หลังผู้บริโภคเริ่มคุ้นชินกับคอนเทนต์แนวตั้งจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ต่อเนื่องมาถึงการรับชม ‘ซีรีส์แนวตั้ง’ ที่กำลังเข้ามาช่วงชิงเวลาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนจากแพลตฟอร์มใหญ่ ด้วยการนำเสนอทั้งคุณภาพ และการดึงดูดผู้ชมให้ติดตามของซีรีส์แนวตั้ง จนเกิดการรับชมต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 35 นาทีในแต่ละวัน
จนกลายเป็นเทรนด์การรับชมซีรีส์แนวตั้ง ที่ผู้ชมพร้อมที่จะจ่ายเพื่อรับชมตอนต่อไป หลังจากที่โดนตกให้รับชมตอนฟรี ในลักษณะของโมเดลการตลาดแบบฟรีเมียม ผ่านแพลตฟอร์มเฉพาะ ไม่ใช่การรับชมผ่านโซเชียลมีเดียอีกต่อไป จนเป็นที่มาของความร่วมมือครั้งแรกของโลกระหว่างผู้พัฒนาแพลตฟอร์มอย่าง ReelShort กับผู้ให้บริการโทรคมนาคมอย่าง AIS ที่เห็นถึงกระแสความนิยมในไทย
เลิศชัย กดทรัพย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจโมบาย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ให้ข้อมูลว่า หลังจากที่ AIS มีการยกระดับเครือข่ายจาก Network Intelligence ไปสู่ Digital Intelligence ทำให้พบว่าปัจจุบัน 80% ของลูกค้า AIS ใช้งานดาต้าเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม ได้เปลี่ยนหน้าที่เป็น “ตัวกลางในการส่งผ่านประสบการณ์ชีวิต” สู่ลูกค้าในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น Smart Living, Financial Solution, Gaming รวมถึงในฝั่งของ Entertainment เพราะจากข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้พบว่า ในช่วงที่ผ่านมาซีรีส์แนวตั้งมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ
ในปี 2024 มีลูกค้า AIS จำนวนสูงถึง 6 ล้านราย และเติบโตสู่ 9 ล้านราย ในปี 2025 ที่เข้าไปรับชมคอนเทนต์ประเภทซีรีส์แนวตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการดูเป็นประจำ หรือดูเป็นครั้งคราว ตัวเลขระดับนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Vertical Short Drama ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทยไปแล้ว
ReelShort เจาะตลาดไทย
ยาเปิง หนาน รองประธานกรรมการ บริษัท เครซี่ เมเปิลสตูดิโอ ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ReelShort กล่าวว่า การเป็น ซีรีส์แนวตั้ง ที่ให้บริการ Verticaltainment จะถูกวางจุดยืนอย่างชัดเจนในฐานะผู้ให้บริการเนื้อหาระดับพรีเมียมที่มีการลงทุนด้านโปรดักชันอย่างจริงจัง มีนักแสดงมืออาชีพ มีผู้กำกับ และมีเส้นเรื่อง (Storyline) ที่เข้มข้นไม่แพ้ละครโทรทัศน์
จุดเด่นที่ทำให้ซีรีส์แนวตั้งทรงพลังคือ "ความกระชับและจังหวะการเล่าเรื่อง" ซีรีส์หนึ่งเรื่องจะถูกซอยย่อยออกเป็น 60-100 ตอน โดยมีความยาวเพียงตอนละ 1-2 นาทีเท่านั้น การออกแบบโครงสร้างเนื้อหาเช่นนี้ถูกคิดมาอย่างแยบยลเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรม "Mobile First" ผู้ชมสามารถหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมารับชมได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างรอรถไฟฟ้า พักดื่มกาแฟ หรือช่วงพักเที่ยง โดยไม่ต้องรู้สึกกังวลว่าจะดูไม่จบตอน
ข้อมูลเชิงสถิติจากทาง ReelShort ระบุว่า ปัจจุบันผู้ใช้งานใช้เวลารับชมคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มเฉลี่ยสูงถึง 35 นาทีต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนพฤติกรรม "ติด" ได้เป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มสตรีมมิงซีรีส์อย่าง Netflixมียอดการรับชมเฉลี่ยบนมือถือประมาณ 20 นาที และ YouTube อยู่ที่ประมาณ 90 นาที
ในมุมของการแข่งขันระดับโลก แม้ปัจจุบันจะมีแอปพลิเคชันให้บริการซีรีส์แนวตั้งเกิดขึ้นนับร้อยแอป แต่ตลาดนี้กลับถูกครอบครองโดยกลุ่มผู้นำ (Top-tier) เพียง 3 ราย โดย ReelShort นับเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้งนอกประเทศจีน ที่ได้รับความนิยมจากสัดส่วนการรับชมในสหรัฐฯ มากกว่า 50% และมียอดผู้ใช้งานเป็นประจำทุกเดือนกว่า 80 ล้านรายทั่วโลก และกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผู้บริหาร ReelShort ระบุว่า การเลือกประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญ และเป็นแห่งแรกในโลกที่จับมือกับบริษัทโทรคมนาคม มาจากการที่มองเห็นศักยภาพอันมหาศาลของตลาดไทย ทั้งในแง่ของอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบนมือถือ และพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่ยินดีจ่ายเงินเพื่อแลกกับการรับชมคอนเทนต์ระดับพรีเมียม
ข้อได้เปรียบของอุตสาหกรรมคือ ซีรีส์ความยาว 60-100 ตอน ใช้เวลาถ่ายทำและตัดต่อเพียง 1-2 สัปดาห์เท่านั้น ทำให้แพลตฟอร์มสามารถพลิกแพลงเนื้อหา จับกระแสสังคม และตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นสิ่งที่โปรดักชันซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ใช้เวลาสร้างนานเป็นปีไม่สามารถทำได้
เลิศชัย ให้ข้อมูลเพิ่มถึงการทำแพ็กเกจพิเศษร่วมกับ ReelShort ที่ไม่ใช่เป็นแค่แพ็กเกจเสริมเพื่อความบันเทิง แต่คือการออกแบบโครงสร้างราคาใหม่ในลักษณะ Subscription Bundle ที่รวมเอาแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้ากับการเป็นสมาชิก ReelShort ทำให้ต้นทุนในการเข้าถึงคอนเทนต์พรีเมียมของผู้บริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สามารถรับชมซีรีส์ได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการกดซื้อเหรียญทีละตอนอีกต่อไป
โดยรูปแบบแพ็กเกจจะมีทั้งรายวันพร้อมเน็ตไม่จำกัดความเร็ว 4 Mbps ที่วันละ 37 บาท หรือรายสัปดาห์ 240 บาท และยังมีแพ็กเสริมสำหรับลูกค้าที่มีโปรอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว สามารถสมัครรับชม ReelShort รายเดือนในราคาเดือนละ 39 บาท จากปกติ 599 บาท
ปัจจุบัน ReelShort มีคลังคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มกว่า 4,000 เรื่อง ปัจจุบันได้รับการใส่บรรยายไทยแล้วกว่า 3,000 เรื่อง และมีพากย์ไทยพร้อมให้บริการกว่า 300 เรื่อง ที่สำคัญคือคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซีรีส์จากฝั่งเอเชีย แต่ยังมีซีรีส์ระดับฮอลลีวูดที่บริษัทมีสตูดิโอจากสหรัฐฯ ซึ่งสามารถป้อนคอนเทนต์ใหม่ๆ ได้ถึง 300-400 เรื่องต่อปี เนื้อหาครอบคลุมผู้ชมทุกกลุ่มตั้งแต่วัยรุ่นอายุ 20 ปี ไปจนถึงผู้สูงวัยอายุ 60 ปี
นอกจากนี้ ReelShort ยังมีแผนในการสร้าง "Thai Original Content" ที่จะเข้าไปพูดคุยกับโปรดักชันเฮาส์และนักแสดงชาวไทย เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์ม และรูปแบบการทำธุรกิจมาผนวกกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย ซึ่งอาจรวมถึงการสร้างโปรเจกต์พิเศษที่นำนักแสดงไทยไปร่วมงานกับนักแสดงฮอลลีวูดในอนาคต


