xs
xsm
sm
md
lg

สรุปงาน Google I/O 2026 เปิดโมเดลใหม่ Gemini 3.5 Flash - Omni ใส่ AI Agents ให้ใช้งานใน Search

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กูเกิล (Google) กำลังพาผู้ใช้งานหลายพันล้านคนทั่วโลกให้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ใช้งาน AI Agents หรือผู้ช่วยส่วนตัวที่ช่วยคิด วิเคราะห์ วางแผน ก่อนลงมือทำ ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน AI ให้ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นผ่านโมเดล AI ใหม่อย่าง Gemini 3.5 Flash และ Gemini Omni

นับเป็นงานต่อเนื่องของกูเกิลงานที่ 3 นับตั้งแต่ Google Cloud Next ที่มีการประกาศอัปเดตในการนำ Gemini เข้าไปผสมผสานการทำงานบน Workspace ให้กลายเป็น Agentic Enterprise ต่อเนื่องด้วย Android Show ที่อัปเดตความสามารถของ Android 17

ก่อนจะมาถึงงานหลัก Google I/O 2026 ที่รอบนี้มีการนำเสนอโมเดล AI รุ่นใหม่อย่าง Gemini 3.5 Flash ที่สามารถประมวลผลได้เหนือกว่าโมเดลของคู่แข่งกว่า 4 เท่า และแซงหน้า Gemini 3.1 Pro ในทุกการทดสอบ โดยใช้ต้นทุนที่ถูกลงกว่าครึ่ง รวมถึง Gemini Omni โมเดลแรกที่สามารถรับคำสั่งได้จากทั้งข้อความ ไฟล์เอกสาร ภาพ หรือวิดีโอ เพื่อนำไปคำนวณและประมวลผลออกมา


ซุนดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Alphabet บริษัทแม่ของ Google กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมากูเกิลได้นำเสนอการใช้งาน AI Agents ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้นักพัฒนา หรือแม้แต่ภายในองค์กรธุรกิจได้ใช้งาน แต่การมาถึงของ Gemini 3.5 Flash นี้ จะเปิดทางให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึง AI Agents ผ่านผลิตภัณฑ์ของกูเกิลอย่างง่ายดาย

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ปัจจุบันผลิตภัณฑ์หลักของกูเกิลกว่า 13 บริการ เข้าถึงผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก และมีถึง 5 บริการ ที่เข้าถึงผู้ใช้งานมากกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเสิร์ช จีเมล แอนดรอยด์ โครม และยูทูป


ขณะเดียวกันอัตราการเติบโตของการใช้งาน AI ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าโลกของ AI มีการเติบโตอย่างน่าทึ่ง ข้อมูลจากกูเกิลระบุว่า ในงาน Google I/O ปี 2024 กูเกิลมีการประมวลผลโทเค็น 9.7 ล้านล้าน (Trillion) โทเค็นต่อเดือนในทุกแพลตฟอร์ม

ก่อนที่ในปี 2025 จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 480 ล้านล้านโทเค็น ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจแล้ว แต่จากข้อมูลล่าสุดของปีนี้เติบโตขึ้นมากว่า 7 เท่า หรือกว่า 3.2 พันล้านล้าน (Quadrillion) ซึ่ง Gemini เป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ทำให้การใช้งาน AI เติบโตขึ้น

นับตั้งแต่ กูเกิล เริ่มนำ Generative AI มาใช้งานกับการค้นหา (Search) ปัจจุบันบริการอย่าง AI Overviews มียอดผู้ใช้งานรายเดือนกว่า 2.5 พันล้านคน และ AI Mode ที่เป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้ใช้งานรายเดือนละทะลุ 1 พันล้านคนไปแล้ว

“เทรนด์ที่เกิดขึ้นใน Search กลายเป็นเรื่องของการค้นหาคำเดี่ยวๆ มีจำนวนลดน้อยลง และเปลี่ยนเป็นรูปแบบการค้นหา จากการสนทนาที่ต่อเนื่องมากขึ้น ซึ่งทำให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และเชื่อมต่อเข้ากับเว็บได้เป็นอย่างดี”


ขณะที่ Gemini ในงาน I/O 2025 มีผู้ใช้งาน 400 ล้านคน ตอนนี้มีผู้ใช้งานทะลุ 900 ล้านคนแล้ว เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในเวลา 1 ปี และจนถึงปัจจุบัน มีการสร้างรูปภาพด้วยโมเดลสร้างภาพ Nano Banana มากกว่า 5 หมื่นล้านภาพ นับเป็นบริการที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะผู้ใช้งานต่างสนุกกับการใช้งานนี้มาก


ภายในงาน ได้มีการนำเสนอ Gemini Omni โมเดลที่สามารถสร้างเนื้อหาออกมาในรูปแบบใดก็ได้ จากอินพุตต่างๆ เช่นถ้าเริ่มต้นด้วยเนื้อหาที่เป็นวิดีโอ เพิ่มเติมด้วยรูปภาพ และข้อความด้วย โมเดลใหม่จะทำงานร่วมกันระหว่าง Gemini กับ Flow เพื่อสร้างเนื้อหาจาก Veo, Nano Banana และ Genie ในการสร้างวิดีโอ รูปภาพ และแม้แต่สถานการณ์จำลองแบบอินเทอร์แอกทีฟที่สมจริงมาก

เข้าสู่ยุค Intelligence Search


ลิซ รีด (Liz Reid) รองประธานฝ่ายเสิร์ช (Search) ของกูเกิล กล่าวว่า Google จะเริ่มนำความสามารถของ Agent มาผสานรวมกับพฤติกรรมการค้นหาเพื่อช่วยให้ผู้คนใช้ประโยชน์จากความสามารถใหม่ๆ เหล่านี้

ด้วยการเปิดตัว Intelligent Search Box ช่องค้นหาถูกออกแบบใหม่ที่รองรับคำค้นหาที่ยาวและเป็นบทสนทนามากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีการนำ Generative UI มาช่วยในการแสดงผลเมื่อมีการค้นหาเรื่องที่ซับซ้อน (เช่น ทฤษฎีหลุมดำ) ระบบจะสร้างกราฟิกแบบอินเทอร์แอกทีฟขึ้นมาให้แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ ยังได้นำความสามารถของ Agentic เข้ามาใช้ อย่างเช่น Information Agents ตั้งค่าให้ AI คอยติดตามความเคลื่อนไหวในเรื่องที่คุณสนใจ (เช่น หุ้นรายตัว หรือข่าวเฉพาะกลุ่ม) ตลอด 24 ชั่วโมง และสรุปรายงานส่งให้ทันทีเมื่อมีอัปเดตตามเงื่อนไข

รวมถึงบริการ Universal Cart หรือตะกร้าสินค้าอัจฉริยะ ที่สามารถหยิบของใส่ได้ตั้งแต่ตอนค้นหา ดู YouTube หรือรับข้อความใน Gmail ตะกร้าจะคอยหาดีลส่วนลด แจ้งเตือนของเข้าสต็อก และยังสามารถตรวจสอบได้ว่าอุปกรณ์ที่เลือกซื้อใช้งานร่วมกันได้หรือไม่

นอกจากนี้ ยังขยายบริการ Ask Gemini ไปยัง YouTube เพิ่มเติม หลังจากเพิ่มเข้าไปในบริการอย่าง Google Maps แล้ว บริการ Ask YouTube จะช่วยให้สามารถถามหาคำตอบจากวิดีโอยาวๆ และกระโดดไปยังช่วงเวลาของคลิปที่เกี่ยวข้องที่สุดได้เลย

อัปเกรด Gemini ฝัง Agents ให้ใช้งาน


แอป Gemini โฉมใหม่จะมากับดีไซน์ Neural Expressive พร้อมแอนิเมชันลื่นไหล การตอบสนองที่อ่านง่ายขึ้น ไม่เป็นข้อความยาวๆ อีกต่อไป จะมีการแทรกภาพและไทม์ไลน์ที่ช่วยให้ย่อยข้อมูลง่ายขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังมีการเพิ่ม Agent เข้ามาให้ใช้งานอย่าง Daily Brief ระบบจะประมวลผลอีเมล ตารางนัดหมาย และข้อมูลต่างๆ ใน Gmail เพื่อจัดทำสรุปย่อและจัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำในทุกๆ เช้า

หรือ Agent อย่าง Docs Live แค่บรรยายไอเดียออกมาเป็นคำพูด ว่าต้องการให้ใส่ข้อมูลอะไรในเอกสารบ้าง AI จะจับใจความ และร่างเอกสารออกมาให้ทันที รวมถึงยังสามารถสั่งให้เพิ่มข้อมูล และจัดรูปแบบเอกสารได้ด้วย เหมือนกำลังสั่งงานเลขาส่วนตัว

AI Agent สั่งงานทิ้งไว้ แล้วให้ AI จัดการต่อ


การมาของ Gemini Spark หรือ AI Agent ประจำตัวที่จะเปลี่ยนวิธีทำงานไปตลอดกาล เพราะ Spark รันอยู่บนคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ของ Google Cloud ทำให้สามารถทำงานอยู่เบื้องหลังได้ตลอด 24 ชั่วโมงแม้จะปิดคอมพิวเตอร์ไปแล้ว

อย่างเช่น ถ้าต้องการส่งอีเมลไปรายงานหัวหน้างาน Gemini Spark สามารถดึงข้อมูลจากอีเมล เอกสาร (Docs), ชีต (Sheets) และสไลด์ (Slides) แล้วเขียนร่างอีเมลให้ได้ หรือถ้าเป็นนักเรียนกำลังใช้เพื่อสร้างคู่มืออ่านหนังสือ ที่อัปเดตตัวเองได้ตลอดเวลาเมื่อมีการบ้านหรือรายงานใหม่ๆ จากอาจารย์เข้ามา

หรือแม้แต่ในกลุ่มเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กให้ที่ให้ Gemini Spark คอยเฝ้าอินบ็อกซ์ เพื่อที่จะไม่พลาดในการตอบคำถามจากลูกค้าที่มีโอกาสซื้อสินค้า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของ Spark และในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ อย่างเช่นการสร้างซับเอเจนต์เฉพาะงาน

ทั้งนี้ Google ได้อัปเกรดราคาใหม่ของ Gemini ด้วยการลดราคาแพ็กเกจระดับบนสุดอย่าง Gemini Ultra ลงมาเริ่มต้นที่ 99.9 เหรียญต่อเดือน (จากเดิม 249 เหรียญฯ) ที่จะเข้าถึง Gemini Spark ได้ ส่วนแพ็กเกจ AI Plus เริ่มต้นที่ 7.99 เหรียญ และ AI Pro 19.99 เหรียญ จะเข้าถึง Gemini 3.5 Flash Gemini Omni และบริการใหม่ที่เปิดตัวในวันนี้