ยื้อไทยคม 4 ไม่อยู่ จ่อพ้นวงโคจร 31 ก.ค.69 ไทยคมเร่งแผนประคองลูกค้า ขณะไทยคม 9 ส่อเลื่อนยิง หลังแผนทดแทนสะดุด เพิ่มแรงกดดันช่วงเปลี่ยนผ่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) เมื่อวันที่ 21 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาวาระการขอใช้สัญญาณดาวเทียมต่างชาติ (KoreaSAT) เพื่อให้บริการภายในประเทศ ภายหลังเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. รายงานต่อบอร์ดว่า ดาวเทียมไทยคม 4 หรือ IPSTAR ซึ่งหมดอายุทางวิศวกรรมแล้ว มีแนวโน้มจะหลุดออกจากวงโคจร จึงจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการลูกค้า
ทั้งนี้ ดาวเทียมไทยคม 4 ได้รับการขยายอายุการใช้งานทางวิศวกรรมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกขยายจากเดิมที่จะหมดอายุในปี 2565 ออกไปจนถึงปี 2567 ส่วนครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20 มี.ค.67 ได้ขยายอายุออกไปอีก 1 ปี ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้จนถึงปลายปี 2568 ซึ่งการต่ออายุครั้งล่าสุดมีขึ้นเพื่อรอการส่งดาวเทียมไทยคม 9 หรือ THAICOM-9 ดาวเทียมรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ทดแทนในตำแหน่งวงโคจรเดิม เพื่อไม่ให้การให้บริการแก่ลูกค้าสะดุด
แม้อายุทางวิศวกรรมของไทยคม 4 จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ดาวเทียมยังคงถูกใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ระหว่างรอการส่งไทยคม 9 ขึ้นไปทดแทน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ยังรายงานต่อที่ประชุมว่า ไทยคม 4 อาจหลุดจากวงโคจรในช่วงวันที่ 31 ก.ค.69 และคาดว่าจะไม่สามารถยืดอายุการใช้งานต่อไปได้อีก เนื่องจากข้อจำกัดทั้งด้านแหล่งพลังงานและสิทธิการใช้งาน
เมื่อเป็นเช่นนั้น การยื่นขอใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ รวมถึงการขอใช้เกตเวย์ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นทางออกชั่วคราวในช่วงรอยต่อ เพื่อประคองบริการและลดผลกระทบต่อลูกค้าที่ใช้งานผ่านไทยคม 4 ให้น้อยที่สุด
ด้าน ดร.สมภพ ภูวิกรัยพงศ์ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า การขอใช้ช่องสัญญาณในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นระยะอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจของผู้ให้บริการดาวเทียมที่ต้องรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการลูกค้า จึงไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นไปทดแทนไทยคม 4 และไม่กระทบต่อสิทธิการเข้าใช้วงโคจรของประเทศไทย
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทได้วางแผนรองรับการเปลี่ยนผ่านไว้ล่วงหน้า โดยก่อนหน้านี้ไทยคมได้ประกาศเลือก Astranis บริษัทผู้ผลิตและให้บริการดาวเทียมจากสหรัฐอเมริกา เป็นผู้สร้างดาวเทียมไทยคม 9 เพื่อเสริมศักยภาพการให้บริการในวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ด้วยเทคโนโลยี High Throughput Satellite ขณะที่ บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่น จำกัด หรือ STI ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทยคม เป็นผู้ลงนามสัญญาว่าจ้าง Astranis ให้ดำเนินการสร้างดาวเทียมดังกล่าว
สำหรับไทยคม 9 ถูกออกแบบให้เป็นดาวเทียมขนาดเล็ก รุ่น MicroGEO รองรับการให้บริการระบบ Ka-band ครอบคลุมทั่วทวีปเอเชีย เพื่อเสริมความเชื่อมั่นในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และรองรับความต้องการของลูกค้าและพันธมิตรของไทยคมทั่วภูมิภาค โดยเดิมมีกำหนดส่งขึ้นสู่วงโคจรภายในปี 2568
อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าของไทยคม 9 กลับมีแนวโน้มล่าช้ากว่ากรอบเวลาเดิมเล็กน้อย โดยแหล่งข่าวจากไทยคมระบุว่า ปัญหาหลักเกิดจากกระบวนการผลิตของผู้ผลิต ซึ่งพบความบกพร่องในอุปกรณ์ของดาวเทียมดวงหนึ่งในล็อตการผลิตเดียวกัน ส่งผลให้ต้องกลับไปตรวจสอบและจัดการใหม่ทั้งล็อต เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว เนื่องจากหากเร่งปล่อยขึ้นสู่วงโคจรทั้งที่ยังมีข้อสงสัยด้านคุณภาพ ก็อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในภายหลังได้
ผลจากปัจจัยดังกล่าว ทำให้กำหนดการยิงไทยคม 9 ซึ่งเดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้ มีแนวโน้มต้องขยับออกไปเป็นปีหน้า ขณะที่เส้นตายใหม่ยังต้องรอการประเมินร่วมกับผู้ผลิตอีกครั้ง โดยไทยคมยืนยันว่า แม้ไทม์ไลน์จะเลื่อนออกไปจากแผนเดิมเล็กน้อย แต่บริษัทได้เตรียมแผนสำรองรองรับไว้แล้ว เพื่อไม่ให้ความล่าช้าของดาวเทียมดวงใหม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริการของลูกค้า
แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่า แผนการนำดาวเทียมต่างชาติเข้ามาใช้ชั่วคราวนั้น ไม่ใช่มาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว โดยดาวเทียมที่จะนำมาใช้คือ KT Sat 7 ของเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งวงโคจรใกล้เคียงกับไทยคม 4 จึงทำให้ลูกค้าเดิมสามารถย้ายไปใช้งานได้ต่อเนื่อง โดยแทบไม่ต้องปรับอุปกรณ์รับสัญญาณหรือหันจานใหม่ เนื่องจากทิศทางการรับสัญญาณอยู่ใกล้เคียงกันมาก
หากไทยคม 4 ไม่สามารถใช้งานต่อได้ ลูกค้าบนดาวเทียมดวงดังกล่าวจะถูกย้ายไปใช้งานบน KT Sat 7 เป็นการชั่วคราว จนกว่าดาวเทียมดวงใหม่ของไทยคมจะเข้ามารับช่วงต่อ และเมื่อดาวเทียมใหม่พร้อมเปิดให้บริการ ลูกค้าก็จะสามารถย้ายกลับมาใช้งานบนระบบของไทยคมได้ตามแผนเดิม ทั้งนี้ บริษัทได้คัดเลือกดาวเทียมสำรองไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยพิจารณาจากความเหมาะสมทั้งเรื่องตำแหน่งวงโคจรและคุณลักษณะทางเทคนิค เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นอย่างราบรื่นที่สุด และไม่สร้างภาระให้ลูกค้าต้องติดตั้งหรือปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เพิ่มเติม
"ยืนยันว่า แผนรองรับดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่ช่วงประมูลสิทธิวงโคจร โดยบริษัทได้ประเมินสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า หากดาวเทียมดวงใหม่ยังมาไม่ทันในช่วงที่ไทยคม 4 ต้องยุติภารกิจ ก็จะต้องมีดาวเทียมชั่วคราวเข้ามารับภาระแทน เพื่อไม่ให้บริการสะดุดกลางทาง และเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจากดาวเทียมเดิมไปสู่ดาวเทียมใหม่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องมากที่สุด" แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับสถานะของไทยคม 4 แม้จะหมดอายุทางวิศวกรรมแล้ว แต่ไทยคมประเมินว่า ปัจจุบันยังอยู่ในภาวะการใช้งานตามปกติ และอาจใช้งานต่อได้อีกระยะหนึ่ง โดยมีการติดตามประเมินสภาพอย่างต่อเนื่องร่วมกับวิศวกรของผู้ผลิต ทั้งในด้านประสิทธิภาพของระบบและสถานะพลังงาน ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า ไทยคม 4 ถือเป็นดาวเทียมบรอดแบนด์ยุคบุกเบิกของโลกที่ถูกพัฒนาด้วยความละเอียดรอบคอบสูง จึงมีความแข็งแรงและมีเสถียรภาพในการใช้งานค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับอายุของระบบ
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ไทยคม 9 ยังไม่ใช่ดาวเทียมประเภท Software Defined Satellite หรือ SDS โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะไปอยู่ในไทยคม 10 ซึ่งถูกวางให้เป็นดาวเทียมขนาดใหญ่และเป็นกำลังหลักของธุรกิจในระยะถัดไป สะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ บริษัทจำเป็นต้องบริหารทั้งเรื่องอายุการใช้งานของดาวเทียมเดิม ความล่าช้าของดาวเทียมใหม่ และการเชื่อมต่อบริการของลูกค้าไปพร้อมกัน
ภายหลังบอร์ด กสทช. อนุมัติการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติดังกล่าวแล้ว ขั้นตอนต่อจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการทางธุรการ การจัดตั้งสถานีภาคพื้นดิน และการติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยคมประเมินว่าอาจใช้เวลาอีกราว 3-6 เดือนก่อนจะเริ่มเปิดใช้งานได้จริง โดยบริษัทได้เตรียมอุปกรณ์และขั้นตอนการทดสอบคลื่นความถี่ไว้แล้ว เพื่อให้สามารถเปิดสัญญาณและให้บริการได้ทันทีเมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ


