ไปรษณีย์ไทยไม่เล่นเกมเผาเงิน ดัน Postmart-EV-สินทรัพย์ ปั้นรายได้ใหม่ ยกระดับแพลตฟอร์มรัฐเชื่อมสินค้าไทย สู้ตลาดโลจิสติกส์เดือด
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ใช้โอกาสตรวจเยี่ยมบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) มอบโจทย์ใหญ่ให้ผู้บริหารว่า ไปรษณีย์ไทยต้องเร่งปรับบทบาทท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงในตลาดโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการตัดราคาของเอกชนที่ทำให้การแข่งด้วยราคาไม่ใช่ทางรอดขององค์กรอีกต่อไป
ดังนั้น ไปรษณีย์ไทยต้องขยับจากผู้ให้บริการขนส่งทั่วไป ไปเป็น 'พันธมิตรหลัก' ของหน่วยงานรัฐและเอกชนระดับประเทศ โดยเฉพาะงานอีเวนต์ งานจำหน่ายสินค้า และการกระจายสินค้าชุมชน พร้อมเร่งรวบรวมรายชื่อกิจกรรมของทุกกระทรวงและทุกกรม เพื่อจัดทำ MOU ให้ไปรษณีย์ไทยเข้าไปเป็นผู้ให้บริการหลักในระยะยาว แทนการขอความร่วมมือเป็นรายปี
"ไปรษณีย์ไทยควรใช้จุดแข็งด้านคุณภาพบริการ คะแนนความพึงพอใจ 98% ความน่าเชื่อถือ การส่งตรงเวลา สินค้าเสียหายน้อย และเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นแต้มต่อสำคัญในการสร้างรายได้ใหม่ เพราะเป็นคุณค่าที่คู่แข่งจำนวนมากยังเทียบได้ยาก" น.ส.แนนกล่าว
◉ ดัน Postmart รับสินค้าไทย
สำหรับ Thailand Postmart น.ส.แนนเห็นว่า ต้องยกระดับให้เป็นแพลตฟอร์มหลักของสินค้าไทย ทั้งสินค้า SME, OTOP, สินค้าชุมชน และสินค้า Made in Thailand โดยไม่จำกัดเฉพาะสินค้าเกษตร เพราะไปรษณีย์ไทยมีทั้งช่องทางออนไลน์ สาขาทั่วประเทศ และระบบจัดส่งที่เชื่อมสินค้าไทยกับผู้บริโภคได้ครบวงจร
ปัจจุบัน Thailand Postmart มียอดขายราว 700 ล้านบาทต่อปี ขณะที่สินค้าชุมชนของกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม Shopee ทำยอดได้ประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อปี จึงยังมีโอกาสดึงสินค้า OTOP และสินค้าชุมชนเข้ามาเปิดอีกช่องทางบนแพลตฟอร์มของไปรษณีย์ไทย โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งแพลตฟอร์มเดิม
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางหารือกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดึงสินค้า SME สินค้าเกษตร และสินค้า Made in Thailand เข้าสู่ Postmart มากขึ้น รวมถึงจับตลาดสินค้ามูลค่าสูง เช่น อัญมณี เครื่องประดับ และสินค้าที่ต้องการระบบขนส่งปลอดภัย ตรวจสอบได้ และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า
◉ หนีราคาถูก สู่พรีเมียม
น.ส.แนนยอมรับว่า ไปรษณีย์ไทยไม่สามารถลงไปแข่งกับเอกชนด้วยราคาถูกหรือบริการส่งด่วนแบบเผาเงินได้ เพราะไม่ใช่โครงสร้างที่เหมาะกับองค์กร ดังนั้น ทางรอดคือการขยับขึ้นสู่ตลาดคุณภาพและตลาดพรีเมียม โดยใช้จุดแข็งด้านความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัยของเอกสารและพัสดุ บุรุษไปรษณีย์ที่รู้จักพื้นที่ และเครือข่ายครอบคลุมทุกอำเภอ
ขณะเดียวกัน รายได้จากงานเอกสารราชการมีแนวโน้มลดลงจากนโยบาย Paperless ของรัฐ จึงต้องเร่งสร้างธุรกิจใหม่มาทดแทน เช่น Digital Postcard บริการสำหรับงานอีเวนต์ ของสะสมพรีเมียม บริการขนส่งสินค้ามูลค่าสูง และแพ็กเกจสำหรับลูกค้าที่ต้องการความปลอดภัยมากกว่าราคาถูกที่สุด
ด้านต้นทุนพลังงาน ไปรษณีย์ไทยควรสำรวจความต้องการของบุรุษไปรษณีย์กว่า 25,000 คน ในการเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้รถส่วนตัวในการทำงาน หากรวบรวมเป็นคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ได้ จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรอง ลดราคารถ และลดภาระค่าน้ำมันในระยะยาว
◉ ปลุกสินทรัพย์ทำเงินใหม่
น.ส.แนนยังมอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยสำรวจอาคาร ที่ดิน และพื้นที่ทั่วประเทศที่ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพ เพื่อนำมาสร้างรายได้ใหม่ เช่น เปิดให้เช่าจัดอีเวนต์ ทำสำนักงาน หรือพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยไม่จำเป็นต้องขายทรัพย์สิน แต่เปลี่ยนสินทรัพย์เดิมให้กลับมาสร้างเงินดูแลองค์กร
ขณะเดียวกัน บริการใหม่อย่าง Postal ID หรือ Digital Post ID ควรถูกพัฒนาเป็นบริการพรีเมียมได้ หากมีความต้องการเลขเฉพาะ เลขสวย หรือบริการที่เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้ผู้ใช้งาน ไม่ควรเปิดฟรีทั้งหมดหากสามารถสร้างรายได้ให้องค์กร
ส่วนแสตมป์ที่ระลึก แม้นักสะสมแบบเดิมลดลง แต่ยังสามารถรีแบรนด์เป็นของฝากพรีเมียม ของสะสม ของที่ระลึกเชิงวัฒนธรรม หรือของขวัญทางการทูตได้ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการไปรษณีย์ฉบับใหม่ ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของกระทรวงดีอี และอาจต้องทบทวนบางส่วนให้สอดคล้องกับตลาดโลจิสติกส์ยุคใหม่มากขึ้น


