โจทย์ร้อน 'ไชยชนก' ปมต่ออายุซีอีโอ NT ยันเกษียณ บอร์ดรอ สคร. ชี้ข้อกฎหมาย ท่ามกลางแรงกดดันผลงานองค์กร รายได้เดิมหาย จ่อหั่นงบลงทุน สหภาพจี้อุทธรณ์แต้มโบนัส 1 เดือน
น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงกรณีการพิจารณาตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยตามหลักการถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริษัท หรือบอร์ด NT ในการพิจารณาและตัดสินใจ อย่างไรก็ดี การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และต้องไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ
ทั้งนี้ น.ส.แนน กล่าวว่า หลังได้รับมอบหมายจาก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ให้กำกับดูแล NT จะติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการพิจารณาเรื่องตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ NT ไม่ได้มีน้ำหนักอยู่เพียงประเด็นข้อกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมถึงทิศทางการวางแผนธุรกิจในระยะต่อไป ท่ามกลางคำถามว่า NT สามารถสร้างการเติบโตและกำไรอย่างยั่งยืนได้มากน้อยเพียงใด ตลอดจนมีแผนหารายได้ใหม่มาทดแทนรายได้เดิมที่หายไปอย่างเป็นรูปธรรมแล้วหรือไม่
"เรื่องนี้ได้มีการหารือกับบอร์ด NT แล้ว และได้รับทราบรายงานเบื้องต้นว่า เหตุผลที่อาจต้องมีการพิจารณาแนวทางให้ดำรงตำแหน่งต่อหรือบริหารตำแหน่งในช่วงรอยต่อ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาและกระบวนการสรรหาที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือบอร์ด NT ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตัดสินใจทั้งหมด ทั้งในด้านความถูกต้องตามกฎหมาย ความเหมาะสมของกระบวนการ และผลกระทบต่อการบริหารงานขององค์กร" น.ส.แนน กล่าว
◉ เคลียร์ทางนั่งยาว
ด้าน นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ในฐานะประธานบอร์ด NT กล่าวว่า บอร์ด NT ได้หารือเรื่องดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 21 เม.ย.69 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบระเบียบบริษัท ข้อกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่า พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT คนปัจจุบันจะสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนถึงเกษียณอายุได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน คือ การดำเนินการดังกล่าวจะขัดต่อกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) หรือไม่ โดยหากฝ่ายกฎหมายเห็นว่าไม่ขัดต่อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง บอร์ดก็สามารถพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งต่อไปตามกรอบที่ทำได้ อย่างไรก็ตาม ทุกขั้นตอนยังต้องผ่านกระบวนการประเมินและการพิจารณาอย่างรอบคอบ
นายพชร กล่าวว่า เหตุผลสำคัญที่บอร์ดต้องพิจารณาแนวทางดังกล่าว เนื่องจาก พ.อ.สรรพชัยย์ จะครบวาระในเดือน ก.ค.69 และจะเกษียณอายุในเดือน ก.ย.69 ขณะที่กระบวนการสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ NT คนใหม่ต้องใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งอาจไม่ทันต่อช่วงเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ดังนั้น การเปิดสรรหาในขณะนี้ หรือเปิดสรรหาหลัง พ.อ.สรรพชัยย์ เกษียณอายุ จึงแทบไม่ต่างกันในเชิงกระบวนการ แต่โจทย์สำคัญของบอร์ดคือการหาทางบริหารตำแหน่งในช่วงรอยต่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่กระทบต่อความต่อเนื่องในการบริหาร NT
"การพิจารณาเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่บอร์ด NT เพิ่งมีการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบ และมีกรรมการบางส่วนครบวาระ ขณะเดียวกัน ปลัดกระทรวงดีอีก็เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน และในช่วงแรกมีภารกิจเร่งด่วนหลายเรื่อง จึงต้องให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน ขณะเดียวกัน บอร์ดยังเห็นว่า การให้รองกรรมการผู้จัดการใหญ่รักษาการแทนอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม ส่วนแนวทางให้กรรมการบริษัทเข้ามารักษาการนั้น ได้มีการหารือกันแล้ว แต่ไม่มีกรรมการคนใดต้องการรับหน้าที่ดังกล่าว เนื่องจากเป็นภาระสูง ใช้เวลา และมีความเสี่ยงด้านความรับผิดชอบ โดยบอร์ดจะมีการหารือกันอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ค.69" นายพชร กล่าว
นอกจากนี้ บอร์ด NT เตรียมจัดประชุมพิเศษในวันที่ 6 พ.ค.69 เพื่อพิจารณางบลงทุนของบริษัทให้สอดคล้องกับการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัวชัดเจน การคงระดับการลงทุนไว้เท่าเดิมจึงอาจไม่เหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน ดังนั้น บอร์ดจึงเห็นว่างบลงทุนของ NT จำเป็นต้องปรับลดและปรับให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงกรอบงบประมาณของประเทศ
◉ ปั๊มรายได้กลบขาดทุน
ขณะที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า NT อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ หลังปี 68 ไม่มีรายได้ระดับหมื่นล้านบาทจากการเป็นพันธมิตรกับ AIS และ TRUE เหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถรักษากำไรไว้ได้ 1,900 ล้านบาท จากรายได้รวมกว่า 55,000 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่าย การบริหารระบบหลังบ้าน โดยเฉพาะ ERP ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงไม่มีต้นทุนพิเศษจากคดีความเข้ามากระทบผลประกอบการ
ส่วนปี 69 ถือเป็นปีท้าทาย โดยคาดว่าจะขาดทุนตามแผนประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท จากการไม่มีรายได้พันธมิตรโมบายล์ และค่าใช้จ่ายจากโครงการเกษียณก่อนกำหนด ขณะที่บริษัทเตรียมงบลงทุน 4,900 ล้านบาท โดยประมาณ 30% จะมุ่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานฟิกซ์ โมบายล์ และบรอดแบนด์ เพื่อสร้างรายได้หลักใหม่ทดแทนรายได้เดิม
นอกจากนี้ NT ยังเร่งต่อยอดธุรกิจดิจิทัล ทั้งคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ดิจิทัลโซลูชัน และดาวเทียมวงโคจรต่ำ หรือ LEO ซึ่งมีเอกชนสนใจเจรจาไม่ต่ำกว่า 5 ราย และคาดว่าจะมีพันธมิตรติดตั้ง Gateway เพิ่มอีก 2-3 รายภายในสิ้นปีนี้ ควบคู่กับการผลักดันอธิปไตยทางข้อมูลให้การประมวลผลข้อมูลภาครัฐเกิดขึ้นภายในประเทศ
สำหรับทิศทางระยะต่อไป NT จะวางบทบาทเป็น Neutral Infrastructure Provider หรือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานกลางที่เป็นกลาง ผ่านการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เช่น Single Last Mile และท่อร้อยสายใต้ดิน เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการลงทุน โดยแม้บริษัทประเมินว่าผลประกอบการอาจติดลบในปี 69-70 แต่จากการเร่งสร้างรายได้ใหม่และลดต้นทุน คาดว่าจะกลับมามีกำไรได้ภายในปี 71
◉ จี้อุทธรณ์แต้มโบนัส
ด้านหนึ่ง สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ สร.ทช. ได้ติดตามประเด็นผลประกอบการและสิทธิประโยชน์ของพนักงาน NT อย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 21 เม.ย.69 นายเชิดชัย กัลยาวุฒิพงศ์ ประธานและกรรมการ สร.ทช. ได้เข้าพบกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหาร NT เพื่อหารือในประเด็นที่สมาชิกและพนักงานให้ความสนใจ โดยเฉพาะการจ่ายโบนัสประจำปี หลังผลการดำเนินงานปี 68 ของ NT มีกำไร 3,003 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากผลคะแนนการประเมินองค์กรอย่างไม่เป็นทางการของ สคร. ซึ่ง NT ได้ 2.997 คะแนน ส่งผลให้พนักงานอาจได้รับโบนัสประมาณ 4 วัน ขณะที่หากผลประเมินองค์กรอยู่ที่ 3.000 คะแนนขึ้นไป จะทำให้พนักงานได้รับโบนัส 1 เดือน โดยคะแนนดังกล่าวขาดไปเพียง 0.003 คะแนน ดังนั้น สร.ทช. จึงขอให้ NT พิจารณาอุทธรณ์ผลคะแนนประเมินองค์กร เพื่อให้ผลประเมินอย่างเป็นทางการจาก สคร. อยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 3.000 คะแนน
นอกจากนี้ สร.ทช. ยังเสนอให้ NT พิจารณาปรับเพิ่มกรอบการขึ้นเงินเดือนประจำปี 68 จากกรอบวงเงิน 5.5% เป็น 7.5% รวมถึงขอให้เลื่อนการประเมินการขึ้นเงินเดือนพนักงานในรูปแบบ Force Ranking ออกไปก่อน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรจนสามารถรักษาผลประกอบการให้มีกำไรได้ในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหาร NT ได้รับข้อเสนอของ สร.ทช. ไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม โดยสหภาพจะติดตามความคืบหน้าและรายงานให้สมาชิกทราบต่อไป


