xs
xsm
sm
md
lg

DuckDuckGo เป็ดสุดฮอต! หลังโลกเริ่มหนี AI ของ Google

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รู้จัก "ดั๊กดั๊กโก" (DuckDuckGo) หรือที่หลายคนเรียกว่า DDG หนึ่งในบริษัทที่กำลังกลายเป็นฮีโร่สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ต้องการค้นหาข้อมูลโดยไม่ถูกติดตาม ล่าสุด DDG กำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะหลังการปรับใหญ่ของกูเกิล (Google) ที่ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากหันหลังให้การค้นหาที่เริ่มถูกบังคับด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือ AI 

***จากไอเดียเล็ก สู่ผู้เล่นระดับโลก


กาเบรียล ไวน์เบิร์ก (Gabriel Weinberg) ชายผู้เคยผิดหวังกับการที่บริษัทบิ๊กเทคติดตามพฤติกรรมผู้ใช้ ก่อตั้ง DuckDuckGo ในปี 2008 ด้วยปรัชญาเรียบง่าย คือการค้นหาได้โดยไม่ถูกติดตาม ไม่เก็บประวัติการค้นหา ไม่ติดตาม IP Address และไม่สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้

ชื่อ DuckDuckGo มาจากเกมเด็กยอดนิยมของประเทศอังกฤษและอเมริกา “Duck, Duck, Goose” (เป็ด เป็ด ห่าน)
ข้อมูลล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2026 ดาวรุ่งอย่าง DuckDuckGo จัดการค้นหาเฉลี่ยกว่า 100 ล้านครั้งต่อวันทั่วโลก และครองส่วนแบ่งตลาดการค้นหาโลกประมาณ 0.7-0.8% แม้ตัวเลขจะยังไม่สูง แต่แนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องและความภักดีของผู้ใช้ทำให้หลายคนมองว่าเป็น “ผู้เล่นตัวจริง” ในตลาดความเป็นส่วนตัว

แต่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลัง Google I/O 2026 โดยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 เมื่อ Google ผลักดันฟีเจอร์ AI เข้าการค้นหาอย่างหนัก จนผู้ใช้จำนวนไม่น้อยรู้สึกอึดอัด DuckDuckGo จึงถูกมองว่ากลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง

DuckDuckGo รายงานว่าการติดตั้งแอปในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18.1% สัปดาห์ต่อสัปดาห์ พุ่งสูงสุดถึง 30.5% ในวันที่ 25 พฤษภาคม ส่วนบน iOS พุ่งสูงถึง 69.9%

นอกจากนี้ การเข้าชมหน้าเว็บ noai.duckduckgo.com ซึ่งปิดฟีเจอร์ AI ทั้งหมดก็เพิ่มขึ้นกว่า 22.7% ภายในสัปดาห์เดียว

Gabriel Weinberg ผู้ก่อตั้ง DuckDuckGo เคยอธิบายว่าชื่อ DDG ผุดขึ้นมาในความคิดในวันหนึ่งขณะที่เขากำลังคิดถึงเกม Duck, Duck, Goose ความชอบเสียงของชื่อนี้จึงนำมาใช้ ไม่ได้มีความหมายเชิงเปรียบเทียบแต่อย่างใด ไม่ได้หมายถึงการไล่จับ เป็นเพียงชื่อที่ฟังดูสนุก จำง่าย และน่ารัก
สำหรับคนไทยที่กังวลเรื่องความปลอดภัยข้อมูล โดยเฉพาะผู้ใช้แอปธนาคาร การช้อปปิ้งออนไลน์ และธุรกิจ SMEs การที่ DuckDuckGo ไม่เก็บข้อมูลใด ๆ เลย ถูกมองว่าตอบโจทย์ตรงจุด นอกจากนี้ DuckDuckGo ยังเป็นเครื่องมือค้นหาที่มีระบบนิเวศความเป็นส่วนตัวแบบครบวงจร โดย DuckDuckGo พัฒนาเกินกว่าการเป็น search engine เพราะมีความพร้อมเป็นแพลตฟอร์มความเป็นส่วนตัวแบบครบวงจร โดยเฉพาะเบราว์เซอร์ DuckDuckGo Browser ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์อิสระบนทุกแพลตฟอร์ม (iOS, Android, Windows, Mac) สามารถบล็อกตัวติดตามอัตโนมัติ ขณะเดียวกันก็ปลอดภัยเพราะบังคับใช้ HTTPS และมีระบบ App Lock

นอกจกนี้ยังมี Duck.ai ซึ่งเป็น AI แชทแบบส่วนตัวที่ไม่เก็บประวัติสนทนา ไม่นำข้อมูลไปฝึกโมเดล สามารถสลับใช้หลายโมเดล (Claude, GPT, Llama, Mistral) พร้อมฟีเจอร์อัพโหลดและแก้ไขภาพ

ผู้ใช้สามารถเลือกบริการ Privacy Pro (เสียค่าสมาชิกหรือ Subscription) ซึ่งจะรวม VPN, การลบข้อมูลส่วนตัวจาก data broker และประกันการโจรกรรมข้อมูล


ในภาพรวม บริษัทสร้างรายได้จากโฆษณาแบบ contextual หรือการแสดงตามคำค้นหา ไม่ใช่ตามพฤติกรรมผู้ใช้ และค่าสมาชิก ซึ่งทำให้มีกำไรต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2014

หากมองที่ประเทศไทย ซึ่งมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 50 ล้านคน และเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว ความตระหนักเรื่อง PDPA และการรั่วไหลของข้อมูลทำให้คนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และผู้ประกอบการหันมาสนใจเครื่องมือที่ปกป้องข้อมูลมากขึ้น ดังนั้น DuckDuckGo จึงมีโอกาสเติบโตในไทยค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่เบื่อโฆษณาแบบเฉพาะคนหรือ personalized แบบรู้ใจเกินไป หรือกังวลเรื่องข้อมูลถูกนำไปขายต่อ

และแม้จะยังมีข้อจำกัดเรื่องการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ แต่จุดเด่นเรื่องความโปร่งใสและความเป็นส่วนตัว ทำให้ DuckDuckGo ถูกยกย่องจากผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดในปี 2026.

หน้าเพจ noai.duckduckgo.com ปิดฟีเจอร์ AI ทั้งหมด มีการเข้าชมเพิ่มขึ้นกว่า 22.7% ภายในสัปดาห์เดียว