จากประสบการณ์ในตลาดผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ (ISV) กว่า 13 ปี ทำให้ Trinity Roots ผ่านความท้าทายในการช่วยผู้ประกอบการไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับธุรกิจ SMEs ไทยอย่างยั่งยืน หลังติดปีกด้วย "Strategic Partnership" จากพันธมิตรระดับโลก
จิระวัฒน์ เอี้ยวฉาย CEO & Co-Founder บริษัท Trinity Roots เล่าให้ฟังถึงเส้นทางการเติบโตของ Trinity Roots จากจุดเริ่มต้นที่มองเห็น Pain Point ในองค์กร สู่การเป็น New-Gen ISV ที่ใช้ปรัชญาการเชื่อมต่อเทคโนโลยีและพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบความยั่งยืนให้กับธุรกิจ
จุดเริ่มต้นของ Trinity Roots ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีก่อน ในยุคที่คำว่า Digital Transformation ยังไม่เป็นที่รู้จัก องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ยังขาดการบริหารจัดการข้อมูลภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ผู้บริหารตัดสินใจล่าช้าจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย ขณะเดียวกันระบบ ERP ในตลาดก็มีราคาสูงจนธุรกิจ SMEs เข้าถึงได้ยาก
สิ่งนี้กลายเป็นจุดกำเนิดของ Trinity Roots ที่ต้องการเปลี่ยน ERP ให้กลายเป็น "Digital Infrastructure Foundation" หรือโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล ที่จะเข้าไปช่วยเป็นส่วนเสริมให้ธุรกิจในประเทศไทยเติบโตในยุคดิจิทัล
"เราไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นแค่คนขายซอฟต์แวร์ที่เน้นเสนอขายเพียงระบบให้ลูกค้า แต่เราคือ Technology Partner ที่เข้าไปรับฟังปัญหา นำประสบการณ์มาวิเคราะห์ แล้วหา Solution ที่เหมาะสมและตอบโจทย์ที่สุดให้กับเขา"
ยกระดับมาตรฐาน สร้างความต่างด้วย “ความน่าเชื่อถือ” (Trustworthy)
แน่นอนว่า ในตลาดที่มีผู้เล่น ERP มากมาย Trinity Roots ซึ่งเลือกใช้ Odoo เป็นแพลตฟอร์มหลักในการให้บริการ จึงต้องสร้างความแตกต่างด้วยการทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น เพราะการสร้าง Trustworthy ต้องอาศัยการสั่งสมประสบการณ์ ควบคู่ไปกับความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้
อีกมุมคือเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่นในมุมของมาตรฐาน Trinity Roots ใช้เงินลงทุนกว่า 3 ล้านบาท เพื่อยกระดับและสร้างความมั่นใจว่าระบบที่ใช้จะผ่านมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกอย่าง ISO 29110 และ CMMI Level 3 ทำให้ลูกค้าระดับองค์กรและ SMEs มั่นใจในคุณภาพได้
ปัจจุบัน Trinity Roots ดูแลลูกค้าระดับกลางถึงใหญ่ รวมถึงบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ และกำลังขยายฐานลูกค้า SMEs อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ใช้งานระดับ SMEs กว่า 80 รายในพอร์ต และวางเป้าหมายที่จะขยายบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทยในอนาคต
พันธมิตรที่ใช่ ทำให้สเกลธุรกิจได้เร็วยิ่งขึ้น
อีกปัจจัยที่ทำให้ Trinity Roots สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ไปพร้อมกับคว้าโอกาสในการเติบโต มาจากการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ โดยเฉพาะพันธมิตรที่เข้ามาช่วยเปิดตลาดให้กว้างขึ้น มีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยซัพพอร์ตให้สเกลธุรกิจได้เร็วกว่าเดิม
“การจับมือกับ AIS ในฐานะ Strategic Partner ที่ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการเครือข่าย แต่เป็น Trust Partner ที่ร่วมกันแบบ Co-Create และ Co-Growth หากไม่มี AIS เราอาจจะต้องใช้เวลาในการเติบโตนานกว่านี้มาก AIS ช่วยลดต้นทุนในการทดลอง ลดความเสี่ยง และที่สำคัญคือเพิ่ม Trustworthy ให้กับองค์กรของเรา”
หนึ่งในกรณีศึกษาน่าสนใจคือ การพัฒนาซอฟต์แวร์ ERP สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีงบประมาณจำกัด Trinity Roots ได้นำ BEECY ERP ที่แต่เดิมใช้ระบบคลาวด์เจ้าอื่นทำให้เริ่มมีข้อจำกัดเมื่อต้องรองรับปริมาณการใช้งานที่สูงขึ้น แต่เมื่อย้ายมาใช้งานบน AIS Cloud X ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานก็หมดไป ทำให้ทีมงานสามารถใช้เวลาไปโฟกัสกับการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ลูกค้า แทนที่จะต้องเสียเวลาไปกับการแก้ปัญหาระบบหลังบ้าน
ขณะเดียวกัน การเป็นพันธมิตรร่วมกันยังเปิดทางให้ Trinity Roots เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องระบบเชื่อมต่อภายในโรงงานให้แก่ลูกค้า ด้วยการประสานงานร่วมกับ AIS พร้อมนำเสนอโซลูชันเพิ่มเติม เช่น การลงทุนระบบเชื่อมต่อด้วย Private 5G ที่ปัจจุบันตอบโจทย์และคุ้มค่ากว่าการลงทุนเดินสาย LAN ราคาสูง
องค์กรปรับตัวรับยุค AI ที่ไม่ใช่ Automation แต่คือ "Intelligence Readiness"
จิระวัฒน์ เน้นย้ำถึงการวางพื้นฐานที่สำคัญในการนำ AI มาใช้งานว่า AI จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้เลย หากโครงสร้างข้อมูล (Data Structure) ไม่ดีพอ ระบบ ERP ของ Trinity Roots จึงถูกออกแบบมาให้เป็นรากฐานที่ช่วยให้ 'ข้อมูลสะอาด' และพร้อมสำหรับการนำไปวิเคราะห์ต่อยอดในอนาคต
พร้อมกันนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันผู้ให้บริการ ISV ต้องมีการปรับตัวและ Implement ระบบให้รวดเร็ว ตัวแพลตฟอร์มต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นใน Ecosystem ได้ และที่สำคัญคือ ต้องไม่หยุดอยู่แค่การขาย License ซอฟต์แวร์แบบเดิม แต่ต้องส่งมอบแพลตฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นและสเกลได้จริง
ESG ไม่ใช่แค่ลดการใช้กระดาษ แต่คือ "Growth Strategy"
จิระวัฒน์ เล่าถึงมุมมองการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไป หลังได้รับโอกาสจากทาง AIS ให้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ESG to Capitals จากที่เคยมองว่า ERP เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) ปัจจุบันวิสัยทัศน์ได้เปลี่ยนไป เพราะ ERP คือ "Sustainability Infrastructure" ขององค์กร
“หลายคนมักเข้าใจผิดว่า ESG คือการทำคาร์บอนเครดิต หรือการใช้ระบบดิจิทัลเพื่อลดกระดาษ แต่ในมุมของ Trinity Roots หัวใจของมันลึกซึ้งกว่านั้น โดยเฉพาะในมิติของ Governance (บรรษัทภิบาล) เนื่องจากระบบ ERP ช่วยจัดการข้อมูลให้โปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้”
ดังนั้น เครื่องมือ ERP ของ Trinity Roots จึงกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลที่แม่นยำ เพื่อนำไปจัดทำ ESG Report และตอบโจทย์ Compliance ต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าที่มากกว่าแค่ตัวเงินให้กับธุรกิจ
การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในบริบทปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจ การขยายโอกาสเชิงตลาด และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ ดร.ศรีหทัย พราหมณี ผู้จัดการโครงการ AIS Infinite SMEs ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดย Trinity Roots ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการศักยภาพสูงที่เข้าร่วมโครงการ Transformative Infinite SMEs ภายใต้ AIS Infinite SMEs ในครั้งนี้


