สำนักงานสถิติแห่งชาติ จับชีพจรก่อสร้างปี 68 ส่งสัญญาณชะลอ ลงทุนใหม่เริ่มแผ่ว อาคารโรงเรือนร่วงต่อ ภาคกลางยังยืนหนึ่ง บางโครงการโตสวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา
ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า การประมวลข้อมูลพื้นที่การก่อสร้างเป็นโครงการที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเก็บรวบรวมข้อมูลจากทะเบียนผู้ขออนุญาตก่อสร้างใหม่ รวมถึงการต่อเติมหรือดัดแปลงสิ่งก่อสร้าง ทั้งประเภทอาคารโรงเรือนและสิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่อาคารโรงเรือน โดยใช้ข้อมูลจากหน่วยงานผู้ให้อนุญาตก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ได้แก่ สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผลการประมวลพื้นที่การก่อสร้าง พ.ศ. 2568 สะท้อนภาพรวมการขออนุญาตก่อสร้างทั่วประเทศที่ยังมีปริมาณสูง แต่หลายหมวดเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอาคารโรงเรือนและสิ่งก่อสร้างบางประเภท
สำหรับปี 2568 มีผู้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างใหม่ รวมถึงต่อเติมหรือดัดแปลงสิ่งก่อสร้าง ทั้งที่เป็นอาคารโรงเรือนและไม่ใช่อาคารโรงเรือน รวมทั้งสิ้น 189,974 ราย โดยเมื่อจำแนกตามพื้นที่ พบว่า ภาคกลางมีจำนวนผู้ได้รับอนุญาตสูงสุด 49,710 ราย รองลงมา ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 40,717 ราย ภาคใต้ 33,429 ราย ภาคเหนือ 32,033 ราย ปริมณฑล 25,113 ราย และกรุงเทพมหานคร 8,972 ราย ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาจำนวนสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด 241,255 แห่ง พบว่า ภาคกลางยังเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนสิ่งก่อสร้างได้รับอนุญาตสูงสุด 67,886 แห่ง รองลงมาเป็นภาคใต้ 43,228 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 42,826 แห่ง ปริมณฑล 39,559 แห่ง ภาคเหนือ 35,386 แห่ง และกรุงเทพมหานคร 12,370 แห่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของการขออนุญาตก่อสร้างอาคารโรงเรือนในช่วงปี 2558–2568 พบว่า จำนวนผู้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารโรงเรือนเคยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ก่อนจะเริ่มปรับลดลงต่อเนื่องในระยะหลัง โดยในปี 2568 จำนวนผู้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารโรงเรือนลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะเดียวกัน จำนวนอาคารโรงเรือนที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา เคยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน แต่ในช่วงปี 2566–2568 กลับมีแนวโน้มลดลง โดยปี 2568 จำนวนอาคารโรงเรือนที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างลดลง 8.6% เมื่อเทียบกับปี 2567
นอกจากนี้ พื้นที่อาคารโรงเรือนที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างมีแนวโน้มทรงตัวตั้งแต่ปี 2559–2566 แต่ในปี 2567 และปี 2568 พื้นที่ดังกล่าวเริ่มปรับลดลง โดยปี 2567 ลดลง 13.2% เมื่อเทียบกับปี 2566 และปี 2568 ลดลงอีก 2.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่าแม้การขออนุญาตก่อสร้างอาคารโรงเรือนยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ทั้งจำนวนผู้ได้รับอนุญาต จำนวนอาคาร และพื้นที่ก่อสร้างต่างมีทิศทางชะลอลง
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของการขออนุญาตก่อสร้างสิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่อาคารโรงเรือนและมีหน่วยวัดเป็นความยาวในช่วงปี 2558–2568 พบว่า จำนวนผู้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างมีความผันผวนสลับขึ้นลงในช่วงปี 2558–2566 ก่อนจะมีแนวโน้มลดลงในระยะหลัง โดยในปี 2568 ผู้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างลดลง 17.4% เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่วนจำนวนสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเคยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562–2566 แต่ในปี 2567 และปี 2568 กลับปรับลดลงอย่างชัดเจน โดยปี 2567 ลดลง 31.6% เมื่อเทียบกับปี 2566 และปี 2568 ลดลงอีก 21.9% เมื่อเทียบกับปี 2567
อย่างไรก็ดี ด้านความยาวของสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่อาคารโรงเรือนและมีหน่วยวัดเป็นความยาว พบว่า ช่วงปี 2558–2568 มีแนวโน้มทรงตัวโดยรวม แต่ในปี 2568 ความยาวสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างกลับเพิ่มขึ้น 20.6% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งสวนทางกับจำนวนผู้ได้รับอนุญาตและจำนวนสิ่งก่อสร้างที่ลดลงในปีเดียวกัน
สำหรับสิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่อาคารโรงเรือนและมีหน่วยวัดเป็นพื้นที่ในช่วงปี 2558–2568 พบว่า จำนวนผู้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างมีความผันผวนสลับขึ้นลงเป็นระยะ โดยในปี 2568 ผู้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่จำนวนสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างมีความผันผวนในลักษณะเดียวกันกับจำนวนผู้ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 จำนวนสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างลดลง 4.1% เมื่อเทียบกับปี 2567
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาพื้นที่สิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่อาคารโรงเรือนและมีหน่วยวัดเป็นพื้นที่ พบว่า เคยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2564–2566 แต่หลังจากนั้นเริ่มลดลงต่อเนื่อง โดยในปี 2567 พื้นที่สิ่งก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างลดลง 20.7% เมื่อเทียบกับปี 2566 และในปี 2568 ลดลงอีก 10.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนภาพรวมว่า แม้บางหมวดของการก่อสร้างยังมีจำนวนผู้ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ขนาดพื้นที่ก่อสร้างโดยรวมยังอยู่ในทิศทางชะลอตัวต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
ขณะที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการประมวลพื้นที่การก่อสร้างสะท้อนว่า ภาคก่อสร้างยังเป็นหนึ่งในเครื่องชี้วัดสำคัญของภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศ โดยภาคกลางยังเป็นพื้นที่หลักทั้งในแง่จำนวนผู้ได้รับอนุญาตและจำนวนสิ่งก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม การลดลงของผู้ได้รับอนุญาต จำนวนอาคาร และพื้นที่ก่อสร้างในหลายหมวด โดยเฉพาะอาคารโรงเรือน อาจสะท้อนแรงกดดันจากต้นทุน เงื่อนไขการลงทุน และกำลังซื้อที่ยังต้องติดตามใกล้ชิด ขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของสิ่งก่อสร้างบางประเภทชี้ให้เห็นว่า การลงทุนบางกลุ่มยังเดินหน้าต่อไป ทำให้ภาพรวมภาคก่อสร้างไม่ได้หยุดนิ่งทั้งหมด แต่กำลังอยู่ในช่วงปรับสมดุลตามทิศทางเศรษฐกิจ


