หลังปริมาณความต้องการสินค้าไอทีที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานเครื่องมือ AI ต่างๆ ทำให้กลายเป็นว่าในปีนี้ อุตสาหกรรมไอที และพีซี ยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้สถานการณ์ในโลกปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และวิกฤตการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เพียงแต่ว่าเมื่อทุกอย่างรัดตัวการลงทุนทางด้านไอที กลับกลายเป็นทางออกให้ภาคธุรกิจได้
เลอโนโว (Lenovo) เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา เลอโนโว สามารถทำสถิติ และผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สามารถครองอันดับ 1 ทั้งในระดับโลก เอเชียแปซิฟิก และประเทศไทย ต่อเนื่องหลายไตรมาส
สำหรับตลาดประเทศไทยนั้น Lenovo ครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องยาวนานถึง 12 ไตรมาสติดต่อกัน โดยในไตรมาสล่าสุดตัวเลขส่วนแบ่งพุ่งทะยานไปถึง 35% ขณะที่ตัวเลขในระดับโลกอยู่ที่ 25% โดยรายได้รวมเติบโตขึ้น 18% แตะระดับ 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีผลกำไรเติบโตถึง 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากสินค้ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่มียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 72% โดยเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งฝั่งพีซี, ธุรกิจองค์กร และธุรกิจโซลูชัน ภายใต้กลยุทธ์ในการนำ AI เข้ามาผสานในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับผู้ใช้งานทั่วไป ไปจนถึงระดับองค์กรที่กำลังเผชิญหน้ากับต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่พุ่งสูงขึ้น
***พีซี ครึ่งปีหลัง ชิ้นส่วนยังขาดแคลนต่อ
วรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของ Lenovo ชี้ให้เห็นว่า แม้สินค้าไอทีจะมีความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น แต่สภาพตลาดในครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างรุนแรง ที่ไม่มีใครทราบว่าจะไปจบที่ตรงไหน
เพราะจากสถานการณ์ทั่วโลกที่เกิดขึ้น อุตสาหกรรมกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนชิปแทบทุกส่วน ทั้งหน่วยความจำ (RAM), SSD, CPU รวมไปถึง GPU ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้นอย่างมหาศาล โดย Lenovo ยอมรับว่ามีการปรับขึ้นราคาสินค้าทุกเดือนมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ปัจจุบันราคาของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลบางรุ่นปรับขึ้นมาแล้วกว่า 30% ในขณะที่กลุ่มเซิร์ฟเวอร์ ราคาพุ่งทะยานไปถึง 3 เท่าตัว
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะสูงขึ้น แต่ปริมาณการสั่งซื้อกลับไม่ลดลง ลูกค้าในกลุ่มคอนซูเมอร์ และองค์กรขนาดกลาง เลือกที่จะ “รีบซื้อ" กันไปตั้งแต่ต้นปี เพราะประเมินแล้วว่าราคามีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก การรอซื้อปลายปีอาจทำให้ต้องแบกรับต้นทุนที่แพงกว่าเดิม
ขณะที่ในฝั่งของภาคธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา องค์กรธุรกิจหันมาใช้บริการเช่าใช้ หรือ Device as a Service มากขึ้น ซึ่งธุรกิจส่วนนี้ของ Lenovo เติบโตระดับเลข 3 หลัก (3 Digit) ติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว และเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยควบคุมต้นทุนขององค์กรธุรกิจได้
ทั้งนี้ ยังมีส่วนที่น่ากังวลเกี่ยวกับโครงการของภาครัฐ ที่มีโอกาสหยุดชะงัก จากการที่แต่เดิมมีการกำหนดราคากลาง (TOR) ไว้ล่วงหน้านานแล้ว เมื่อเจอสภาวะต้นทุนฮาร์ดแวร์พุ่งสูงขึ้นกว่าราคากลางมหาศาล ทำให้หลายโครงการไม่มีเวนเดอร์รายใดกล้ายื่นประมูล เพราะประมูลไปก็ขาดทุนทันที ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะยังไม่ได้เห็นงบประมาณจากส่วนนี้มากนัก
***องค์กรทั่วเอเชียฯ เห็นจุดเปลี่ยนจาก AI
ข้อมูลที่น่าสนใจจากผลสำรวจ CIO Playbook ที่จัดทำร่วมกับ IDC ในการสอบถามผู้บริหารฝ่ายไอทีระดับสูง (CIO) กว่า 920 คนทั่วเอเชียแปซิฟิก ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการนำ AI มาใช้งานในองค์กร เพราะในปีที่ผ่านมาหลายองค์กรมองว่าเป็นปีแห่งการทดลอง แต่ในปีนี้จะเริ่มหวังผลจากการลงทุนทางด้าน AI
96% ของ CIO มองว่าการลงทุน AI เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก และคาดหวังผลตอบแทนสูงถึง 2.85 เท่าต่อทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่ลงทุนไป ขณะที่ทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีเริ่มขยับจาก Generative AI ทั่วไป ไปสู่ Agentic AI ซึ่งเป็น AI ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจแทนมนุษย์ได้อย่างไร้อคติ โดยในภูมิภาคอาเซียนรวมถึงไทย มีความพร้อมในการปรับใช้ AI สูงถึง 67%
สิ่งที่ตามมาคือความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้องค์กรกว่า 70% หันมาใช้สถาปัตยกรรมแบบ Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่าง On-premise และ Cloud เพื่อกระจายความเสี่ยงและปกป้องข้อมูลสำคัญ รวมถึงการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำ AI มาเพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ด้วย
***Lenovo Kira - X IQ เครื่องมือ AI ช่วยดูแลอีโคซิสเต็มส์
ในมุมของ เลอโนโว นอกจากการพัฒนาสินค้าเพื่อรองรับความต้องการใช้งาน AI ของผู้บริโภคแล้ว ยังปรับตัวสู่การเป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาในการลงทุนไอทีแบบครบวงจรพร้อมนำเสนอ ทั้งผู้ช่วยส่วนตัว AI (Lenovo Kira) ที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งอีโคซิสเตมส์ ตั้งแต่อุปกรณ์สวมใส่ สมาร์ทโฟน จนถึงคอมพิวเตอร์ ที่สามารถสั่งงานข้ามอุปกรณ์ได้
นอกจากนี้ ยังมี X-IQ ที่ถูกพัฒนามาเป็น Agentic AI เพื่อจัดการโครงสร้างพื้นฐานระดับเซิร์ฟเวอร์ ในการเข้าไปช่วยวิเคราะห์ คาดเดาปัญหา และตัดสินใจแก้ไขปัญหาข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการนำนวัตกรรมอย่างเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว มาช่วยลดจำนวนเซิร์ฟเวอร์ลง ประหยัดพื้นที่ ลดโลกร้อน ได้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 30%
***AI PC ในไทยตอบรับดี
ปัจจุบัน สัดส่วนของพีซีที่วางจำหน่ายในประเทศไทยของเลอโนโว กว่า 50% เป็น AI PC แล้ว โดยผู้บริโภคเริ่มตระหนักแล้วว่า การใช้พีซีสเปกธรรมดา อย่างซีพียูรุ่นเริ่มต้น ไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานที่ต้องเรนเดอร์ภาพ หรือรันคำสั่ง AI หนักๆ ได้อีกต่อไป
กลุ่มสินค้าที่ขายดีที่สุดในตลาดคอนซูเมอร์ไทย ขยับจากโน้ตบุ๊กราคาหมื่นต้นๆ กลายมาเป็นกลุ่มราคาหมื่นปลายถึงสองหมื่นกลาง ซึ่งสอดคล้องกับราคาจำหน่ายของ AI PC ที่เริ่มต้นราวสองหมื่นกลางๆ ประกอบกับเรื่องของระบบปฏิบัติการ ที่บีบให้ผู้ใช้ต้องอัปเกรดเครื่องใหม่เร็วขึ้น


