส่คำสั่งหรือ Prompting ผู้เรียนจะได้รับใบรับรอง 4. กำหนดการเปิดลงทะเบียนคือภายในเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าจะเริ่มโปรโมทเต็มรูปแบบในเร็ววันนี้ และ 5. มีการเตรียม "เฟส 2" ของโครงการด้วยงบอีก 900 ล้านบาท ในปี 2570 เพื่อรองรับผู้ร่วมโครงการอีก 5 ล้านคน
*** OKMD AI Playground พิมพ์คำสั่งครั้งเดียว แต่ดูคำตอบจากหลายโมเดล AI พร้อมกัน
OKMD AI Playground นั้นถูกนำมาเทียบกับ TH-AI Passport เพราะ OKMD AI Playground เป็นแพลตฟอร์ม AI Aggregator ที่ให้คนไทยเข้าไปใช้ AI ชั้นนำหลายค่ายได้ในที่เดียว และใช้ได้ฟรี เมื่อสมัครเป็นสมาชิก TK Park หรือ OKMD e-member ซึ่งต่างจากภาพจำระบบราชการที่มักซับซ้อน เพราะ OKMD ทำให้การเข้าถึง AI กลายเป็นเรื่องง่าย เพียงมีอีเมล และสมัครสมาชิกไม่กี่นาที ก็ล็อกอินใช้ได้เลย ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ทั้งคอมและมือถือที่ playground.okmd.or.th
หัวใจของ OKMD AI Playground คือแนวคิด “AI Aggregator Platform” หรือศูนย์รวมโมเดลปัญญาประดิษฐ์จากหลายค่ายมาไว้ในอินเทอร์เฟซเดียว ผู้ใช้ไม่ต้องสมัครทีละแพลตฟอร์ม ไม่ต้องจำรหัสผ่านหลายชุด และไม่ต้องสลับแท็บไปมาระหว่าง ChatGPT, Gemini หรือ Claude อีกต่อไป
บนหน้าเดียว ผู้ใช้สามารถเรียกใช้ Gemini, OpenAI (ChatGPT / GPT), Claude, DeepSeek, Meta AI, Perplexity และโมเดลอื่นๆ ที่ OKMD คัดเลือกมา รวมแล้วประมาณ 10 โมเดล ซึ่งมากกว่าจำนวนโมเดลขั้นต่ำใน TOR ของโครงการ TH-AI Passport ที่เคยระบุไว้ 8 โมเดลเสียอีก
สิ่งที่โดดเด่นและถูกจริตคนที่อยากได้คำตอบที่ดีที่สุด คือฟีเจอร์ Compare & Contrast ที่ให้ผู้ใช้ พิมพ์คำสั่งครั้งเดียว แต่ดูคำตอบจากหลายโมเดลพร้อมกัน บนหน้าจอเดียว
นักเรียนอาจถามให้ช่วยสรุปเนื้อหาประวัติศาสตร์ ร.5 แล้วเปรียบเทียบว่า Gemini กับ GPT ใครเล่าเรื่องอ่านง่ายกว่า หรือนักข่าวอาจลองให้ Claude กับ DeepSeek ช่วยวิเคราะห์เทรนด์เศรษฐกิจ แล้วดูว่าใครให้ตัวเลขและมุมมองลึกกว่ากัน ขณะที่นักธุรกิจสามารถยิงคำสั่งเดียวเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาด แล้วดูว่า AI ต่างค่ายเสนอไอเดียอะไรบ้าง เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ฟีเจอร์นี้จะพลิกบทบาทคนไทยจาก “ผู้รับคำตอบจาก AI ตัวเดียว” มาเป็น “ผู้เปรียบเทียบคุณภาพ AI ข้ามแพลตฟอร์ม” ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกที่ AI ไม่ได้มีแค่ค่ายเดียว และคำตอบไม่ได้ถูกเสมอไป
แม้จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่เบื้องหลัง OKMD AI Playground มีการวางระบบโควตาการใช้งานรายวัน (Daily Quota) แยกตามแต่ละโมเดล พร้อมแสดงผลแบบ Real-time ให้ผู้ใช้เห็นว่าตัวเองใช้ไปเท่าไรแล้วในวันนั้น
จากข้อมูลที่มีรายงาน พบว่า OKMD จัดสรรงบค่าโทเคน AI อย่างน้อยประมาณ 500,000 บาท สำหรับการใช้งานบนแพลตฟอร์ม พร้อมกำหนดกรอบเวลาใช้โทเคนให้หมด และมีการตั้งโควตาต่อวันต่อโมเดล เพื่อป้องกันการใช้เกินงบหรือใช้งานผิดวัตถุประสงค์ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นการออกแบบเชิงเศรษฐศาสตร์ดิจิทัล คือเปิดให้คนทั้งประเทศใช้ได้ แต่ควบคุมปริมาณการใช้แบบมีเพดานและตรวจสอบได้
อีกจุดที่น่าสนใจในมุมเทคนิคและนโยบาย คือ แนวทางยืนยันตัวตน แพลตฟอร์มนี้เลือกใช้ บัญชีสมาชิก TK Park / OKMD e-member เป็นกุญแจหลักในการล็อกอิน ขณะเดียวกันก็มีการเชื่อมกับ ThaiD หรือระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของรัฐ เหมือนที่ TH-AI Passport กำหนด ซึ่งการเชื่อมบัญชีนี้จะสามารถใช้เป็นฐานเปรียบเทียบเชิงเทคนิคได้ ว่าแพลตฟอร์มทดสอบที่ใช้จริงได้แล้วในปัจจุบัน สามารถรองรับข้อกำหนดด้านการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงและการบริหารผู้ใช้ในระดับโครงการขนาดใหญ่ได้แค่ไหน
ในมุมผู้ใช้ทั่วไป OKMD พยายามทำให้ AI ไม่ใช่เครื่องมือของคน IT เท่านั้น แต่เป็นของทุกคน ด้วยการเชื่อม OKMD AI Playground เข้ากับภารกิจด้านระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Ecosystem) ขององค์กร โดยเปิดตัวพร้อมกันถึง 3 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่ OKMD AI Playground – สนามทดลอง AI สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม เน้นใช้ได้จริง ใช้ได้ฟรี, OKMD Knowledge Portal – พอร์ทัลคลังความรู้คุณภาพ ที่รวบรวมคอนเทนต์ความรู้จากหลายแหล่งอย่างเป็นระบบ และ OKMD Corporate – แพลตฟอร์มเพื่อยกระดับบุคลากรและองค์กรไทย เน้น Skill-up ด้วยการประยุกต์ใช้ความรู้และ AI ในงานจริง
กลยุทธ์นี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้ถูกมองแยกขาดจากเนื้อหาและทักษะ แต่ถูกผูกไว้กับคอนเทนต์การเรียนรู้และหลักสูตรพัฒนาทักษะของคนทำงาน เพื่อให้ AI กลายเป็นเครื่องมือประจำวันของทั้งนักเรียน ครู พนักงานเอกชน และเจ้าหน้าที่รัฐ
สำหรับวิธีใช้งาน ภาพรวมถูกออกแบบให้ไม่ต่างจากเว็บแชตที่คุ้นเคย แต่มีลูกเล่นเสริมสำหรับการเรียนรู้และทดลอง ซึ่งผู้ใช้สามารถพิมพ์คำถาม/คำสั่งภาษาไทยหรืออังกฤษให้ AI ช่วยสรุปเอกสาร แปลภาษา สร้างสคริปต์วิดีโอ เขียนอีเมล หรือออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
ผู้ใช้ OKMD AI Playground สามารถเลือกโมเดลที่ต้องการ เช่น หากเน้นคุยภาษาธรรมชาติ ก็สามารถเลือก GPT หรือ Claude / เน้นวิเคราะห์เชิงโค้ดและข้อมูล เลือก DeepSeek / เน้นค้นข้อมูลรอบด้าน เลือก Perplexity เป็นต้น
ผู้ใช้สามารถใช้โหมด Compare & Contrast เพื่อดูคำตอบจากหลายค่าย แล้วตัดสินด้วยตัวเองว่า “สไตล์ไหนโดนใจที่สุด” ขณะเดียวกันก็สามารถคอยติดตามดูโควตาใช้งานรายวันของแต่ละโมเดลก่อนสั่งงานต่อ เพื่อวางแผนการใช้ให้คุ้มที่สุดในแต่ละวัน
ที่สำคัญคือ ตัวระบบรองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ ลดกำแพงด้านภาษาให้คนที่ไม่ถนัดอังกฤษก็เข้าถึงศักยภาพของ AI รุ่นใหม่ได้
ทั้งหมดนี้ OKMD AI Playground ถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็นกรณีศึกษาเรื่องต้นทุน-ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม AI ภาครัฐที่ดี โดยเฉพาะเมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับโครงการ TH-AI Passport ซึ่งมีวงเงินรวมระดับ 1.621 พันล้านบาท ตาม TOR และข้อมูลที่คนตั้งคำถามในสังคม
ข้อมูลระบุว่า หากตัดต้นทุนค่า AI (โทเคน/โมเดล) ราว 1.5 พันล้านบาทออกไป โครงสร้างต้นทุนระบบ TH-AI Passport ยังเหลือค่าระบบลงทะเบียนและควบคุมการเข้าถึงราว 10 ล้านบาท, ระบบบริหารความเสี่ยงด้านข้อมูล 32 ล้านบาท, ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและรายงาน 19 ล้านบาท และระบบการเรียนรู้และจัดการเนื้อหา (E-Learning) 18 ล้านบาท รวมแล้ว เฉพาะระบบพื้นฐาน (ซึ่งไม่รวม AI และ E-Learning) คิดเป็นเงินเบาๆ ราว 61 ล้านบาท
ในอีกฝั่งหนึ่ง OKMD AI Playground ซึ่งใช้ได้จริงแล้ว มีฟังก์ชันใกล้เคียง TOR หลายส่วน ทั้งด้านรวมโมเดล AI หลายค่าย, ระบบลงทะเบียน, ระบบควบคุมโควตาและสิทธิ์ใช้งาน, ระบบรายงานการใช้ และมีการจัดสรรงบค่าโทเคนประมาณ 500,000 บาท สำหรับช่วงทดลอง
เมื่อเปรียบเทียบเชิงภาพรวม ระบบ OKMD AI Playground ที่ใช้งบประมาณระดับ 2.4 ล้านบาท + ค่าโทเคน 500,000 บาท แต่ตอบโจทย์ TOR ได้ใกล้เคียง นั้นมีต้นทุนที่ต่างกันกับโครงการที่มีงบระบบพื้นฐานกว่า 161 ล้านบาท (ไม่นับค่า AI) คำถามด้านความคุ้มค่าและโครงสร้างราคาจึงเกิดขึ้น และมีการเรียกร้องให้หน่วยงานด้านการคลังและตรวจสอบ เช่น กรมบัญชีกลาง คณะกรรมาธิการงบประมาณ และหน่วยงานปราบปรามทุจริต เข้ามาตรวจสอบเปรียบเทียบราคากลาง
หากมองในมุมเศรษฐกิจและสังคม “OKMD AI Playground” ก็กำลังทดลองโมเดลใหม่ของรัฐในบทบาท Platform Provider ที่เปิดให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลกโดยไม่ต้องมีบัตรเครดิต ไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายรายโทเคนเอง
สำหรับ นักเรียน–นักศึกษา แพลตฟอร์มนี้กลายเป็น “ติวเตอร์ AI” ที่ช่วยสรุปบทเรียน ทำแบบฝึกหัด หรือแนะนำไอเดียโปรเจกต์ได้ และสำหรับ ครู–อาจารย์ แพลตฟอร์มสามารถกลายร่างเป็นผู้ช่วยออกแบบแผนการสอน ทำใบงาน หรือออกข้อสอบ
และสำหรับ SMEs และฟรีแลนซ์ แพลตฟอร์มนี้คือที่ปรึกษาด้านการตลาด คอนเทนต์ และเอกสารธุรกิจ ที่เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับ ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ แพลตฟอร์มนี้คือ “สนามทดลอง” ก่อนออกแบบโครงการ AI ขนาดใหญ่ ว่าเทคโนโลยีไหนตอบโจทย์งานจริงที่สุด
จุดแข็งที่สำคัญคือ การที่ระบบเปิดให้ใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก TK Park/OKMD e-member ทำให้ AI กลายเป็น “สวัสดิการทางปัญญา” รูปแบบใหม่ ขยายจากหนังสือในห้องสมุด ไปสู่โมเดล AI บนคลาวด์ ขณะเดียวกัน OKMD AI Playground อาจกลายเป็นทั้งสนามทดลองเชิงเทคนิค (technical sandbox) และสนามทดลองเชิงนโยบาย (policy sandbox) ของรัฐไทยในยุค AI เพื่อทดสอบว่าโมเดลใดทำงานดีในภาษาไทย และการออกแบบโควตาใช้งานแบบไหน ที่เหมาะกับพฤติกรรมคนไทย
นอกจากนี้ รัฐจะสามารถรู้ข้อมูลว่าระบบไหนรองรับผู้ใช้จำนวนมากในชั่วโมงเร่งด่วนได้ด้วย
สำหรับเชิงนโยบาย OKMD AI Playground จะทำให้รัฐทราบข้อมูลและได้ทดลองว่าหาก "รัฐซื้อโทเคน AI แล้วแจกให้ประชาชนใช้” นั้นคุ้มค่าแค่ไหน, มีกลไกป้องกันการใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างไร และควรออกระเบียบด้านข้อมูลและความเป็นส่วนตัวแบบใดในอนาคต
OKMD AI Playground จึงเป็นคู่เทียบ TH-AI Passport 1,600 ล้านบาท ที่คนไทยอยากเปิดวาร์ปตามไปดู ว่าทำไมจึงพัฒนาแพลตฟอร์มได้ในงบ 2.4 ล้านบาทเท่านั้น.


