xs
xsm
sm
md
lg

ห่วง AI Agent โตเร็วคุมไม่ทัน ฟินเทคสิงคโปร์ชวนไทยใช้ KYA (Cyber Weekend)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นาทีนี้หลายคนและหลายองค์กรต่างหันมาพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เช่นเดียวกับวงการการเงินระดับโลกที่กำลังใส่ใจว่าจะควบคุมและตรวจสอบ AI ได้อย่างไรจึงจะให้ผลดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าในปัจจุบัน ความเสี่ยงถึง 1 ใน 4 ยังคงเล็ดลอดการตรวจจับไปได้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างมาตรฐานโลกใหม่ที่เรียกว่า KYA หรือ Know Your Agent

“ติง เพ่ย หลิง” (Tin Pei Ling) ประธานร่วม หรือ Co-President ของบริษัทฟินเทคสิงคโปร์ชื่อเมต้าคอมพ์ (MetaComp) ได้ฉายภาพให้เห็นถึงวิกฤตซ่อนเร้นในโลกการเงินปัจจุบันไว้อย่างน่าสนใจว่า KYA เป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะ AI Agent กำลังถูกนำมาใช้งานในระบบการเงิน ในอัตราที่เร็วกว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านธรรมาภิบาลเพื่อมาควบคุมดูแล โดยปัญหาหลักในขณะนี้คือโลกยังไม่มีมาตรฐานกลางที่ใช้ร่วมกันข้ามสถาบัน ขณะเดียวกันก็ขาดสถาปัตยกรรมร่วมสำหรับการระบุตัวตน การให้อนุมัติ และการตรวจสอบความรับผิดชอบที่ครอบคลุมการทำงานของ AI ไม่ว่าจะทำธุรกรรมในนามของสถาบันใดก็ตาม

"สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เร่งด่วนคือ การตระหนักว่าตัวแทน AI กำลังถูกนำไปใช้ในระบบการเงินที่มีการกำกับดูแลเร็วกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการกำกับดูแลที่จะสร้างขึ้นได้ เราเห็นว่าไม่มีมาตรฐานร่วมกันที่ติดตามตัวแทน AI ข้ามขอบเขตของสถาบันต่างๆ ไม่มีสถาปัตยกรรมทั่วไปสำหรับตัวตน การอนุญาต และความรับผิดชอบที่ใช้งานได้ไม่ว่าตัวแทนจะทำงานในนามของสถาบันใด การแก้ปัญหานี้ต้องการการมองเห็นทั้งในด้านการเงินแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีบล็อกเชน เนื่องจากช่องว่างด้านการกำกับดูแลอยู่ที่จุดที่ระบบทั้งสองมาบรรจบกัน ระบบทั้งสองนี้ถูกสร้างขึ้นแยกจากกัน กำกับดูแลแยกจากกัน และจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ก็ถูกใช้งานแยกจากกัน ปัจจุบันระบบทั้งสองเชื่อมต่อกันมากขึ้นภายในธุรกรรมเดียว และตัวแทน AI ที่เคลื่อนย้ายเงินข้ามทั้งสองระบบทำงานในพื้นที่ที่กรอบการกำกับดูแลใดๆ ก็ตามไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่”

บรรยากาศการเปิดตัว KYA ในงาน Money 20/20 Asia
AI Agent คือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระ (Autonomous) เพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยไม่ต้องให้มนุษย์สั่งงานทุกขั้นตอน ซึ่งในภาคการเงิน AI Agent อาจจะเกี่ยวข้องกับการชำระเงินด้วย Stablecoin, การจัดการความมั่งคั่ง และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ

การที่ MetaComp มองว่าความท้าทายสำคัญของการกำกับดูแล AI อยู่ตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างระบบการเงินแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีบล็อกเชน เป็นเพราะในปัจจุบัน ทั้งสองระบบถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันในธุรกรรมเดียว ทำให้ AI Agent ที่ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายเม็ดเงินข้ามทั้งสองโลกนี้ตกอยู่ในพื้นที่สุญญากาศที่ไม่มีกรอบกฎหมายใดครอบคลุมได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ การถือกำเนิดของกรอบการทำงาน StableX KYA โดย MetaComp ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่มีโครงสร้างครอบคลุมทั้งเงินเฟียต (Fiat) และกิจกรรมบนบล็อกเชน จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการนำข้อมูลธุรกรรมจริงมาสร้างเป็นมาตรฐานธรรมาภิบาลที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

***ธนาคารไทยพร้อมรับมือแค่ไหน?

สำหรับประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคการเงินดิจิทัล เพ่ยหลิงเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถนำกรอบ KYA ที่อ้างอิงมาตรฐาน IMDA ของสิงคโปร์มาใช้งานได้ เนื่องจาก StableX KYA ถูกออกแบบมาตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อให้รองรับการนำไปใช้ได้ทั่วโลก (Global Adoption) ดังนั้น ธนาคารในไทยสามารถนำกรอบการทำงานหลักนี้มาใช้งานได้เมื่อปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม (Mapping) เพื่อให้สอดคล้องและเข้ากับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลภายในประเทศไทย

ในการเปิดตัว StableX Know Your Agent (KYA) Framework ที่ MetaComp บริษัทฟินเทคจากสิงคโปร์ได้ขึ้นเวที 21 เมษายน 2026 ในงาน Money20/20 Asia กรุงเทพฯ ประเทศไทย นั้นมีการระบุว่า KYA Framework จะครอบคลุมกรอบกำหนดมาตรฐานการทำงานของ AI Agent ตลอดวงจรชีวิตของเอเจนต์ ตั้งแต่การติดตั้งจนถึงการยกเลิกใช้งาน ได้แก่ การระบุตัวตนของ AI Agent (Agent Identity) การอนุญาตและขอบเขตการกระทำ (Authorization & Permissions) การตรวจสอบพฤติกรรมแบบเรียลไทม์และการจัดการความเสี่ยง (Monitoring & Risk Intelligence) การตรวจสอบย้อนกลับ (Audit Trails) การกำกับดูแลระหว่างเอเจนต์ด้วยกัน (Agent-to-Agent Governance) ซึ่ง MetaComp เปิดเผยเฟรมเวิร์กนี้แบบเปิด (open framework) และเชิญชวนสถาบันการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และพันธมิตรเทคโนโลยี นำไปใช้ พัฒนา และท้าทายต่อไป

Tin Pei Ling ประธานร่วม (Co-President) ของ MetaComp
เมื่อถามว่าหาก AI Agent ที่ใช้กรอบ KYA ในการควบคุมเกิดเหตุโอนเงินผิดพลาด ใครจะเป็นผู้รับผิดทางกฎหมาย? MetaComp ชี้ว่าจะไม่สามารถระบุชัดให้ผู้รับผิดชอบเป็นตัว AI Agent, ธนาคาร, หรือผู้ใช้งาน เนื่องจาก KYA ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อตัดสินหรือชี้ขาดผลทางกฎหมายล่วงหน้า ทำให้เรื่องนี้ยังคงเป็นอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแลและศาล โดย KYA จะทำหน้าที่สร้าง "โครงสร้างสถาปัตยกรรมธรรมาภิบาล" ที่ทำให้ความรับผิดชอบนั้นสามารถถูกตรวจสอบย้อนหลังและบังคับใช้ได้จริง

“ในทางปฏิบัติ KYA จะบังคับให้ AI Agent ทุกตัวต้องนำเสนอข้อมูลยืนยันตัวตนที่ถูกผูกติดกับบุคคลหรือสถาบันในโลกจริงก่อนการทำธุรกรรมเสมอ และต้องทำงานภายใต้ขอบเขตหรือวงเงินที่ได้รับอนุมัติล่วงหน้า พร้อมทั้งบันทึกทุกขั้นตอนลงในระบบ (Audit Trail) ที่ป้องกันการแก้ไขปลอมแปลง หากเกิดการโอนเงินผิดพลาด บันทึกเหล่านี้จะแสดงผลทันทีว่า AI ทำงานเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ ซึ่งเป็นการลบความคลุมเครือทั้งหมด และชี้เป้าได้อย่างแม่นยำว่าหลักฐานและความรับผิดชอบควรตกอยู่ที่ใด”

***ไทยแลนด์ แดนยุทธศาสตร์การเงินดิจิทัล


การเลือกเปิดตัวนวัตกรรมระดับโลกอย่าง StableX KYA ในประเทศไทยกลางงาน Money 20/20 Asia ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของไทยในเวทีโลก ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบการชำระเงินที่แข็งแกร่ง และความต้องการของสถาบันต่างๆ ในการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงถูกมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพ สำหรับระบบการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดการเงินดิจิทัลที่คึกคักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประวัติที่แข็งแกร่งในด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน และความต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลจากสถาบันการเงินที่เพิ่มมากขึ้น เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับระบบการเงินแบบตัวแทน และเรารู้สึกตื่นเต้นที่เปิดตัว KYA ในงาน Money 20/20 Asia โดย KYA เผยแพร่สู่สาธารณะและพร้อมให้สถาบันการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และพันธมิตรเครือข่ายทั่วโลกนำไปใช้ได้”

ที่สุดแล้ว StableX Know Your Agent (KYA) Framework ของบริษัทฟินเทคจากสิงคโปร์นี้ถือเป็นกรอบธรรมาภิบาลเฟรมเวิร์กแรกของโลกสำหรับ AI Agent ในบริการทางการเงินที่มีการกำกับดูแล ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ เพิ่มความไว้วางใจได้ในยุคที่ AI Agent เป็นผู้จัดการความมั่งคั่ง เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และไร้รอยต่ออย่างแท้จริง.