เอชพี ประเทศไทย ประกาศทิศทางครั้งสำคัญในงาน HP Elevate 2026 เปิดตัววิสัยทัศน์แบรนด์ใหม่ “HP, For Your Best Work” มุ่งเปลี่ยนศักยภาพของ AI สู่ผลลัพธ์ในการทำงานจริง ชูแนวคิด "One HP" ลดความซับซ้อนของเทคโนโลยี
พร้อมกันนี้ เอชพีเปิดเผยสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับภูมิทัศน์การทำงานในประเทศไทย 72% ของแรงงานไทย มีการนำ AI เข้ามาใช้ในเวิร์กโฟลว์การทำงานประจำวันแล้ว และ 90% ของผู้นำองค์กร กำลังพิจารณานำ AI Agents เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกดิจิทัล
นางสาววรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์ กรรมการผู้จัดการ เอชพี ประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรกำลังก้าวข้ามจากการทดลองใช้ AI สู่การนำไปใช้งานจริง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ทั้งในแง่ประสิทธิภาพและการตัดสินใจ เอชพีมุ่งส่งมอบประสบการณ์ทางดิจิทัลที่ง่ายขึ้น ผ่านระบบนิเวศ AI ที่ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น มั่นใจ และปลอดภัย
ภายใต้วิสัยทัศน์ HP, For Your Best Work เอชพีไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มฟีเจอร์ แต่โฟกัสที่การสร้างเวิร์กโฟลว์ที่ดียิ่งขึ้นผ่าน 3 แกนหลัก คือลดความซับซ้อนทางดิจิทัลและการรบกวน เพื่อให้ผู้ใช้โฟกัสงานสำคัญได้เต็มที่ นำ AI ลดภาระงานซ้ำซ้อน เพื่อให้มนุษย์มีเวลาทำงานที่สร้างคุณค่ามากขึ้น และสร้างการเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ รองรับการทำงานร่วมกันจากทุกที่
โดย One HP ที่ผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการเข้าด้วยกัน แบ่งโซลูชันตามกลุ่มเป้าหมาย อย่างในกลุ่มลูกค้าบุคคล จะเน้นบริการหลังการขายแบบครบวงจร เช่น HP Care Pack บริการ Onsite ทั่วประเทศ, คอลเซ็นเตอร์ 24/7 สำหรับสายเกมมิง และเครื่องพิมพ์สำรองระหว่างซ่อม
ขณะที่ ธุรกิจ SMBs นำโมเดลการสมัครสมาชิก เพื่อช่วยควบคุมและคาดการณ์ค่าใช้จ่าย ลดการลงทุนล่วงหน้า ยืดหยุ่นตามการเติบโต ส่วน องค์กรธุรกิจ (Enterprises) ใช้โซลูชันแบบครบวงจร (ฮาร์ดแวร์ + ซอฟต์แวร์ + บริการ) พร้อมเครื่องมือให้ฝ่ายไอทีบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยระบบจากส่วนกลางฃ
นอกจากนี้ ยังมีการนำ HP IQ แพลตฟอร์มอัจฉริยะส่วนกลางที่เชื่อมต่อ AI PC และอุปกรณ์ในที่ทำงานเข้าด้วยกัน ขับเคลื่อนผ่านการผสาน AI บนอุปกรณ์, เทคโนโลยี HP NearSense และ Workforce Experience Platform ช่วยให้ฝ่ายไอทีบริหารจัดการระบบได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบันเอชพี ประเทศไทย ยังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ในตลาดคอมพิวเตอร์เชิงพาณิชย์ (Commercial PC) ของไทยในไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2569 นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ “Made in Thailand” ทั้งในแง่ฐานการผลิต การส่งออก และการจ้างงานในประเทศ ครอบคลุมสายงานการผลิต โลจิสติกส์ และบริการทางเทคนิค เพื่อเป็นพันธมิตรระยะยาวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน


