xs
xsm
sm
md
lg

'BDI' ยก Health Link เชื่อมสุขภาพ 2 หมื่นแห่ง ขึ้นแอปทางรัฐ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



BDI-สปสช.-DGA ยกระดับ Health Link เชื่อมข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ 2 หมื่นแห่ง ใช้ AI ตรวจเบิกจ่าย ดึงประวัติรักษาขึ้นแอปทางรัฐ ปูฐานสุขภาพดิจิทัลไทยอย่างเป็นระบบ

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.69 ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เปิดเผยว่า สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ "การจัดทำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ" หรือ Health Information Exchange: Health Link ณ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ โดยมีสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อขยายการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประชาชนทั่วประเทศให้เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาท ซึ่งเมื่อไปรับบริการที่หน่วยบริการใหม่ แพทย์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นผ่านแพลตฟอร์ม Health Link ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดปัญหาการตรวจซ้ำ การสั่งยาซ้ำซ้อน และยกระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลของระบบสาธารณสุขโดยรวม

ปัจจุบัน Health Link สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการเบิกจ่ายจากหน่วยบริการของ สปสช. ได้มากกว่า 10,000 แห่ง และเมื่อรวมกับหน่วยบริการและหน่วยนวัตกรรม เช่น คลินิกและร้านยาอีกประมาณ 8,500 แห่ง ทำให้เกิดเครือข่ายการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพรวมเกือบ 20,000 แห่งทั่วประเทศ โดยข้อมูลที่เชื่อมโยงครอบคลุมทั้งประวัติโรคและข้อมูลการใช้ยา ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญต่อการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติที่แพทย์จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนี้ Health Link ยังรองรับข้อมูลสุขภาพสำคัญมากกว่า 12 ประเภท และขยายการใช้ประโยชน์ไปยังระบบอื่นๆ เช่น การส่งต่อข้อมูลสุขภาพไปยังระบบตรวจก่อนจ่าย หรือ On Screen Review การเชื่อมโยงฐานข้อมูลบุคลากรทางการแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนกับระบบ One Stop Service ของ สปสช. รวมถึงการส่งข้อมูลการรักษาไปยัง Personal Health Record หรือ PHR ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพของประเทศให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ ในด้านการบริหารจัดการ BDI ได้ร่วมกับ สปสช. พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลก่อนการเบิกจ่าย หรือ Pre-audit สำหรับบริการผู้ป่วยนอก ซึ่งจะช่วยให้ สปสช. พิจารณาข้อมูลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้หน่วยบริการได้รับเงินค่าบริการเร็วขึ้น เพิ่มสภาพคล่อง และเพิ่มความโปร่งใสของระบบเบิกจ่าย โดย BDI ยังมีแผนพัฒนาระบบไปสู่ Agentic AI เพื่อยกระดับการวิเคราะห์และสนับสนุนการตัดสินใจด้านการจ่ายเงินค่าบริการให้หน่วยบริการอย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น รวมถึงใช้เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนงบประมาณด้านสุขภาพอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ BDI ยังได้พัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Referral ร่วมกับกรุงเทพมหานครและ สปสช. โดยเริ่มนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนขยายผลไปยังคลินิกชุมชนอบอุ่นและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อให้การส่งต่อผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่อง และไร้รอยต่อมากขึ้น


ด้าน นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ความร่วมมือกับ BDI และ DGA ครั้งนี้ เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสุขภาพของประเทศให้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างเป็นระบบ โดย สปสช. จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบ Health Link และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตามมาตรฐานเดียวกัน พร้อมสนับสนุนให้เกิดการใช้งานจริงในระดับพื้นที่ ทั้งการจัดเตรียมระบบ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ดังนั้น การเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้โครงการนี้จะช่วยให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงประวัติสุขภาพของผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน ส่งผลให้การรักษามีความต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ เพิ่มความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย และยังช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการ รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่ายให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายแพทย์จเด็จ กล่าวว่า สปสช. ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างยิ่ง โดยการดำเนินงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ข้อมูลสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพของตนเอง และเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว


ขณะที่ นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ DGA กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้านข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม โดย DGA ได้ร่วมกับ BDI เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม Health Link เข้ากับแอปพลิเคชันทางรัฐ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงประวัติการรักษาของตนเองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวผ่านช่องทางเดียว โดยแอปพลิเคชันทางรัฐ ถือเป็นซูเปอร์แอปพลิเคชันของภาครัฐที่เป็นศูนย์รวมบริการจากหน่วยงานรัฐ ปัจจุบันมีบริการภาครัฐบนแอปฯ ทางรัฐ 476 บริการ มียอดดาวน์โหลดกว่า 46 ล้านครั้ง และมีปริมาณการใช้งานสะสมกว่า 823 ล้านครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 24 เมษายน 2569

นางไอรดา กล่าวว่า หลังจากแอปพลิเคชันทางรัฐ เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม Health Link เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงประวัติการรักษาของตนเองได้ มียอดผู้สมัครผ่านแอปฯ ทางรัฐและเข้าดูประวัติของตนเองแล้วประมาณ 30,129 คน นอกจากนี้ แอปฯ ทางรัฐยังมีบริการอื่นๆ เช่น Document Wallet การตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถและใบขับขี่ การตรวจสอบเครดิตบูโรฉบับย่อฟรี การจ่ายค่าใบสั่งจราจร ค่าน้ำ ค่าไฟ การตรวจสอบสิทธิประกันสังคม สิทธิการรักษาพยาบาล เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยความพิการ ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถสมัครใช้งาน Health Link ได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือเป๋าตัง โดยความก้าวหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพ แต่เป็นการวางรากฐานการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั้งประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างเป็นระบบ ยกระดับคุณภาพบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพรัฐบาลดิจิทัลของไทยอย่างแท้จริง

สำหรับประชาชนที่สนใจ สามารถสมัครใช้งาน Health Link ได้ฟรีผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือเป๋าตัง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://healthlink.go.th