เพียงไม่นานหลังกรมประมงเปิดตัวแอปพลิเคชัน "Thailand FishAI" อย่างเป็นทางการ แอปพลิเคชันโมบายที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยจำแนกชนิดปลาและสัตว์น้ำจากภาพถ่ายบนสมาร์ทโฟน ก็กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตแห่รีวิวและวิจารณ์กันสนั่นถึงงบประมาณที่ลือกันว่าสูงถึง 9 ล้านบาท
กรมประมงเปิดตัว Thailand FishAI อย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ย้ำว่าแอปนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี AI มาจำแนกชนิดปลาและสัตว์น้ำเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ โดยอาศัยฐานข้อมูล Big Data ของกรมประมงที่มีข้อมูลสัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำกว่า 2,000 ชนิด ผู้ใช้เพียงถ่ายภาพด้วยกล้องโทรศัพท์ แอปก็จะวิเคราะห์และบอกชนิดปลาได้ในชั่วพริบตา
เป้าหมายหลักของแอปคือช่วยเหลือชาวประมง นักวิชาการ นักศึกษาที่สนใจด้านสัตว์น้ำ รวมถึงประชาชนทั่วไปในการระบุชนิดปลาได้สะดวก รวดเร็ว ลดปัญหาการขาดเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในการจำแนกตามอนุกรมวิธานแบบดั้งเดิม ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม หลังเปิดตัวและเผยแพร่ให้ดาวน์โหลดได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ความคาดหวังกลับกลายเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่สำหรับผู้ใช้งานจำนวนมาก ชาวเน็ตและผู้ใช้จริงแห่ลงรีวิวและแชร์ประสบการณ์ในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบน Facebook และ Instagram ด้วยแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับแอปนี้
จุดเด่นที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุดคือความแม่นยำที่ต่ำเกินคาด หลายคนลองถ่ายภาพปลาในตู้เลี้ยงของตัวเอง ปลาที่จับได้จากตลาด หรือแม้แต่ภาพปาท่องโก๋ แต่แอปกลับให้ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดอย่างมาก
หลายโพสต์พบว่าภาพปลานิลตัวโตถูกจำแนกเป็นปลาคาร์ปที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง หรือบางครั้งให้ผลลัพธ์ที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง เช่นภาพปาท่องโก๋ที่ถูกแสดงผลลัพท์เป็นปลาทอง
โพสต์รีวิวเหล่านี้ตั้งคำถามถึงความผิดพลาดถึงโมเดล AI ที่ใช้พัฒนา งบประมาณที่ใช้ในการสร้างแอป รวมถึงความพร้อมของฐานข้อมูล ซึ่งในทางเทคนิก พบว่า AI สำหรับการจำแนกภาพ (Image Classification) ต้องการข้อมูลการฝึก (Training Data) คุณภาพสูงและปริมาณมาก โดยเฉพาะภาพปลาในมุมต่าง ๆ แสง สภาพแวดล้อมที่หลากหลาย หากฐานข้อมูลยังไม่ครอบคลุมหรือโมเดลยังไม่ได้รับการเทรนอย่างเพียงพอ ก็อาจเกิด “hallucination” หรือการคาดเดาที่ผิดพลาดได้ง่าย
ขณะนี้ กรมประมง ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการตอบโต้ดราม่าดังกล่าวในช่วงแรก แต่จากข้อมูลเบื้องต้น แอปนี้ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาและเปิดตัวเพื่อเก็บ feedback จากผู้ใช้จริง เพื่อนำไปปรับปรุงต่อไป ซึ่งเป็นแนวทางปกติของการพัฒนาเทคโนโลยีรัฐ
ที่สุดแล้ว ดราม่าแอป Thailand FishAI สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการนำ AI มาใช้ในภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนอย่างการจำแนกชีววิทยา แม้จะมีเจตนาดีเพื่อยกระดับการประมงไทยสู่ "Smart Fisheries” แต่หากขั้นตอนการพัฒนาและการทดสอบยังไม่รัดกุม ก็อาจกลายเป็นดราม่า ที่องค์กรภาครัฐต้องจดจำไปอีกนาน
ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังติดตามว่า กรมประมงจะปรับปรุงแอปอย่างไร ว่าจะเพิ่มข้อมูลการฝึก AI เพิ่มเติม เพิ่มฟังก์ชันให้ผู้ใช้ส่ง feedback เพื่อช่วยเทรนโมเดล หรือจะมีเวอร์ชันอัปเดตเร็ว ๆ นี้หรือไม่
สำหรับประชาชนและชาวประมงที่สนใจ แอป Thailand FishAI ยังคงดาวน์โหลดได้ที่ Play Store


