จากการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของ AI โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนทำให้หลายองค์กรทั่วโลกเริ่มมีการปรับตัว ทั้งในแง่ของการลงทุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้รองรับการใช้งานของ AI ไปจนถึงแนวโน้มการลดจำนวนพนักงานลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสายงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี
กลับกันในมุมของผู้บริโภคทั่วไป AI เริ่มเข้ามาใกล้ตัวผู้ใช้งานเทคโนโลยีมากขึ้น ผ่านการใช้งานสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ ที่ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงประสบการณ์ใช้งาน AI รวมไปถึงในโลกอนาคตอย่าง AI Agent ซึ่งเป็น ผู้ช่วย AI ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานเฉพาะด้านมากขึ้น
แล้วในอนาคตทักษะอะไรที่จำเป็น และมนุษย์ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เรียนรู้จะก้าวเข้าสู่ยุคของการใช้งาน AI อย่างเต็มรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่ทักษะพื้นฐานในการค้นหาข้อมูล (Search) ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบไป จากเดิมที่ทุกคนใช้เพียง คำค้น (Keyword) มาเป็นการถามผ่านประโยคที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น
ร็อบบี้ สไตน์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ Google Search ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดระยะเวลาที่ยาวนานที่ผ่านมา คีย์เวิร์ดคือวิธีหลักที่ผู้คนใช้ในการค้นหาข้อมูล แต่ตอนนี้ทุกคนสามารถเขียนคำถามที่ต้องการเป็นย่อหน้าเต็มๆ ให้บริบททั้งหมดแก่ AI ได้เลย
นอกจากนี้ ถ้าต้องการคำตอบที่แม่นยำขึ้น ผู้คนสามารถอัปโหลดไฟล์ รูปภาพ หรืออะไรก็ตาม เพื่อให้ AI เห็นในสิ่งที่คุณต้องการ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นคือควรให้ AI มีบริบทให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้มันเป็นประโยชน์มากที่สุด
ขณะเดียวกัน ความสามารถของ AI ที่ถูกพัฒนาเข้ามาไว้ใน Google Search ยังรวมถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้น อย่างการที่ผู้ใช้สามารถ สั่งให้เพิ่มสิ่งนี้ลงในปฏิทินด้วยประโยคสนทนา เหมือนคุยกับเพื่อนได้เลย รวมไปถึงชุดคำสั่งพิเศษที่ผู้คนต้องเรียนรู้เพิ่มเติม
อย่างเช่น เราสามารถพูดกับ Gemini ที่ทำงานบน Google Search ได้ว่า 'คอยอัปเดตฉันด้วยนะ' หรือ 'สร้างภาพจำลองข้อมูล’ ไปจนถึง 'สร้างรูปภาพที่มีภาพนี้พร้อมกับนาโนบานาน่าให้ฉันหน่อย' ก่อนต่อยอดไปถึง 'สร้างแอปเล็กๆ ที่ทำสิ่งนี้ให้ฉันหน่อย' หรือ 'สร้างเครื่องคิดเลขเพื่อให้ฉันเข้าใจการจำนองบ้านของฉันให้ที'
“ทุกสิ่งที่แนะนำนี้ ตอนนี้ Google Search สามารถทำอย่างนั้นได้แล้ว ดังนั้นคิดว่าผู้คนจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร และเริ่มนำมาใช้ใน Search เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้”
ทำไมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบน Google Search ถึงมีความสำคัญ และผู้บริโภคจำเป็นต้องพัฒนาทักษะ ในการค้นหาตามไปด้วย เนื่องมาจากปัจจุบัน ผู้คนมากกว่า 3 พันล้านคนบนโลกนี้ เข้าถึงเครื่องมือในการค้นหาข้อมูลอย่าง Search กันอยู่แล้ว
***AI ช่วยลดเวลาใช้จอ
สิ่งที่ตามมาหลังจากที่ AI มีความฉลาดขึ้นในการติดตามข้อมูลหลังการค้นหา ทำให้ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องคอยเปิดหน้าจอเพื่ออัปเดตข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเช่น ข้อมูลทางการเงิน การเดินทาง หรือข้อมูลอะไรที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่เปลี่ยนเป็นการเปิดทางให้ AI คอยแจ้งเตือนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตามที่ตั้งค่าไว้
“ทุกคนไม่จำเป็นต้องคอยรีเฟรชหน้าจอมือถือ หรือคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบข้อมูลในทุกๆ นาทีของทุกๆ วัน Google Search จะแจ้งให้ทราบเมื่อมีข้อมูลนั้น จากนั้นใครก็สามารถเจาะลึก และขุดค้นให้ลึกขึ้นเพื่ออ่านบทความ หรือเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ได้”
รูปแบบของการแสดงผลการค้นหาในอนาคตจะปรับตามสิ่งที่ผู้ใช้กำลังค้นหา เช่น ถ้ากำลังเลือกซื้อของ ระบบก็จะดึงภาพสินค้ามาให้ แต่ถ้าผู้ใช้กำลังค้นคว้าหาความรู้ ระบบก็จะดึงเว็บไซต์อ้างอิงและรายงานมาแสดงผล ประสบการณ์เหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นด้วย AI โดยอิงจากความต้องการเฉพาะหน้าของผู้ใช้
***เปลี่ยนรูปแบบการค้นหาข้อมูลด้วย Android XR
อีกทักษะที่มีโอกาสเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน AI ในอนาคต คือการสื่อสารกับ AI ผ่านเครื่องมืออย่าง Gemini Live ผ่านประสบการณ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นบนแว่นตาอัจฉริยะ (Intelligent Eyewear) บนระบบปฏิบัติการ Android XR
ด้วยความสามารถในการสื่อสารด้วยเสียง และการเข้าถึงสิ่งที่ผู้ใช้งานเห็น ทำให้ในอนาคต การสอบถามข้อมูลจาก Gemini Live จะเปลี่ยนรูปแบบไปอีกขั้น จากเดิมที่ใช้คำค้น ไปสู่การถามคำถามในสิ่งที่เห็นได้ทันที และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นจริงในช่วงปลายปีนี้เมื่อ แว่นตาที่กูเกิล ร่วมผลิตกับซัมซุง ออกสู่ตลาด
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ Gemini เก่งในเรื่องของการสื่อสารกับผู้ใช้งานคือ การที่กูเกิล ได้พัฒนาโมเดล AI แบบหลายภาษา (Multimodal) ตั้งแต่ต้น เพื่อที่จะเข้าถึงผู้คนจำนวนมากเท่าที่สามารถทำได้บนโลกใบนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาบริการของกูเกิล
ทำให้ไม่ว่าจะสื่อสารผ่านภาษาอังกฤษ หรือใช้ภาษาไทย ในการถาม-ตอบ กับ Gemini Live ก็จะได้คำตอบที่มีความแม่นยำ รวมถึงมีความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลตามมาตรฐานของกูเกิลอยู่แล้ว
ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อัลฟาเบท บริษัทแม่ของ กูเกิล ให้ข้อมูลทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยีจะมีความหมายต่อเมื่อสามารถแสดงออกมาในรูปแบบที่พัฒนาชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น กูเกิลต้องการทำให้มั่นใจว่า พวกเรากำลังขับเคลื่อนสิ่งนั้นไปข้างหน้าในแนวทางที่มีความรับผิดชอบ และกำลังเข้าถึงผู้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไป


