ยักษ์ใหญ่ดาต้าเซ็นเตอร์สิงคโปร์ BDC และดาวรุ่งด้านพลังงาน EcoCeres นำเชื้อเพลิง HVO หรือน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน มาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรองในดาต้าเซ็นเตอร์แทนน้ำมันดีเซลได้สำเร็จในดาต้าเซ็นเตอร์หลายแห่งของ BDC ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทั้ง 2 บริษัทได้ลงนาม MoU ร่วมกันก่อนหน้านี้ ทำให้สามารถแก้ปัญหาดาต้าเซ็นเตอร์ต้องสำรองน้ำมันดีเซลจำนวนมากไว้สำหรับระบบไฟฟ้าสำรอง จนเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนขนาดใหญ่ โดย HVO สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดถึง 90% โดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องจักรเดิมแต่อย่างใด
ล่าสุด โปรเจ็กต์น้ำมันพืชสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์นี้ผ่านการทดสอบในสถานการณ์ฉุกเฉินจริงครบทุกขั้นตอน ทั้งการสตาร์ทเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การถ่ายโอนโหลดไฟฟ้า และการทำงานต่อเนื่อง โดยใช้ HVO ที่ผลิตจากวัตถุดิบเหลือทิ้ง 100% ซึ่งสามารถใช้แทนดีเซลได้โดยตรง และผ่านทุกตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพและการปล่อยมลพิษ
*** BDC ควง EcoCeres ลุย "น้ำมันพืชเติมไฮโดรเจน"
บริดจ์ ดาต้าเซ็นเตอร์ (Bridge Data Centres: BDC) นั้นเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ ขณะที่ EcoCeres วางตัวเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเชื้อเพลิงหมุนเวียนและโมเลกุลสีเขียวสำหรับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทั้งคู่ระบุว่าประสบความสำเร็จในโครงการนำร่องใช้เชื้อเพลิงสำรองประเภทน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน หรือ Hydrotreated Vegetable Oil: HVO ในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ต่าง ๆ ของ BDC เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ทั้งนี้ HVO เป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนยุคใหม่ที่ผลิตจากวัตถุดิบเหลือทิ้ง 100% และทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนคุณภาพสูงสำหรับทดแทนน้ำมันดีเซลจากฟอสซิล โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่มีอยู่เดิม และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงสุดถึงร้อยละ 90 โครงการนำร่องนี้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้พลังงานสำรองฉุกเฉินอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสตาร์ทเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การถ่ายโอนโหลดไฟฟ้า และการทำงานอย่างต่อเนื่องภายใต้สภาพแวดล้อมของดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพและการปล่อยมลพิษได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ BDC ระบุว่าได้เสร็จสิ้นการทดสอบ HVO ขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ และจากความสำเร็จของโครงการนำร่องนี้ BDC มีความตั้งใจที่จะขยายการใช้งานโซลูชันพลังงาน HVO ในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไป
อีริค ฟาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bridge Data Centres กล่าวว่า ความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์ของ BDC ขณะที่เวิร์คโหลดงานด้าน AI ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะผลักดันนวัตกรรมโซลูชันพลังงานสะอาดที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของลูกค้ากลุ่มไฮเปอร์สเกล
"ความสำเร็จของโครงการนำร่องครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเชื้อเพลิงสำรอง HVO เป็นแนวคิดที่ทำได้จริงและสามารถนำไปปรับใช้ในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการเติบโตสูงแห่งอื่น ๆ ได้"
มัตติ ลีโวเนน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EcoCeres กล่าวว่าการลดการปล่อยคาร์บอนในดาต้าเซ็นเตอร์เป็นหนึ่งในความท้าทายที่เร่งด่วนและต้องการความเชี่ยวชาญทางเทคนิคสูงที่สุดในการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero บริษัทรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมมือกับ Bridge Data Centres เพื่อแสดงให้เห็นว่า HVO พร้อมแล้วสำหรับการใช้งานจริงในการดำเนินงานสเกลใหญ่
"พิสูจน์ให้เห็นว่าเชื้อเพลิงหมุนเวียนจากของเสียสามารถตอบสนองข้อกำหนดด้านความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพที่เข้มงวดในระบบสำรองดีเซลที่มีอยู่เดิม โครงการนำร่องนี้จึงถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษามาตรฐานความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุดไว้ได้"
ความสำเร็จครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ BDC และ EcoCeres ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อร่วมกันนำร่องและส่งเสริมการนำ HVO มาใช้ในการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์ BDC และ EcoCeres จะร่วมมือกันต่อไปเพื่อพัฒนามาตรฐานร่วมและแนวทางปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนให้มีการนำ HVO ไปใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งความมุ่งมั่นของ BDC ในการผลักดันโซลูชันพลังงานสะอาดสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงการพัฒนาโซลูชันการผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจนแบบลอยน้ำแห่งแรกของสิงคโปร์ที่ออกแบบมาสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ AI ยุคใหม่โดยเฉพาะ.


