xs
xsm
sm
md
lg

ฉางอันระฆังทอง Changan Golden Bell แบต EV ใหม่ใช้ AI กันภัย ชาร์จครั้งเดียวฉลุย 1,500 กม.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เกาะติด Changan Golden Bell หรือ 金钟罩 (จินจงจาว) แบตเตอรี่สถานะแข็งเต็มรูปแบบ (All-Solid-State Battery) ของบริษัทฉางอัน Changan Automobile จากจีน ซึ่งพัฒนาเป็นแบรนด์แบตเตอรี่ของตัวเอง และเปิดตัวครั้งแรกปี 2023

จุดเด่นที่น่าตื่นเต้นที่สุด คือการแคลมระยะทางวิ่งกว่า 1,500 กม. ต่อการชาร์จครั้งเดียว (ตามมาตรฐาน CLTC) จบปัญหาความกังวลเรื่องระยะทาง โดยมีความหนาแน่นพลังงาน 400 Wh/kg ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไป

ระฆังทองของฉางอันยังถูกเคลมว่าปลอดภัยกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปถึง 70% มีการใช้ AI ตรวจสอบได้จากระยะไกล ทำให้ไม่เกิดไฟไหม้ง่าย คาดว่าจะเริ่มติดตั้งทดสอบในรถจริงและหุ่นยนต์ ไตรมาส 3 ปี 2026 และผลิตจำนวนมากปี 2027

***แบตใหม่ดันรถ Changan วิ่งไกลเป็นประวัติการณ์

กระแสแบตเตอรี่ Changan All-Solid-State Golden Bell นั้นร้อนแรงในโลกของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่การแข่งขันด้านแบตเตอรี่เข้มข้นขึ้นทุกวัน โดย Changan Automobile ผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของจีน กำลังก้าวขึ้นมาอย่างโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่สถานะแข็ง (All-Solid-State Battery) รุ่น Golden Bell หรือ 金钟罩 (Jīn Zhōng Zhào) ซึ่งแปลได้ว่า “ระฆังทองคำ” หรือ “กระดิ่งทอง” โดยวางเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนเกมด้วยระยะทางวิ่งไกลเป็นประวัติการณ์ ความปลอดภัยสูง และการผลิตในวงกว้างในอนาคตอันใกล้


ก่อนหน้านี้ Changan เปิดตัวแบรนด์แบตเตอรี่ Golden Bell เป็นครั้งแรกในงาน Guangzhou Auto Show ปี 2023 โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาแบตเตอรี่ 8 รุ่นที่ครอบคลุมทั้งแบบ liquid, semi-solid และ all-solid-state เพื่อแก้ปัญหาหลักของผู้ใช้ EV เรื่องพลังงาน ความเร็วในการชาร์จ อายุการใช้งาน และความปลอดภัย โดยเฉพาะในสภาพอากาศหนาวเย็น

โปรเจ็กต์ “Golden Bell” ถูกพัฒนาเป็นแบรนด์ย่อยภายใต้ชื่อ Jingzhongzhao โดย Changan มุ่งเน้นเทคโนโลยี oxide-based composite solid electrolyte ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Tailan New Energy

สเปกและจุดเด่นหลัก (ข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2026) คือความหนาแน่นพลังงาน: 400 Wh/kg (บางแหล่งระบุช่วง 350-500 Wh/kg) ซึ่งสูงกว่ากระแสหลักของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในปัจจุบันมาก ทำให้สามารถลดน้ำหนักแบตเตอรี่ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในส่วนระยะทางวิ่ง สถิติที่ทำได้เกิน 1,500 กิโลเมตร (ประมาณ 932 ไมล์) ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC ของจีน) นั้นถือเป็นการ “ยุติความกังวลเรื่องระยะทาง” (range anxiety) อย่างแท้จริง


ด้านความปลอดภัย Changan อ้างว่าแบต EV ใหม่แบบแข็งมีความปลอดภัยกว่าแบตเตอรี่เหลวทั่วไปถึง 70% ด้วยระบบ AI remote diagnostics และการตรวจสอบระยะไกล นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบสุดโหด เช่น การเจาะทะลุ (nail penetration) โดยไม่เกิดไฟไหม้หรือระเบิด

คุณสมบัติอื่นๆคือการรองรับการชาร์จเร็ว อัตราการคายประจุสูง เหมาะกับการขับขี่สมรรถนะสูง (เช่น เร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาไม่ถึง 4 วินาที) และมีประสิทธิภาพดีในสภาพอากาศต่ำ

***จุดพลุไตรมาส 3 ปี 2026


สำหรับไทม์ไลน์การพัฒนาและการผลิต พบว่าปลายปี 2025 นั้นมีการโชว์ต้นแบบ functional prototype ซึ่งไตรมาส 3 ปี 2026 บริษัทวางแผนเริ่มติดตั้งและทดสอบในยานพาหนะจริง (EV) และหุ่นยนต์ (robotics platforms) เพื่อเก็บข้อมูลจริงและปรับปรุงระบบ

สำหรับปี 2027 บริษัทหวังจะเริ่มผลิตจำนวนมาก (mass production) และนำไปใช้ในรถยนต์รุ่นผลิตจริง



เบื้องต้น Changan ยืนยันในแถลงการณ์ต่อตลาดหุ้น Shenzhen เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ว่าโครงการดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยจะเริ่มทดสอบในรถและหุ่นยนต์ก่อนไตรมาส 3 ปีนี้

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในวันที่ Changan ไม่ใช่ผู้เล่นรายเดียวที่ไล่ล่าเทคโนโลยี solid-state แต่การประกาศ timeline ที่ชัดเจนนี้ทำให้บริษัทอยู่ในกลุ่มผู้นำควบคู่กับคู่แข่งอย่าง GAC, Dongfeng, BYD และ CATL ซึ่งเป็นกองทัพบริษัทจีนที่กำลังเร่งนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบลิเธียมและเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแบตเตอรี่ใหม่ยังมีความท้าทายสูง เช่น ต้นทุนการผลิต ความเสถียรในระยะยาว และโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่รองรับ แต่ Changan มั่นใจว่าการใช้ AI ในการตรวจสอบ จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

ไม่ว่าอย่างไร หาก Golden Bell ประสบความสำเร็จ รถยนต์ Changan รุ่นอนาคต รวมถึงแบรนด์ย่อยอย่าง Deepal, Avatr หรือ Nevo อาจกลายเป็นรถ EV ที่มีระยะทางไกลที่สุดในตลาด ราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น และความปลอดภัยระดับสูง ซึ่งจะเร่งการเปลี่ยนผ่านจากรถสันดาปไปสู่ไฟฟ้าในจีนและตลาดส่งออก

สำหรับผู้บริโภค พัฒนาการของแบตเตอรี่ใหม่ย่อมหมายถึงการเดินทางไกลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จบ่อยๆ และความมั่นใจในความปลอดภัยที่สูงขึ้น ในยุค EV ที่ไร้ขีดจำกัดมากกว่าเดิม.