xs
xsm
sm
md
lg

ผ่าครอบครัวลีแห่งซัมซุง หลังยุคจ่ายภาษีมรดกกว่า 10.8 พันล้านดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ครอบครัวลี (Lee) เจ้าของกลุ่มซัมซุง (Samsung Group) ผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเกาหลีใต้ ประกาศชำระภาษีมรดกมูลค่ารวม 12 ล้านล้านวอน (ประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.7 แสนล้านบาท) ครบถ้วนแล้ว นับเป็นการชำระภาษีมรดกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้ และของโลก

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 เมื่อ ลี กุน-ฮี (Lee Kun-hee) ประธานกลุ่มซัมซุงผู้ล่วงลับ เสียชีวิตด้วยวัย 78 ปี หลังจากป่วยด้วยโรคหัวใจมานาน บนคำยกย่องในฐานะบุคคลที่นำพาซัมซุงจากบริษัทขนาดกลางให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และสมาร์ทโฟน

รัฐบาลเกาหลีใต้รับภาษี 2.7 แสนล้านบาท จากทายาทซัมซุง ครบถ้วนแล้ว นับเป็นการชำระภาษีมรดกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลีใต้
มูลค่าทรัพย์สินที่ ลี กุน-ฮี เหลือไว้ประมาณ 26 ล้านล้านวอน (ราว 17.7 พันล้านดอลลาร์) ประกอบด้วยหุ้นในบริษัทในเครือ อสังหาริมทรัพย์ และคอลเลกชันงานศิลปะส่วนตัวอันล้ำค่า ซึ่งรวมผลงานของปิกาโซ ดาลี มอเนต์ และอื่นๆ อีกนับหมื่นชิ้น

เนื่องจากอัตราภาษีมรดกของเกาหลีใต้สูงถึง 50% (หนึ่งในอัตราสูงที่สุดในโลก) ครอบครัวจึงต้องเผชิญกับภาระภาษีมหาศาลกว่า 12 ล้านล้านวอน ซึ่งตอนประกาศในปี 2564 ถูกประเมินที่ราว 10.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจากการใช้ระบบผ่อนชำระ 5 ปี และชำระงวดสุดท้ายเมื่อปลายเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา

นายลี คุน-ฮี ประธานกลุ่มบริษัทซัมซุง แสดงปฏิกิริยาระหว่างการแถลงข่าวเกี่ยวกับการลาออกของเขา ณ สำนักงานใหญ่ของบริษัทในกรุงโซล เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2008

รถบรรทุกศพของนายลี คุน-ฮี ผู้นำกลุ่มบริษัทซัมซุง กำลังเคลื่อนผ่านโรงพยาบาลในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2020
สมาชิกหลัก ได้แก่ ฮง รา-ฮี, ลี แจ-ยง, ลี บู-จิน และ ลี ซอ-ฮยอน จ่ายภาษีส่วนแบ่งตามสัดส่วน โดยลี แจ-ยง เน้นใช้เงินปันผลและเงินกู้ ไม่ขายหุ้นหลักเพื่อรักษาการควบคุม

***โอกาสใหม่มา

ในช่วงการจ่ายภาษีครบ สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าซัมซุงได้รับแพ็กเกจสนับสนุนด้านธุรกิจชิปมูลค่า 23 พันล้านดอลลาร์จากรัฐบาล ซึ่งในยุคใหม่ภายใต้การนำของลี แจ-ยง แน่นอนว่าซัมซุงเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายครั้งใหญ่ โดยเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2568 รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศเพิ่มแพ็กเกจสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็น 33 ล้านล้านวอน (ประมาณ 23.25 พันล้านดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อนหน้า

แพ็กเกจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการแข่งขันจากจีน รัฐบาลให้การสนับสนุนด้านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สวัสดิการโครงสร้างพื้นฐาน (ไฟฟ้า น้ำ) และเงินอุดหนุน R&D กว่า 4 ล้านล้านวอนที่จะอัดฉีดภายในปี 2569

โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ เมืองพยองแท็ก ประเทศเกาหลีใต้
สำหรับซัมซุง ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ (Memory Chip) อันดับต้น ๆ ของโลก แพ็กเกจนี้ถือเป็นโอกาสทอง ในการเร่งลงทุนโรงงานขั้นสูง โดยเฉพาะ HBM (High Bandwidth Memory) สำหรับ AI ช่วยเสริมความแข่งขันกับ TSMC และ SK Hynix รวมถึงลดผลกระทบจากความเสี่ยงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

***ท้าทายก็มาก

ในอีกด้าน วันนี้ซัมซุงเผชิญความท้าทายภายในองค์กรชัดเจน โดยเมื่อปลายเดือนเมษายน 2569 สหภาพแรงงานซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics Labour Union) จัดการชุมนุมใหญ่ที่ศูนย์ผลิตชิปพยองแทก (Pyeongtaek) โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 40,000 คน นับเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

สมาชิกสหภาพแรงงานของซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ ตะโกนคำขวัญระหว่างการประท้วงเรื่องระดับค่าตอบแทนของบริษัท ก่อนการนัดหยุดงานระยะยาวที่วางแผนไว้หน้าโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ ในเมืองพยองแท็ก ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2026
แรงงานซัมซุงเรียกร้องให้ยกเลิกเพดานโบนัส (bonus cap) เพิ่มการแบ่งกำไรจากยอดขายชิป AI ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และปรับค่าตอบแทนให้เทียบเท่า SK Hynix การชุมนุมทำให้ผลผลิตชิปลดลง 58% และ memory chip ลดลง 18% ในกะกลางคืน ซึ่งสหภาพประกาศจะนัดหยุดงานทั่วไป 18 วัน เริ่ม 21 พฤษภาคม 2569

หากการเจรจาไม่สำเร็จ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายวันละกว่า 1 ล้านล้านวอน (ราว 676 ล้านดอลลาร์) และกระทบ supply chain ชิป AI ทั่วโลก ลี แจ-ยง และผู้บริหารย่อมต้องเผชิญแรงกดดันในการรักษาสมดุลระหว่างการแบ่งกำไรให้พนักงานกับการรักษาความสามารถในการแข่งขันระดับโลก

สมาชิกสหภาพแรงงานของซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ เหยียบป้ายที่มีรูปนายเจย์ วาย. ลี ประธานซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์
หากมองภาพรวมในยุคนิวซัมซุง การชำระภาษีมรดกที่สมบูรณ์ ผสานกับแพ็กเกจรัฐบาล ย่อมช่วยให้ซัมซุงเดินหน้าสู่ยุค AI ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น บริษัทยังคงเป็นผู้นำตลาดเมมโมรี่ชิปและแข่งขันในตลาดชิปได้ ขณะที่ Galaxy AI ขับเคลื่อนยอดขายอุปกรณ์พรีเมียม อย่างไรก็ตาม ความไม่สงบของแรงงานอาจเป็น "จุดอ่อน" ในยุคที่ความเร็วและความต่อเนื่องของการผลิตเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งการแก้ปัญหาแรงงาน อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาตำแหน่งผู้นำของซัมซุงก็ได้.