xs
xsm
sm
md
lg

Saviynt ปรับทัพลุย APJ ระอุศึกตลาด Identity Security คึกคัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Saviynt ประกาศแต่งตั้ง Tim Wedande เป็น Field CTO ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (APJ) เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ Identity Security และเร่งการนำ Identity Cloud ไปใช้ในองค์กรทั่วภูมิภาค
ซาวีนท์ (Saviynt) ดึง "ทิม เวดันเด" (Tim Wedande) นั่งตำแหน่ง Field CTO คุมตลาดเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น หวังชิงส่วนแบ่งตลาด Identity Security ศึกระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่เน้นการควบคุมและปกป้องตัวตนของผู้ใช้งาน อุปกรณ์ และระบบต่าง ๆ ที่กำลังขยายตัวในขณะนี้

การปรับทีมของ Saviynt เกิดขึ้นในช่วงที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ และองค์กรทั่วเอเชียต่างเร่งปรับตัวรับมือกับยุค AI สำหรับ Saviynt นั้นวางจุดยืนเป็นบริษัทด้าน Identity Security ขณะที่ ทิม เวดันเด ที่ขึ้นนั่งตำแหน่ง Field Chief Technology Officer ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น นั้นมีฐานทำงานอยู่ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย มีประสบการณ์ในแวดวงความปลอดภัยไซเบอร์มาไม่ต่ำกว่า 20 ปี

ก่อนหน้านี้ เวดันเดดำรงตำแหน่ง Partner ที่ EY ซึ่งรับผิดชอบให้คำปรึกษาแก่องค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบเข้มงวด ทั้งภาคการเงิน สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อยกระดับระบบ Identity ให้มีความยืดหยุ่นและรองรับการเติบโตในระยะยาว

ในบทบาทใหม่นี้ เวดันเดจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างทีมวิศวกรรมของ Saviynt กับลูกค้าและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ทั่วภูมิภาค พร้อมขับเคลื่อนการนำระบบ Identity Cloud ของบริษัทไปใช้งานจริงในองค์กร โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องและวัดผลได้

Tim Wedande ผู้ที่ Saviynt ประกาศแต่งตั้งเป็น Field CTO ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น (APJ) เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ Identity Security และเร่งการนำ Identity Cloud ไปใช้ในองค์กรทั่วภูมิภาค
อเล็กซ์ เล่ย์ (Alex Lei) รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาค APJ ของ Saviynt มองว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างมาก โดยกล่าวถึงเวดันเดว่าเป็น "ผู้เชี่ยวชาญที่มีแนวคิดมุ่งเน้นความสำเร็จของลูกค้าเป็นสำคัญ" ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ Saviynt สร้างฐานที่มั่นในตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขันแห่งนี้ได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

หากมองภาพรวมในตลาด Identity and Access Management (IAM) ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่ากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจน ผลการวิจัยในอุตสาหกรรมหลายสำนักต่างชี้ตรงกันว่า มูลค่าตลาด IAM ในภูมิภาคนี้อาจพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัวภายในปี 2573 บนแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่เร่งตัวขึ้นหลังยุคโควิด การเปิดรับกลยุทธ์ Cloud-First ของภาคองค์กร และกฎระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยข้อมูลที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ

เวดันเดมีมุมมองภาพนี้ตรงกัน โดยเชื่อว่าระบบ Identity ได้เปลี่ยนสถานะจาก "เครื่องมือด้าน IT" มาเป็น "ศูนย์กลางการควบคุมเชิงกลยุทธ์ (Strategic Control Plane)" ที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและขยายขอบเขตความเสี่ยงออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง

"นี่คือจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการวาง Identity ให้เป็นหัวใจของสถาปัตยกรรมความปลอดภัย" เวดันเดทิ้งท้าย "องค์กรที่ทำได้ก่อนจะได้เปรียบอย่างมหาศาล ทั้งในแง่ความปลอดภัยและความคล่องตัวในการนำนวัตกรรมมาใช้".