xs
xsm
sm
md
lg

วัดพลัง AI ครึ่งปีแรก จับตา ChatGPT และ Claude ที่ว่าแน่ อาจแพ้ Meta และ Google?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ส่องพลังความแกร่งค่ายปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วงครึ่งแรกปี 2026 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่คนไทยหลายคนใช้ AI ช่วยเขียนคอนเทนต์ ทำโฆษณา แนะนำสินค้า หรือแม้แต่สรุปคลิป YouTube

กระแสวิเคราะห์ล่าสุดเชื่อว่าชาวเน็ตกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของวงการ AI เพราะค่ายใหญ่ที่หลายคนรู้จักดีอย่างแชตจีพีที (ChatGPT) จาก OpenAI และคล็อด (Claude) จาก Anthropic จะยังคงครองใจผู้ใช้ทั่วไป แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Meta และ Google ก็กำลังเร่งเครื่องด้วยข้อมูลมหาศาล ที่คู่แข่งยากจะไล่ทัน

สงคราม AI ในช่วงครึ่งหลังปี 2026 กำลังจะเป็นเรื่องที่ไกลกว่าเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของข้อมูลส่วนตัว และการเข้าถึงผู้ใช้ ที่จะกำหนดผู้ชนะในตลาดไทยและทั่วโลก

***Meta มีลุ้น Muse Spark

Meta ซึ่งเป็นเจ้าของ Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger มีผู้ใช้งานรายวันกว่า 3.56 พันล้านคน ในไตรมาสแรกของปี 2026 แม้จะลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ยังคงเป็นฐานข้อมูลพฤติกรรมมนุษย์ที่ใหญ่และสมจริงที่สุดในโลก ข้อมูลที่ Meta รวมไว้มีตั้งแต่การเลื่อนฟีดของผู้ใช้ ความชอบเนื้อหา การช้อปปิ้งออนไลน์ อารมณ์และความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้ใช้ที่สะสมมานานกว่า 10-15 ปี

แฟ้มภาพ Manus อีก AI ที่ Meta ลงทุน
ล่าสุด Muse Spark โมเดลใหม่จาก Meta Superintelligence Labs นั้นเพิ่มแจ้งเกิดเมื่อต้นเดือนเมษายน 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเพราะโมเดลนี้ถูกสร้างมาเพื่อตอบความต้องการแต่ละคนหรือ “personal superintelligence” โดยเฉพาะ เน้นการเข้าใจผู้ใช้จริงผ่านพฤติกรรมบนแพลตฟอร์ม Meta ช่วยสร้างคอนเทนต์ โฆษณา แนะนำสินค้า และวางแผนการเดินทางได้อย่างเป็นธรรมชาติ

การวิเคราะห์พบว่า Muse Spark แข็งแกร่งในด้านภาพ วิดีโอ สุขภาพ และการช้อปปิ้ง ซึ่งตรงกับพฤติกรรมผู้ใช้ไทยที่ใช้ IG และ FB หนักมากสำหรับธุรกิจและคอนเทนต์

Google มีคลังความรู้จาก Search, Gmail, Maps และโดยเฉพาะ YouTube ซึ่งเป็นแหล่งวิดีโอและเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก Gemini จึงเก่งเรื่องเข้าใจบริบทซับซ้อน
สำหรับนักการตลาดและ SME ไทยแล้ว นี่คือโอกาสทอง เพราะ Meta AI กำลังผสานเข้ากับเครื่องมือโฆษณา ช่วยลดต้นทุนและสร้างผลลัพท์ได้เร็วขึ้น เพราะในยุคที่ทุกแบรนด์ต้องทำคอนเทนต์ทุกวัน ข้อมูลส่วนตัวจากผู้ใช้หลายพันล้านคนคือสิ่งที่ OpenAI หรือ Anthropic ยากจะมี

***Google คุมคลังเสียง-วิดีโอ

หันมาทางด้าน Google ความเด่นของ Gemini ก็เด็ดไม่แพ้กันเพราะ Google มีคลังความรู้จาก Search, Gmail, Maps และโดยเฉพาะ YouTube ซึ่งเป็นแหล่งวิดีโอและเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก Gemini จึงเก่งเรื่องเข้าใจบริบทซับซ้อน ขั้นตอนละเอียด และ multimodal ที่ผสมทั้งข้อความ text วิดีโอ และเสียง ทั้งหารสรุปคลิปยาว วางแผนธุรกิจ หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ ก็ทำได้ลึกซึ้ง

ในภาพรวม ตลาด AI ครึ่งแรกปี 2026 นั้นมีผู้ชนะหลายรายแตกต่างไปในแต่ละด้าน โดย AI ที่ถูกยกย่องว่าเก่งกาจด้านโซเชียล การตลาด และคอนเทนต์ คือ Meta ซึ่ง Muse Spark และ Meta AI นั้นกำลังได้รับความนิยมร้อนแรง เพราะผสานกับแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้ทุกวัน ช่วยธุรกิจสร้างโฆษณาและ engage กับลูกค้าได้ดีเยี่ยม

 Meta AI กำลังผสานเข้ากับเครื่องมือโฆษณา ช่วยลดต้นทุนและสร้างผลลัพท์ได้เร็วขึ้น
หากเป็น AI ด้านองค์กร ความปลอดภัย และงานซับซ้อน หลายคนยกให้ Claude จาก Anthropic ซึ่งยังครองใจคนทำงานในแวดวงธุรกิจ โดยเฉพาะบน AWS Bedrock มีลูกค้ารายใหญ่กว่า 100,000 ราย พร้อมจุดเด่นเรื่องความปลอดภัย ประสิทธิภาพสูง และมีความสามารถด้าน coding

ด้าน AI อเนกประสงค์ ความรู้ และช่วยการทำงาน productivity เสียงไม่น้อยยกให้ Google Gemini และ Microsoft Copilot ที่แข็งแกร่ง โดย Gemini เติบโตเร็วจากการมีอีโคซิสเต็มแข็งแกร่ง ซึ่งข้อมูลจาก firstpagesage พบว่าในขณะที่ ChatGPT เป็นแชมป์นำตลาดเอนจิ้น AI แชตบอททั่วไปของสหรัฐฯ ด้วยส่วนแบ่งราว 60% ตัวตึงอย่าง Gemini นั้นพุ่งขึ้นเป็นอันดับ 2 ของตาราง

สำหรับเอนจิ้น AI อันดับรองลงมา คือ Microsoft Copilot, Perplexity, Claude AI ซึ่งเกาะกลุ่มท็อป 5 ของ AI ที่ชาวอเมริกันคุยด้วยมากที่สุด โดยอันดับ 6 คือ Grok อันดับ 7 คือ Deepseek อันดับ 8 คือ Brave Leo AI อันดับ 9 คือ Komo และอันดับ 10 คือ Andi.